ทำความรู้จัก "เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง" ซึ่งอีลอน มัสก์ มีแผนจะสร้างบนดวงจันทร์แทนที่ดาวอังคาร

Dressed in a black jacket over a black top featuring Asian characters, tech billionaire Elon Musk waves to the crowd during the 56th annual World Economic Forum (WEF) meeting in Davos, Switzerland, on 22 January 2026

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, อีลอน มัสก์ อธิบายผ่านเอ็กซ์ (X) ว่าเหตุใดสเปซเอ็กซ์จึงเปลี่ยนจุดสนใจจากการสร้างเมืองบนดาวอังคารไปเป็นสร้างบนดวงจันทร์แทน
    • Author, ลูอิส บาร์รูโช
    • Role, บีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส
  • เวลาอ่าน: 9 นาที

"เมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเอง" บนดวงจันทร์ ที่อาจจะสำเร็จได้ภายในไม่ถึง 10 ปี คือแผนการที่ถูกเปิดเผยออกมาเมื่อไม่นานมานี้โดยอีลอน มัสก์

ผู้บริหารแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเอ็กซ์ รถยนต์ไฟฟ้าเทสลา และธุรกิจขนส่งอวกาศสเปซเอ็กซ์ และยังเป็นผู้ที่ร่ำรวยที่สุดของโลกผู้นี้ ระบุผ่านข้อความที่โพสต์บนเอ็กซ์ (X) เมื่อไม่นาน ว่าสเปซเอ็กซ์ได้เปลี่ยนจุดสนใจจากการสร้างเมืองบนดาวอังคารมาเป็นสร้างมันบนดวงจันทร์แทน โดยโพสต์ดังกล่าวมีผู้เข้าชมมากกว่า 40 ล้านครั้ง

แต่เหตุใดมัสก์จึงเปลี่ยนใจ และตอนนี้เรารู้อะไรแล้วบ้างเกี่ยวกับเมือง "ที่เติบตัวได้ด้วยตัวเอง" บนดวงจันทร์นี้

สร้างบนดวงจันทร์ แทนที่จะเป็นดาวอังคาร

ยังไม่มีแผนการที่ชัดเจนสมบูรณ์และเป็นทางการสำหรับพิมพ์เขียวของเมืองที่เติบโตได้ด้วยตัวเองนี้ โดยมันยังเป็นเพียงวิสัยทัศน์ที่มัสก์เผยแพร่ผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียบนแพลตฟอร์มเอ็กซ์ของเขา

เขาอธิบายถึงการตั้งรกรากถาวรของมนุษย์ที่สามารถค่อย ๆ ขยายตัวขึ้นได้ผ่านการใช้ทรัพยากรบนดวงจันทร์ เนื่องจากมีการปล่อยจรวดไปยังดวงจันทร์ที่มีบ่อยครั้งขึ้น

ในโพสต์ของเขา มัสก์ระบุว่าแผนการนี้สามารถบรรลุได้ภายใน "ไม่ถึง 10 ปี ในขณะที่ถ้าเป็นดาวอังคารจะต้องใช้เวลามากกว่า 20 ปี"

"ภารกิจของสเปซเอ็กซ์ยังคงเหมือนเดิม คือการขยายความสำนึกรู้และชีวิตอย่างที่เรารู้ไปสู่ดวงดาวต่าง ๆ"

มัสก์อธิบายว่าการเดินทางไปยังดาวอังคารจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ "ดาวเคราะห์เรียงตัวกันทุก 26 เดือน (ใช้เวลาเดินทางหกเดือน)"

แต่ในทางกลับกัน เขาเสริมว่า "เราสามารถปล่อยจรวดไปยังดวงจันทร์ได้ในทุก 10 วัน (ใช้เวลาเดินทางสองวัน)"

"นั่นหมายความว่าเราสามารถเดินทางไปซ้ำ ๆ เพื่อสร้างเมืองบนดวงจันทร์ให้สำเร็จได้ไวกว่าการสร้างเมืองบนดาวอังคารมาก"

ภารกิจของสเปซเอ็กซ์ยังคงเป็นการไล่ตามความทะเยอทะยานอันยาวนานของมัสก์ในการสร้างเมืองบนดาวอังคาร "และจะเริ่มทำเช่นนั้นในอีกราวห้าถึงเจ็ดปี" เขาระบุผ่านเอ็กซ์ "แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือการรักษาความมั่นคงทางอารยธรรมในอนาคต และมันสามารถทำบนดวงจันทร์ได้เร็วกว่า"

แฟน ๆ ของมัสก์สร้างสรรค์และแบ่งปันภาพร่างของเมืองบนดวงจันทร์นี้อย่างรวดเร็ว โดยบางคนก็ใช้กร็อก (Grok) ซึ่งเป็นเครื่องมือเอไอของมัสก์

การเปิดเผยของมันยิ่งเน้นย้ำน้ำหนักของรายงานที่วอลล์สตรีทเจอร์นัล (Wall Street Journal) เผยแพร่เมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งระบุว่าสเปซเอ็กซ์ได้บอกกับนักลงทุนว่าบริษัทจะให้ความสำคัญกับภารกิจไปยังดวงจันทร์ และจะค่อยพยายามไปสู่ดาวอังคารในเวลาถัดไป โดยมีแผนการส่งยานไร้คนขับลงจอดบนดวงจันทร์ในเดือน มี.ค. 2027

การเปลี่ยนแปลงนี้ขัดแย้งกับจุดสนใจที่มัสก์ยืนหยัดมานานในการมุ่งเน้นให้ดาวอังคารเป็นปลายทางหลักของสเปซเอ็กซ์ เมื่อปีที่แล้วเขายังบอกอยู่เลยว่าบริษัทมีแผนจะเปิดตัวภารกิจส่งยานไร้คนขับไปยังดาวอังคารภายในสิ้นปี 2026

"ไม่ เราจะมุ่งตรงไปยังดาวอังคารเลย ดวงจันทร์เป็นแค่สิ่งที่ทำให้ไขว้เขว" มัสก์ระบุในเดือน ม.ค. ปีที่แล้ว ผ่านการตอบโพสต์บนเอ็กซ์

มัสก์มีประวัติยาวเหยียดกับการกำหนดกรอบเวลาที่ทะเยอทะยานสำหรับโครงการต่าง ๆ อาทิ ยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตนเองซึ่งล้มเหลวซ้ำ ๆ กับการจะทำได้ทันตามกำหนดเวลา

มันจะสำเร็จได้อย่างไร

ดร.ซองอู ลิม อาจารย์อาวุโสด้านการใช้ประโยชน์ การสำรวจ และเครื่องมือทางอวกาศ แห่งมหาวิทยาลัยเซอร์รีย์ในสหราชอาณาจักร มองว่าแผนการสร้างฐานบนดวงจันทร์ของสเปซเอ็กซ์คือแผนที่ "ทะเยอทะยาน" แต่ไม่ถึงกับจะเป็น "นิยายทางวิทยาศาสตร์"

"แนวคิดเบื้องต้นของการใช้แผ่นดินบนดวงจันทร์ในการผลิตออกซิเจน น้ำ และสร้างวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ มีพื้นฐานมาจากกระบวนการทางอุตสาหกรรมที่เราใช้บนโลกอยู่แล้ว ในทางปฏิบัติมันเป็นไปได้" เขาบอกกับบีบีซี

อย่างไรก็ตาม ดร.ลิม อธิบายว่าความท้าทายคือระบบเหล่านั้นสามารถดำเนินการภายใต้สภาพแวดล้อมที่โหดร้ายของดวงจันทร์หรือไม่ ทั้งด้วยสภาพอากาศที่รุนแรง ฝุ่นละอองขนาดเล็ก แรงดึงดูดต่ำ และพลังงานที่มีจำกัด "มันยังต้องมีการทดสอบที่เหมาะสมบนพื้นผิวดวงจันทร์ก่อนที่เราจะเชื่อมั่นได้" เขากล่าวเสริม

เขายังตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานด้านอวกาศของรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะเคลื่อนไหว "อย่างระมัดระวัง" เพราะพวกเขาอาศัยเงินทุนสาธารณะและวัฏจักรทางการเมืองที่ยาวนาน ทำให้เป็นการ "จำกัดความรวดเร็วในการที่พวกเขาจะทดสอบแนวคิดใหม่ ๆ" ในขณะที่สเปซเอ็กซ์ "ดำเนินการต่างออกไป"

"หากระบบจรวดใหม่ของพวกเขาทำงานได้ตามแผน พวกเขาอาจส่งเครื่องมือไปยังดวงจันทร์ได้บ่อยกว่าและด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ซึ่งจะช่วยเร่งความคืบหน้าได้เร็วขึ้น"

ดร.อูกูร์ กูเวน ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการบินอวกาศและพลังงาน แห่งมหาวิทยาลัยจีดี โกเอ็นกา ในอินเดีย ระบุว่าดวงจันทร์ยังมีข้อได้เปรียบหลักที่เหนือกว่าดาวอังคารสำหรับการตั้งรกรากของมนุษย์ คือการที่สามารถเติบเสบียงและตอบสนองต่อภาวะฉุกเฉินได้อย่างรวดเร็ว

"หากมีบางสิ่งผิดพลาด และคุณมีถิ่นที่อยู่ที่นั่นแล้ว คุณสามารถส่งภารกิจติดตามขึ้นไปได้อย่างรวดเร็ว" เขาบอกกับบีบีซีพร้อมระบุว่าการเดินทางจากโลกไปสู่ดวงจันทร์นั้นมักจะใช้เวลา "สองถึงสามวัน"

กระนั้น ดร.ลิม แย้งว่า "เมืองบนดวงจันทร์ที่พึ่งพาตนเองได้อย่างแท้จริง" นั้น ยังเป็นเป้าหมายที่อยู่ห่างไกล

"การปลูกพืชพันธุ์อาหารต่าง ๆ โดยไม่นำสารอาหารจากโลกขึ้นไป และสร้างระบบปิดที่ทุกสิ่งสามารถรีไซเคิลได้ เป็นเรื่องซับซ้อนกว่านั้นมาก มันน่าจะต้องใช้เวลาหลายทศวรรษ ดังนั้นวิสัยทัศน์นี้เป็นไปได้ แต่มันจะเกิดขึ้นทีละก้าว ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด"

ไคลฟ์ นีล ศาสตราจารย์ด้านวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์โลก จากมหาวิทยาลัยนอเทรอดามในรัฐอินเดียนาของสหรัฐฯ ผู้ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการสำรวจของมนุษย์บนดวงจันทร์ก็เห็นพ้องด้วย

"จนกว่าเราจะดำเนินโครงการหาทรัพยาการได้อย่างครอบคลุม เพื่อแสดงให้เห็นว่ามีทรัพยากรที่สกัดได้ในทางเศรษฐกิจอยู่บนดวงจันทร์ เราจะไม่รู้เลยว่าจะวางเมือง 'ที่เติบโตด้วยตัวเอง' นี้ไว้ตรงไหนหากไม่มีทรัพยากรที่เข้าถึงได้และสกัดออกมาได้" เขาบอกกับบีบีซี

ดร.ลิม เชื่อว่า "ด่านหน้าขนาดเล็กบนดาวจันทร์" คือสิ่งที่ "เป็นจริงได้" และมันอาจเริ่มผลิตออกซิเจนและสกัดน้ำออกมาไว้ใช้เองได้ภายใน 10 ปีข้างหน้า ซึ่ง "นั่นจะเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญ" เขากล่าว

เจฟฟรีย์ ฮอฟฟ์แมน อดีตนักบินอวกาศของนาซาซึ่งตอนนี้เป็นศาสตราจารย์ด้านการบินและอวกาศแห่งสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ในสหรัฐฯ แย้งว่า "เราจะสามารถจัดการทรัพยากรด้านโลจิสติกส์สำหรับฐานบนดวงจันทร์ได้ในตอนนี้" หากสเปซเอ็กซ์ และบลูออริจิน ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอวกาศของเจฟฟ์ เบซอส ผู้ก่อตั้งแอมะซอน ประสบความสำเร็จในการพัฒนายานลงจอดบนดวงจันทร์

"แต่ดาวอังคารยังคงเป็นก้าวที่อยู่ไกลเกินไป" เขาบอกกับบีบีซี

อย่างไรก็ดี ศ.ฮอฟฟ์แมนกล่าวว่า ประสบการณ์ที่จะได้รับจากการสร้างถิ่นที่อยู่ที่ยั่งยืนบนดวงจันทร์ อาจสามารถนำไปใช้กับการตั้งถิ่นฐานบนดาวอังคารได้ในท้ายที่สุด

ดร.กูเวน ก็เห็นด้วยกับสิ่งนี้โดยเสริมว่าเมื่อไหร่ก็ตามที่ฐานบนดวงจันทร์ถูกก่อตั้งขึ้น การจะเข้าถึงดาวอังคารจะเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นมาก เพราะสามารถใช้ดวงจันทร์เป็น "หนึ่งในก้าวย่างที่สำคัญ" (a stepping stone)

การแข่งขันเริ่มเข้มข้นขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับจีน

First full moon of 2026

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, สหรัฐฯ กำลังแข่งขันกับจีนในการส่งมนุษย์กลับไปเยือนดวงจันทร์ภายในทศวรรษนี้

การให้ความเห็นของมัสก์เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับการแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นจากจีนในการจะส่งมนุษย์กลับไปเยือนดวงจันทร์ในช่วงทศวรรษนี้ หลังจากที่ไม่มีใครได้ไปเหยียบดวงจันทร์อีกเลยนับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 ของนาซาในปี 1972

มัสก์เพิ่งประกาศว่าสเปซเอ็กซ์ได้เข้าซื้อกิจการบริษัทปัญญาประดิษฐ์ที่ชื่อว่า 'เอ็กซ์เอไอ' (xAI) ในข้อตกลงดังกล่าว มีการประเมินมูลค่าบริษัทจรวดและดาวเทียมของเขาอยู่ที่ 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ล้านล้านบาท) และมูลค่าบริษัทเอไออยู่ที่ 2.5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 7.7 ล้านล้านบาท)

การประกาศดังกล่าวอาจช่วยสนับสนุนความทะเยอทะยานของเขาในการจะตั้งศูนย์ข้อมูลบนอวกาศอีกด้วย เนื่องจากบริษัทใหม่อาจถูกใช้เพื่อจัดการกับการประมวลผลเอไอจำนวนมหาศาล จากมุมมองของมิเชล เฟลอรี ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำนครนิวยอร์ก

ผู้สื่อข่าวบีบีซียังเสริมว่า มัสก์ ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของสเปซเอ็กซ์นั้น ได้ปรับธุรกิจต่าง ๆ ของเขาให้มีความคล่องตัวมากขึ้น ก่อนที่จะมีโอกาสนำไปจดทะเบียนในตลาดหุ้น โดยมีรายงานว่าเขากำลังพิจารณาพาบริษัทสเปซเอ็กซ์ไปสู่สาธารณะ

การเคลื่อนไหวนี้อาจทำให้เขาสามารถระดมทุนได้ถึง 5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท) ซึ่งอาจเป็นการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไปครั้งใหญ่สุดในประวัติศาสตร์

ในเดือนที่ผ่านมา มัสก์ประกาศแผนจะตั้งศูนย์ข้อมูล (data centre) บนอวกาศด้วยการส่งดาวเทียมจำนวนล้านดวงขึ้นสู่อวกาศ ซึ่งเป็นโครงการที่เขาหวังว่าจะช่วยตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นของสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีอยู่แล้วบนโลก ที่ขับเคลื่อนจากการใช้เอไอที่เพิ่มขึ้น

แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนก็ยังไม่แน่ใจในเรื่องนี้ โดยพวกเขาระบุถึงความท้าทายสำคัญคือสภาวะสุญญากาศในอวกาศ ทำให้ขาดแคลนอากาศที่ต้องใช้ในการระบายความร้อนของหน่วยประมวลผลกราฟิก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในงานเอไอและงานที่ประกอบด้วยข้อมูลปริมาณมาก

เมื่อวันจันทร์ที่แล้ว มัสก์ตอบข้อความของผู้ใช้บัญชีเอ็กซ์คนหนึ่งว่า นาซาจะมีรายได้น้อยกว่ารายได้ของสเปซเอ็กซ์ 5% ในปีนี้

สเปซเอ็กซ์เป็นคู่สัญญารายสำคัญสำหรับโครงการดวงจันทร์ 'อาร์ทิมิส' ของนาซา ซึ่งมีแผนจะส่งนักบินอวกาศไปยังดวงจันทร์