ทรัมป์: "ผมทำอะไรก็ได้ที่ต้องการ ต่อคิวบา" เปิดไทม์ไลน์ความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ

ที่มาของภาพ, Getty Images
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า เขาจะได้รับ "เกียรติในการยึดครองคิวบา" ในวันเดียวกันกับที่คิวบาได้ประสบเหตุโครงข่ายไฟฟ้าทั่วประเทศล่มทั้งเกาะอันเป็นผลเนื่องมาจากมาตรการจำกัดไม่ให้คิวบาสามารถนำเข้าน้ำมันได้มากขึ้นเมื่อไม่นานมานี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าเขาหมายความว่าอย่างไร ทรัมป์ตอบว่า เขาเชื่อว่าเขาสามารถ "ทำอะไรก็ได้ที่ต้องการต่อคิวบา คุณอยากรู้ความจริงไหม ตอนนี้พวกเขาเป็นประเทศที่อ่อนแอมาก"
เมื่อสัปดาห์ที่แล้วประธานาธิบดีมีเกล ดิอาซ‑กาเนล ของคิวบา ยอมรับผ่านสารสาธารณะว่า รัฐบาลของเขากำลังเจรจากับสหรัฐฯ เพื่อหาทางออกหลังเกิดความตึงเครียดระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มสูงขึ้น ความเคลื่อนไหวนี้จากปธน.คิวบานับว่าไม่ได้เกิดขึ้นเป็นปกตินัก
เขากล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 3 เดือน มานี้ไม่มีเชื้อเพลิงใดเข้าสู่คิวบาเนื่องจากถูกสหรัฐฯ ปิดล้อมของสหรัฐฯ ทำให้วิกฤตพลังงานของเกาะที่เคยมีอยู่เดิมรุนแรงเข้าสู่ภาวะวิกฤตยิ่งขึ้น ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชาวคิวบาต้องเผชิญเหตุไฟฟ้าดับบ่อยครั้งขึ้นเรื่อย ๆ และผู้วิจารณ์ชี้ว่า โครงข่ายไฟฟ้าถูกปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมจากการบำรุงรักษาที่ไม่เพียงพอตามรายงานของบีบีซี นิวส์ มุนโด (แผนกภาษาสเปน)
คิวบาพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเชื้อเพลิงจากจากเวเนซุเอลา จนกระทั่งถูกตัดขาดสิ้นไป หลังจากสหรัฐฯ จับกุมประธานาธิบดีนิโกลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลาเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา
เราจะพิจารณาที่มาของมาตรการปิดล้อมดังกล่าว และเหตุใดคิวบาจึงอาจเป็นประเทศถัดไปที่ทรัมป์เล็งเป้าหลังจากการจับกุมมาดูโร
คิวบาใกล้ถึงกาลล่มสลายแล้วหรือยัง ?

ที่มาของภาพ, Reuters
คิวบาอยู่ห่างจากรัฐฟลอริดาของสหรัฐฯ เพียง 145 กิโลเมตร ถูกคว่ำบาตรโดยสหรัฐฯ มาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษที่ 1960 หลังฟิเดล คาสโตรนำการปฏิวัติสังคมนิยมได้โดยประสบความสำเร็จ
หลังจากที่มาดูโรถูกกองกำลังพิเศษของสหรัฐฯ ควบคุมตัวในเดือน ม.ค. ทรัมป์กล่าวในขณะนั้นว่าไม่จำเป็นต้องใช้ปฏิบัติการทางทหารกับคิวบา เพราะประเทศดังกล่าว "พร้อมที่จะล้มอยู่แล้ว"
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ซึ่งเป็นบุตรชายของผู้อพยพชาวคิวบาเองก็เป็นผู้ที่เรียกร้องการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองในคิวบามาอย่างยาวนาน
หลังจากสหรัฐฯ จับกุมมาดูโร รูบิโอกล่าวว่า "ถ้าผมอาศัยอยู่ในกรุงฮาวานา (เมืองหลวงของคิวบา) และผมเป็นคนในรัฐบาล ผมคงกังวลบ้างไม่มากก็น้อย"
ถ้อยแถลงเช่นนี้ ประกอบกับบทบาทรวมศูนย์ของเขาในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศและที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ ก่อให้เกิดคำถามว่า เขาจะมีอิทธิพลต่อก้าวต่อไปของทรัมป์ได้มากเพียงใด
คาร์ลอส อัลซูการาย อดีตเอกอัครราชทูตคิวบาประจำสหภาพยุโรป ให้สัมภาษณ์ในรายการนิวส์เดย์ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส เมื่อต้นปีนี้ (2026) ว่า ชาวคิวบาจะเตรียมพร้อมรับมือกรณีที่สหรัฐฯ พยายามแทรกแซง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาคาดว่ากรณีดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริง
"ชาวคิวบาที่มีอายุรุ่นเดียวกับผม… ไม่ได้กังวลมากนัก" เขากล่าว
เขาระบุว่า ชาวคิวบาต้องการการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะในเชิงเศรษฐกิจ แต่พวกเขาไม่ต้องการให้การเปลี่ยนแปลงนั้น "ถูกกำหนดจากภายนอก"
"เราจะหาวิธีแก้มันได้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่ไม่ใช่ด้วยวิธีนี้" เขากล่าวเสริม
"ไม่มีใครในคิวบาที่จะไร้เดียงสาขนาดคิดว่าการแทรกแซงของสหรัฐฯ จะมาแก้ปัญหาให้เรา"
มีการพูดถึงเช่นกันว่า จีนหรือรัสเซียอาจเข้ามาช่วยเหลือ แต่โดยทั่วไปแล้วเชื่อว่าโอกาสเกิดขึ้นมีไม่มาก
สถานการณ์ในคิวบาในปัจจุบันเป็นอย่างไร

ที่มาของภาพ, Reuters
ความเคลื่อนไหวของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่เลวร้ายลงอย่างต่อเนื่องในคิวบาโดยประเทศเกาะแห่งนี้ต้องเผชิญภาวะไฟฟ้าดับเป็นช่วง ๆ ทำให้ชาวคิวบาต้องดิ้นรนอยู่กับชีวิตที่ปราศจากความมั่นคงทางไฟฟ้า ระหว่างนี้ทรัมป์ยังส่งคำขู่ออกมาอย่างต่อเนื่อง
รัฐบาลทรัมป์ยังยึดเรือบรรทุกน้ำมันจากเวเนซุเอลาภายใต้การคว่ำบาตร ทำให้วิกฤตเชื้อเพลิงและไฟฟ้าในคิวบารุนแรงยิ่งขึ้น
ทรัมป์ยังขู่จะเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศที่ส่งน้ำมันให้คิวบา โดยกล่าวว่ามาตรการนี้จะเร่งให้คิวบา "ล่ม" เร็วยิ่งขึ้น เนื่องจากเวเนซุเอลาไม่ได้ส่งน้ำมันหรือเงินให้พันธมิตรเก่าแก่อีกต่อไปแล้ว
สถานการณ์ยังเลวร้ายลงยิ่งขึ้นอีกจากปัญหาการผลิตไฟฟ้าไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นปัญหาเรื้อรังมาอย่างยาวนาน คิวบามีโรงไฟฟ้าพลังความร้อนที่ล้าสมัยและการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศที่จะช่วยให้เข้าถึงเชื้อเพลิงในตลาดโลกได้
รัฐบาลคิวบากล่าวโทษว่า ความยากลำบากที่เกิดขึ้นเป็นผลจากการที่สหรัฐฯ ปิดล้อมทางเศรษฐกิจซึ่งกำหนดใช้กับคิวบามาตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 หลังคาสโตรแปรรูปบริษัทต่าง ๆ ให้เป็นกิจการของรัฐ รวมถึงกิจการที่เคยเป็นของสหรัฐฯ ด้วย
ตามรายงานของบีบีซี นิวส์ มุนโด ผู้คนจำนวนมากต้องหันมาทำอาหารด้วยถ่านไม้และฟืน เนื่องจากกำลังเผชิญการปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายทศวรรษ
"หลายคนทำอาหารแบบนี้มาหลายวันแล้ว เพราะหม้อหุงไฟฟ้าแทบจะใช้ไม่ได้เลยเมื่อไม่มีไฟฟ้า และก๊าซก็เหลือน้อยมาก" อลิซาเบธ คอนเตรราส ชาวกรุงฮาวานา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซี นิวส์ มุนโด เมื่อเดือนที่แล้ว
"พวกเราช่วยเหลือกันในฐานะเพื่อนบ้านท่ามกลางความไม่แน่นอนนี้" ผู้รับบำนาญวัย 68 ปี รายนี้ กล่าวเสริม
รัฐบาลคิวบาได้ประกาศแผนรัดเข็มขัดเพื่อช่วยประหยัดงบประมาณรวมถึงปันส่วนน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อไปใช้กับกิจกรรมทางเศรษฐกิจและบริการที่จำเป็น ให้ความสำคัญกับการทำงานจากบ้าน และการใช้รูปแบบการเรียนแบบผสมผสานในมหาวิทยาลัย
สายใยเชื่อมโยงระหว่างเวเนซุเอลาและคิวบามีอะไรบ้าง

ที่มาของภาพ, Bettmann Archive / Getty Images
ทั้งสองคิวบาและเวเนซุเอลามีวิสัยทัศน์ทางการเมืองร่วมกันคือ แบบระบบสังคมนิยมโดยรัฐ และต่างสนับสนุนเกื้อกูลกันมาตั้งแต่ อดีตประธานาธิบดีฮูโก ชาเวซ ของเวเนซุเอลา เข้าสู่อำนาจในปี 1999
เวเนซุเอลาเคยสนับสนุนน้ำมันดิบให้แก่คิวบา เพื่อแลกเปลี่ยนกับการที่คิวบาสนับสนุนในด้านการส่งบุคลากรด้านสาธารณสุข การศึกษา และการกีฬา ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทหารและข่าวกรองไปช่วยเหลือ
มีสมาชิกกองทัพคิวบาราว 32 คนเสียชีวิตในปฏิบัติการของสหรัฐฯ ในเวเนซุเอลาเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งเชื่อกันว่าหลายคนอยู่ในทีมรักษาความปลอดภัยใกล้ชิดของมาดูโร
แม้ตัวเลขที่แน่นอนจะตรวจสอบได้ยาก แต่มีการประเมินว่า เวเนซุเอลาเคยส่งน้ำมันราว 35,000 บาร์เรลต่อวันให้คิวบา ซึ่งคิดเป็นประมาณ 30% ของน้ำมันทั้งหมดที่คิวบาใช้ และมากกว่าห้าเท่าจากจำนวนที่คิวบาได้รับจากรัสเซีย ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านพลังงานรายสำคัญและพันธมิตรดั้งเดิมอีกประเทศหนึ่ง
ประวัติศาสตร์โดยย่อ ความสัมพันธ์สหรัฐฯ - คิวบา

ที่มาของภาพ, EPA
ในทางตรงกันข้าม ตามประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์ระหว่างคิวบากับสหรัฐฯ ถือว่าเป็นศัตรูกันมาอย่างยาวนาน
ในปี 1959 คาสโตรโค่นล้มประธานาธิบดีฟุลเฮนซิโอ บาติสตาได้สำเร็จด้วยการปฏิวัติในคิวบา ตลอดช่วงที่ผ่านมาบาติสตาเคยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสหรัฐฯ หลังจากเหตุการณ์โค่นอำนาจครั้งนั้นเป็นต้นมาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศเริ่มเสื่อมลง
ในขณะนั้นคาสโตรขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ และทำข้อตกลงการค้ากับสหภาพโซเวียต ส่วนสหรัฐฯ ตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับคิวบาและกำหนดการปิดล้อมทางการค้าเพื่อตอบโต้ มาตรการนี้ยังคงมีอยู่เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน
ในปี 1961 เกิดเหตุการณ์การรุกรานอ่าวหมู (Bay of Pigs) หรือการยกพลขึ้นบกอ่าวหมู โดยซีไอเอได้สนับสนุนชาย 1,400 คน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นผู้ลี้ภัยชาวคิวบาให้พยายามโค่นล้มคาสโตร แต่ความพยายามนั้นก็ถูกกองทัพคิวบาปราบได้ภายในสามวัน
หนึ่งปีต่อมา ในปี 1962 ประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ประกาศการปิดล้อมทางการค้าเต็มรูปแบบต่อคิวบา
ช่วงปลายปีเดียวกัน เกิดวิกฤตขีปนาวุธคิวบา โดยสหรัฐฯ พบว่าคิวบาอนุญาตให้สหภาพโซเวียต (USSR) สร้างฐานปล่อยขีปนาวุธนิวเคลียร์บนเกาะ ส่งผลให้โลกเกือบเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์เป็นเวลา 13 วัน ก่อนที่เคนเนดีและผู้นำสหภาพโซเวียตจะบรรลุข้อตกลงให้สหรัฐฯ ถอนขีปนาวุธออกจากตุรกี และโซเวียตถอนอาวุธออกจากคิวบา
ความสัมพันธ์เริ่มกระชับใกล้ชิดขึ้นในสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา โดยที่เขาผ่อนคลายข้อจำกัดด้านการเดินทางและการเคลื่อนย้ายเงินระหว่างกัน รวมทั้งถอดคิวบาออกจากรายชื่อประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้าย ซึ่งถูกขึ้นบัญชีไว้ตั้งแต่ปี 1982 ทั้งสองประเทศกลับมาเปิดสถานทูตอีกครั้ง และในปี 2016 โอบามาเดินทางเยือนคิวบาอย่างเป็นทางการ และกลายเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่ดำรงตำแหน่งคนแรกที่เยือนคิวบาตั้งแต่ปี 1928
หนึ่งปีต่อมา ทรัมป์กลับมารื้อฟื้นข้อจำกัดในการเดินทางของชาวอเมริกันไปยังคิวบา แต่ระบุว่าเขาจะไม่ตัดความสัมพันธ์ทางการทูต ต่อมาในปีเดียวกัน สหรัฐฯ ยังถอนเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่กลับจากสถานทูตฯ หลังนักการทูตและเจ้าหน้าที่ข่าวกรองประสบปัญหาด้านสุขภาพ
ในปี 2021 สหรัฐฯ นำคิวบากลับเข้าสู่รายชื่อประเทศผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง และประธานาธิบดีโจ ไบเดน ในขณะนั้น ได้ประกาศมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติมหลังเกิดการประท้วงในกรุงฮาวานา
ในปีถัดมาเขาก็ตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการบางส่วน ในปี 2025 กล่าวว่า เขาจะนำคิวบาออกจากรายชื่อผู้สนับสนุนการก่อการร้ายอีกครั้ง แต่ทรัมป์ได้ยกเลิกมาตรการดังกล่าวในวันแรกที่กลับเข้ารับตำแหน่ง และเดินหน้าบังคับใช้ข้อจำกัดที่เข้มงวดขึ้น































