
ส่วนการทำให้สนามและอัฒจันทร์เย็นนั้นใช้การแก้ปัญหาด้วยนวัตกรรมอันชาญฉลาด ตามไปดูด้วยกันข้างใน
ในวันแข่งขัน สนามจะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนถึง 40,000 คน และแต่ละคนต่างเป็นแหล่งกำเนิดความร้อนและความชื้น
สภาพอันแสนอบอ้าวซึ่งเป็นส่วนผสมกันระหว่างอุณหภูมิโดยรอบของกาตาร์กับความร้อนที่เกิดขึ้นภายในสนามแข่งขัน ทำให้ต้องมีการนำระบบทำความเย็นที่มีประสิทธิภาพมาใช้
แฟนบอลที่อัฒจันทร์จะได้รับความเย็นจากช่องปล่อยลมเย็นใต้ที่นั่งแต่ละตัว

หัวฉีดขนาดเล็ก ซึ่งทำงานเหมือนหัวฝักบัวอาบน้ำ จะปล่อยลมเย็นเพื่อให้อากาศไหลเวียนไปรอบ ๆ ผู้ชม
ลมที่ปล่อยออกมามีลักษณะเป็นสายลมอ่อน ไม่ใช่ลมที่พุ่งเป้าเจาะจงแบบช่องแอร์เหนือที่นั่งผู้โดยสารบนเครื่องบิน
วิธีการนี้ช่วยบรรเทาความร้อนให้แก่ผู้ชมบนอัฒจันทร์ แล้วจะมีวิธีการอะไรบ้างเพื่อช่วยเหล่านักกีฬาในสนาม
นักฟุตบอลในปัจจุบันอาจต้องวิ่งเป็นระยะทางรวมกว่า 10 กม.ในระหว่างการแข่งขันแต่ละนัด และอาจเสียเหงื่อได้ถึง 3 ลิตร ดังนั้นพวกเขาจึงต้องทำให้ร่างกายเย็นและดื่มน้ำให้เพียงพออยู่เสมอ

ในสภาพอากาศชื้นแบบในกาตาร์ ซึ่งห้อมล้อมไปด้วยน้ำทะเลในอ่าวอาหรับทำให้เหงื่อระเหยได้ยากขึ้น และอาจทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคฮีทสโตรก หรือโรคลมแดดได้
ดังนั้น ในการแข่งขันบอลโลกที่กาตาร์ครั้งนี้จะมีการระดมพ่นลมเย็นจากหัวฉีดขนาดใหญ่เข้าไปในสนามเพื่อสร้างชั้นอากาศเย็นไปทั่วสนามแข่ง
ดร.ซาอุด อับดุล กานี ผู้เชี่ยวชาญด้านการปรับอากาศซึ่งพัฒนาระบบนี้ขึ้นระบุว่า องศา ตำแหน่ง และวิธีการพ่นลมเย็นลงไปในสนามนั้น ทำให้เหล่านักฟุตบอลแทบจะไม่รู้สึกถึงกระแสลมจากระบบทำความเย็นนี้เลย

วิธีการที่กล่าวมาเหล่านี้จะช่วยสร้างพื้นที่ซึ่งเปรียบเสมือนฟองอากาศที่กักเก็บลมเย็นอุณหภูมิประมาณ 18-24 องศาเซลเซียสภายในสนามแข่ง โดยมีความสูงไม่ถึง 2 เมตรจากพื้นดินหรือจากอัฒจันทร์ แทนที่จะเป็นการพ่นลมเย็นขึ้นฟ้าที่อยู่กลางทะเลทราย แล้วจะเกิดอะไรต่อไป
เมื่อลมที่ปล่อยออกมาเริ่มจะคลายความเย็นลง มันก็จะถูกดูดออกไปด้วยพัดลมดูดอากาศที่ตั้งอยู่ระหว่างชั้นต่าง ๆ ในสนาม
จากนั้นลมจะผ่านระบบกรองอากาศ และทำให้เย็นลงอีกครั้ง แล้วจึงปล่อยกลับเข้าสนาม เป็นวงจรแบบนี้ต่อไป
เมื่อน้ำเย็นดูดซับความร้อนไปแล้วก็จะถูกสูบไปไว้ที่ถังเก็บขนาด 40,000 ลิตร ซึ่งอยู่ห่างออกไป 3 กม. จากนั้นก็จะทำให้เย็นตัวลงอีกครั้ง เตรียมพร้อมไว้ใช้สำหรับการแข่งขันนัดต่อไป

ระบบทำความเย็นทั้งหมดที่ใช้ครั้งนี้ใช้พลังงานจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่เพิ่งจะสร้างขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ โดยอยู่ห่างจากกรุงโดฮา ออกไปประมาณ 80 กม.
“ดร.คูล”
ดร.ซาอุด อับดุล กานี ชายผู้คิดค้นระบบทั้งหมดนี้ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า กาตาร์ต้องการสร้าง “มรดก” ที่จะใช้สืบต่อไปได้หลังจากศึกฟุตบอลโลกปิดฉากลงแล้ว
มุมมองของนักกีฬา บีบีซีสอบถามเรื่องนี้กับ ฮาจาร์ ซาเลห์ ผู้รักษาประตูฟุตบอลหญิงทีมชาติกาตาร์ ซึ่งเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่อายุ 11 ปี เธอรู้ดีถึงความต้องการของคนที่ต้องเล่นกีฬาในเขตที่มีสภาพอากาศสุดขั้ว เธอบอกว่าความชื้นคือความท้าทายใหญ่ที่สุด

“เราคุ้นชินกับอากาศร้อน แต่เมื่อรวมความร้อนเข้ากับความชื้น อะไร ๆ ก็ยากลำบากขึ้น”ฮาจาร์ ซาเลห์
ฮาจาร์มีประสบการณ์ตรงในการลงเล่นในสนามแข่ง 2 แห่งที่มีระบบทำความเย็นใหม่นี้
เธอบอกว่ามันมีประโยชน์มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเล่นในช่วงเดือน มิ.ย. ซึ่งเป็นเดือนที่อากาศร้อนระอุที่สุดเดือนหนึ่งในรอบปีของกาตาร์
ระบบมีความยั่งยืนหรือไม่
คณะผู้จัดการแข่งขันฟุตบอลโลกของกาตาร์ ระบุว่าการใช้ระบบทำความเย็นให้สนามบอลที่จะใช้ในการแข่งขันทั้งหมดจะไม่ทำให้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้น เพราะไฟฟ้าทั้งหมดได้มาจากโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์


เขียนและผลิตโดย โจฮานเนส เดล, เลโอนี โรเบิร์ตสัน, ซารา เฟย์ยาด, โมฮาหมัด ฮัมดาร์ และ โดมินิค เบลีย์
ออกแบบโดย มาเรียม นิกัน
พัฒนาโดย คาเวรี บิสวาส และ อดัม อัลเลน
จัดการโครงการโดย แซลลี โมราเลส
ที่ปรึกษา: ศาสตราจารย์ แกรม เมดเมนต์ มหาวิทยาลัยลอนดอน เซาธ์แบงก์
ภาพประกอบ: Getty, Hum3D และ Hajar Saleh