เหยียบกันตายกลางสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย เสียชีวิตเพิ่มเป็นอย่างน้อย 125 ราย

ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์

ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุเหยียบกันตายในสนามฟุตบอลอินโดนีเซีย เพิ่มเป็นอย่างน้อย 125 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นตำรวจ 2 นาย ที่ถูกแฟนบอลทำร้ายจนเสียชีวิต ถือเป็นโศกนาฏกรรมเหยียบกันตาย ครั้งร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในโลก

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย สั่งให้ระงับการแข่งขันทั้งหมดของลีกฟุตบอลใหญ่สุดของประเทศ จนกว่าการสืบสวนสาเหตุ และผู้กระทำผิดจะแล้วเสร็จ

ความโกลาหลเกิดขึ้นหลังตำรวจตัดสินใจใช้แก๊สน้ำตา พยายามสลายการจลาจลของเหล่าแฟนบอล ที่บุกลงมาในสนามหลังอาเรมา เอฟซี พ่ายแพ้ให้กับทีมเพอร์เซบายา สุราบายา ด้วยคะแนน 3 ต่อ 2 โดยการแข่งขันมีขึ้นในจังหวัดชวาตะวันออก

ทีมอาเรมา เอฟซี และเซบายา สุราบายา ถือเป็นสโมสรฟุตบอลขนาดใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย และมีฐานแฟนบอลจำนวนมาก

เ หตุเหยียบกันตายครั้งร้ายแรงของโลก

EPA

ที่มาของภาพ, EPA

ใ นประวัติศาสตร์นั้น เกิดเหตุเหยียบกันตายในสนามกีฬาหลายครั้ง

ค รั้งร้ายแรงสุด คือ เมื่อปี 1964 มีผู้เสียชีวิต 320 คน และบาดเจ็บกว่า 1,000 คน ระหว่างเหตุเหยียบกันตายในสนามกีฬากรุงลิมา ประเทศเปรู ระหว่างการแข่งขันฟุตบอลรอบคัดเลือกระหว่างทีมชาติเปรูและอาร์เจนตินา เพื่อชิงตั๋วไปเข้าแข่งโอลิมปิก

อันดับรองลงมาก็คือ เหตุที่เกิดขึ้นในอินโดนีเซีย ซึ่งมีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 125 คน และอาจเพิ่มขึ้นอีก

เ มื่อปี 1989 ในสหราชอาณาจักร เกิดเหตุเหยียบกันตายก่อนการแข่งขันในสนามกีฬาเมืองเชฟฟิลด์ ส่งผลให้แฟนบอลลิเวอร์พูล 97 คนเสียชีวิต ถือว่าเลวร้ายสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลของสหราชอาณาจักร

ปี 1985 มีผู้เสียชีวิต 39 คน บาดเจ็บอีก 600 คน จากเหตุเหยียบกันตายในสนามฟุตบอลในกรุงบรัสเซลล์ของเบลเยียม หลังแฟนบอลแออัดติดกำแพง จนทำให้กำแพงพังถล่มลงมา ระหว่างการแข่งขันยูโรเปียนคัพรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างสโมสรลิเวอร์พูล และยูเวนตุส

ฉ ากความโกลาหล

วิดีโอที่เผยแพร่ในสังคมออนไลน์ และผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ผู้คนกรูกันไปยังทางออก แต่แออัดยัดเยียดกัน จนหายใจไม่ออกและเหยียบกันจนเสียชีวิต

ผู้เสียชีวิตจำนวนมากเสียชีวิตอยู่ภายในสนามฟุตบอล แต่ก็มีผู้เสียชีวิตที่โรงพยาบาลด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงระบุว่า การแข่งขันฟุตบอลครั้งนี้จำหน่ายตั๋ว 42,000 ใบ แม้ว่าสนามกีฬาจะบรรจุคนได้เพียง 38,000 คนเท่า

Infographic
Reuters

ที่มาของภาพ, Reuters

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งจังหวัดชวาตะวันออก นิโค อะฟินตา ระบุว่า การใช้แก๊สน้ำตาของตำรวจ ทำให้ประชาชนแตกตื่น จนนำไปสู่การเหยียบกันตาย

" มันกลายเป็นจลาจล แฟนบอลทำร้ายตำรวจ ทำร้ายรถตำรวจ" แต่ " เราอยากชี้แจงว่า...ไม่ใช่แฟนบอลทุกคนที่ก่อจลาจล มีเพียง 3,000 คนเท่านั้น ที่ลงไปบนสนาม"

ค วามแปดเปื้อนของวงการฟุตบอล

สมาคมฟุตบอลแห่งอินโดนีเซีย หรือพีเอสเอสไอ ระบุว่า ได้เริ่มการสอบสวนเหตุสลดที่เกิดขึ้น และนี่จะเป็น “ประวัติศาสตร์ที่แปดเปื้อนหน้าหนึ่งของวงการฟุตบอลอินโดนีเซีย”

" พีเอสเอสไอเสียใจต่อการกระทำของแฟนบอลทีมอาเรมา" โมชาหมัด อีเรียวาน ประธานสมาคมฯ กล่าวในแถลงการณ์

" เราต้องขอโทษและขออภัยต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และทุก ๆ คน ต่อเหตุการณ์นี้ด้วย"

อ ย่างไรก็ดี ข้อกำหนดของฟีฟ่า หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติกำหนดไว้ว่า ไม่ควรใช้อาวุธปืน หรือแก๊สควบคุมฝูงชน ในการควบคุมสถานการณ์ภายในสนามฟุตบอล

ตำรวจจังหวัดชวาตะวันออก ยังไม่ตอบคำถามว่า ทราบถึงข้อกำหนดดังกล่าวหรือไม่

อย่างไรก็ดี เหตุจลาจลกลางการแข่งฟุตบอลในอินโดนีเซียเคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง