บีบีซีตรวจสอบวิดีโอพบขีปนาวุธที่ถล่มฐานทัพใกล้โรงเรียนประถมอิหร่านเป็นของสหรัฐฯ

    • Author, เมอร์ลิน โธมัส และ ชายัน ซาร์ดารีซาเดห์
    • Role, บีบีซี เวริฟาย (BBC Verify)
  • เวลาอ่าน: 6 นาที

ผลการวิเคราะห์วิดีโอโดยผู้เชี่ยวชาญแสดงให้เห็นว่า ขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ ได้พุ่งโจมตีฐานทัพทหารใกล้โรงเรียนประถมแห่งหนึ่งในภาคใต้ของอิหร่าน โดยจากเหตุการณ์ดังกล่าวทางการอิหร่านระบุว่ามีผู้เสียชีวิต 168 คน ในจำนวนนี้มีผู้เสียชีวิตที่เป็นเด็กประมาณ 110 คน

สำนักข่าวเมฮ์ (Mehr) ของอิหร่านเผยแพร่วิดีโอเมื่อวานนี้ (8 มี.ค.) ซึ่งบีบีซีเวริฟาย (BBC Verify) แผนกตรวจสอบข้อเท็จจริงของบีบีซี ตรวจสอบยืนยันแล้วว่าเป็นภาพจริงที่แสดงเหตุการณ์ขีปนาวุธร่อนลงเพียงไม่กี่วินาทีก่อนพุ่งชนฐานทัพของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ซึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงเรียนประถมชาจาเรห์ ทาเยเบห์ ในเมืองมีนาบ (Minab)

ก่อนหน้านี้บีบีซีเวริฟายได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากภาพดาวเทียม วิดีโอที่ยืนยันแหล่งที่มาได้ และสอบถามการวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญ พบว่าพื้นที่ใกล้โรงเรียนถูกโจมตีหลายครั้งติดต่อกัน

ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบวิดีโอคลิปล่าสุดคลิปนี้และระบุว่าทั้งหลักฐานซึ่งชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวถูกโจมตีหลายครั้งและการที่พบว่าอาวุธเป็นขีปนาวุธโทมาฮอว์ก บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะเป็นปฏิบัติการของสหรัฐฯ โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่าไม่เคยปรากฏมาก่อนว่าทั้งอิสราเอลและอิหร่านมีขีดความสามารถในการใช้ขีปนาวุธชนิดนี้

ผู้เชี่ยวชาญรายหนึ่งบอกกับบีบีซีเวริฟายว่า หลักฐานทั้งหมดนี้ทำให้ข้อสันนิษฐานที่ว่าเป็นขีปนาวุธของอิหร่านเพียงลูกเดียวตกลงมาในเวลาเดียวกันและทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ดูไม่น่าเป็นไปได้อย่างมาก

เมื่อวันเสาร์ (7 มี.ค.) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้

"เราคิดว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน เพราะอย่างที่คุณรู้ พวกเขามีความแม่นยำต่ำมากในด้านยุทโธปกรณ์ แทบไม่มีความแม่นยำเลย" ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

สถานีโทรทัศน์ซีบีเอส (CBS) ซึ่งเป็นพันธมิตรข่าวของบีบีซีในสหรัฐฯ รายงานว่าสหรัฐฯ ประเมินเหตุการณ์เบื้องต้นแล้วระบุว่า สหรัฐฯ "มีแนวโน้ม" เป็นผู้รับผิดชอบต่อเหตุโจมตีครั้งนี้ที่เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ทว่าไม่ได้มีเจตนาโจมตีโรงเรียนโดยตรง และอาจเป็นการโจมตีที่พลาดเป้าหมาย

แหล่งข่าวในรัฐบาลอิสราเอลให้ข้อมูลกับซีบีเอสนิวส์ว่า อิสราเอลไม่ได้อยู่เบื้องหลังการโจมตีครั้งนี้ และกองทัพอิสราเอลไม่ได้ปฏิบัติการใกล้กับพื้นที่ของโรงเรียนในช่วงเกิดเหตุ

อิหร่านกล่าวโทษสหรัฐฯ และอิสราเอลว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตี ทว่าทั้งสหรัฐฯ และอิสราเอลยังไม่ได้ออกมายอมรับหรือปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างเป็นทางการ

บีบีซีได้สอบถามรัฐบาลสหรัฐฯ ถึงความเห็นต่อการประเมินวิดีโอของผู้เชี่ยวชาญครั้งล่าสุดแล้ว

การวิเคราะห์วิดีโอของบีบีซีเวริฟายพบว่า มีแนวโน้มสูงว่าขีปนาวุธโทมาฮอว์กที่ปรากฏในภาพพุ่งเข้าชนอาคารคลินิกในฐานทัพ โดยคลินิกดังกล่าวตั้งอยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 200 เมตร (650 ฟุต)

ทั้งนี้ สื่ออิหร่านระบุว่าฐานทัพที่เกิดเหตุเป็นของกองทัพเรือ IRGC

วิดีโอที่ผ่านการตรวจสอบแล้วแสดงภาพกลุ่มควันขนาดใหญ่ลอยขึ้นใกล้โรงเรียน ก่อนที่ขีปนาวุธโทมาฮอว์กจะปรากฏในภาพซึ่งบ่งชี้ว่าพื้นที่ดังกล่าวน่าจะถูกโจมตีก่อนหน้าที่ขีปนาวุธในวิดีโอจะระเบิดใส่ฐานทัพ

ข้อมูลนี้สอดคล้องกับการวิเคราะห์ก่อนหน้าของบีบีซีเวริฟายซึ่งพบว่าโรงเรียนถูกโจมตีในช่วงเวลาใกล้เคียงกับอาคารอื่นภายในพื้นที่ของกองทัพ IRGC ที่อยู่ติดกัน

ผู้เชี่ยวชาญสามรายระบุว่า อาวุธที่เห็นในวิดีโอที่ได้รับกาตรวจสอบยืนยันแล้วคือขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ

นักวิเคราะห์อาวุโสจากบริการข่าวกรองแม็กเคนซี (Mackenzie Intelligence Services) ระบุว่า อาวุธในวิดีโอนี้มี "ลักษณะเด่นทุกอย่างของขีปนาวุธโทมาฮอว์กของสหรัฐฯ ในช่วงระยะสุดท้ายก่อนพุ่งชนเป้าหมาย"

โทมาฮอว์กเป็นขีปนาวุธร่อนระยะไกลที่สามารถยิงจากเรือดำน้ำ เรือรบ และอากาศยาน และถูกใช้ในคลังยุทโธปกรณ์ของสหรัฐฯ มานานหลายทศวรรษ

เวส ไบรอันต์ นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งเคยประจำการในกองทัพอากาศสหรัฐฯ ยืนยันเช่นกันว่า อาวุธที่เห็นในวิดีโอคือขีปนาวุธโทมาฮอว์ก

ไบรอันต์ระบุเพิ่มเติมว่า หลักฐานที่บ่งชี้ว่ามีการโจมตีหลายครั้งทั่วทั้งพื้นที่ของ IRGC "สะท้อนให้เห็นว่าเป็นปฏิบัติการของสหรัฐฯ ที่มีความตั้งใจและความแม่นยำสูง"

ขณะที่เอ็น อาร์ เจนเซน โจนส์ ผู้อำนวยการหน่วยบริการวิจัยอาวุธยุทโธปกรณ์ (Armament Research Services) เคยให้สัมภาษณ์กับบีบีซีเวริฟายก่อนหน้านี้ว่า เป็นไปได้ยากที่ขีปนาวุธของอิหร่านจะก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรงเช่นที่เห็นในโรงเรียน เนื่องจากขีปนาวุธของอิหร่านบรรจุ "หัวรบระเบิดขนาดค่อนข้างเล็ก"

นายพลแดน เคน ประธานเสนาธิการร่วมของกองทัพสหรัฐฯ ระบุเมื่อวันที่ 2 มี.ค. ว่า โทมาฮอว์กเป็นขีปนาวุธชุดแรกที่กองทัพเรือสหรัฐฯ ยิงใส่อิหร่าน ในปฏิบัติการ "โจมตีตามแนวด้านใต้"

เมื่อวันที่ 4 มี.ค. กระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้นำเสนอแผนภาพประกอบในการแถลงข่าว ซึ่งแสดงพื้นที่การโจมตีในช่วง 100 ชั่วโมงแรกของสงคราม โดยแผนที่ดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า พื้นที่เมืองมีนาบถูกโจมตีด้วย

การตรวจสอบเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างอิสระเป็นไปได้ยากเนื่องจากในอิหร่านยังคงมีการตัดสัญญาณอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันอิหร่านมีข้อจำกัดที่ทำให้นักข่าวต่างชาติไม่สามารถรายงานข่าวได้อย่างเสรี ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่จะยืนยันได้อย่างชัดเจนว่าเกิดอะไรขึ้นที่เมืองมีนาบเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา