ศาลสหรัฐฯ ตัดสิน Meta - YouTube ผิดฐานทำให้เด็กเสพติดโซเชียลมีเดีย สั่งจ่ายชดเชย 196 ล้านบาท

คำบรรยายวิดีโอ, ทนายความของฝ่ายโจทก์เรียกคำพิพากษาคดีโซเชียลมีเดียครั้งนี้ว่า "ช่วงเวลาแห่งความชอบธรรม"
    • Author, คาลิ เฮย์
    • Role, ผู้สื่อข่าวเทคโนโลยี
    • Author, นาร์ดีน ซาด
    • Author, เรแกน มอร์ริส
    • Reporting from, รายงานจากนครลอสแอนเจลิส
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

คณะลูกขุนในนครลอสแอนเจลิสของสหรัฐอเมริกาเพิ่งส่งมอบชัยชนะที่ไม่เคยมีมาก่อนให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ยื่นฟ้องเมตา (Meta) และยูทิวบ์ (YouTube) จากการทำให้เธอเสพติดโซเชียลมีเดียในวัยเด็ก

คณะลูกขุนพบว่าเมตา เจ้าของอินสตาแกรม เฟซบุ๊ก และวอตส์แอปป์ กับกูเกิล เจ้าของยูทิวบ์ เจตนาสร้างแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้คนติด ซึ่งเป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของหญิงวัย 20 ปีรายนี้

ผู้หญิงคนนี้มีชื่อว่าเคลีย์ เธอจะได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายเป็นเงิน 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 196 ล้านบาท) จากคำพิพากษานี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อคดีอื่น ๆ ที่มีความคล้ายคลึงกันหลายร้อยคดีที่กำลังถูกพิจารณาโดยศาลต่าง ๆ ในสหรัฐฯ

เมตาและกูเกิลต่างเปิดเผยว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินและจะยื่นอุทธรณ์ โดยฝ่ายเมตาระบุว่า "สุขภาพจิตของวัยรุ่นมีความซับซ้อนอย่างลึกซึ้ง และไม่สามารถนำไปผูกโยงกับแอปใดแอปหนึ่งได้"

"เราจะยังคงใช้สิทธิปกป้องตัวเองอย่างเต็มที่ต่อไป เนื่องจากทุกคดีมีความแตกต่างกัน และเรายังคงมั่นใจในบันทึกทางสถิติของเราในการปกป้องเยาวชนบนโลกออนไลน์"

ด้านโฆษกของกูเกิลระบุว่า "คดีนี้เป็นการเข้าใจยูทิวบ์ ซึ่งรับผิดชอบในการสร้างแพลตฟอร์มสตรีมมิง ไม่ใช่ช่องทางโซเชียลมีเดีย ผิดไป"

คณะลูกขุนตัดสินว่าเคลีย์ควรได้รับค่าชดเชยความเสียหายเป็นเงิน 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 98 ล้านบาท) และค่าเสียหายเชิงลงโทษ (punitive damages) เพิ่มเติมอีก 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 98 ล้านบาท) เพราะพวกเขามองว่าเมตาและกูเกิล "กระทำการด้วยความจงใจจะสร้างความเสียหาย กดขี่ หรือฉ้อโกง" ในวิธีการที่บริษัทบริหารแพลตฟอร์มของพวกเขา

คาดว่าเมตาจะแบกรับค่าเสียหายที่ต้องจ่ายให้กับเคลีย์ 70% ในขณะที่กูเกิลออกส่วนที่เหลือ 30%

มีผู้ปกครองของเด็กคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในคดีความของเคลีย์ แต่อ้างว่าพวกเขาก็ได้รับอันตรายจากโซเชียลมีเดียด้วย มาร่วมสังเกตการณ์ภายนอกศาลด้วยเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พวกเขามาที่นี่อยู่หลายวันตลอดการพิจารณาคดีนานห้าสัปดาห์

เมื่อมีคำพิพากษาออกมา ผู้ปกครองอย่าง เอมี เนวิลล์ ก็แสดงท่าทางดีใจและโอบกอดกับผู้ปกครองและผู้สนับสนุนคนอื่น ๆ ที่เฝ้ารอคำตัดสินนี้

คำพิพากษาของศาลในนครลอสแอนเจลิสเกิดขึ้นหนึ่งวันหลังจากคณะลูกขุนในรัฐนิวเม็กซิโกพิพากษาให้เมตารับผิดชอบต่อการที่แพลตฟอร์มของตนเองก่อให้เกิดอันตรายแก่เด็ก และทำให้พวกเขาเข้าถึงเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งและติดต่อกับผู้มีพฤติกรรมบ้ากามได้

ไมค์ พรุลซ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยแห่งบริษัทฟอร์เรสเตอร์ (Forrester) คำพิพากษาที่มีมาอย่างต่อเนื่องนี้ตอกย้ำ "จุดแตกหัก" ระหว่างบริษัทโซเชียลมีเดียและสาธารณชน

ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศต่าง ๆ เช่น ออสเตรเลีย ได้ออกข้อกำหนดในการจำกัดหรือยุติการใช้โซเชียลมีเดียในเด็ก ขณะที่สหราชอาณาจักรตอนนี้ได้ดำเนินโครงการนำร่องเพื่อดูว่าการจะห้ามการใช้โซเชียลมีเดียสำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี อาจจะทำได้อย่างไรบ้าง

"ความคิดเห็นเชิงลบต่อโซเชียลมีเดียถูกพูดถึงมาหลายปีแล้ว และในที่สุดมันก็มาถึงจุดเดือดในตอนนี้" พรุลซ์กล่าว

A group of women sit on steps in front of an Los Angeles courthouse and react with happiness and tears at verdict

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้ปกครองและครอบครัวของเหยื่ออยู่ที่หน้าศาลในแอลเอเพื่อฟังคำพิพากษา

ระหว่างการปรากฏตัวต่อหน้าคณะลูกขุนในเดือน ก.พ. มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเมตา แสดงความเชื่อมั่นในนโยบายของบริษัทที่มีมาอย่างยาวนาน ในการไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี สมัครบัญชีบนแพลตฟอร์มใด ๆ ของบริษัท

เมื่อมีการนำเสนองานวิจัยภายในและเอกสารที่แสดงให้เห็นว่าเมตาทราบความเป็นจริงที่ว่ามีเด็กอายุน้อยที่ใช้งานแพลตฟอร์มของตน ซัคเคอร์เบิร์กบอกว่าเขา "ปรารถนาอยู่เสมอ" ให้มีกระบวนการระบุตัวผู้ใช้บริการที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีได้รวดเร็วขึ้น โดยเขายืนยันว่าบริษัทได้อยู่ใน "จุดที่เหมาะสมแล้วเมื่อเวลาผ่านไป"

ขณะที่กูเกิล ในฐานะเจ้าของช่องทางเผยแพร่วิดีโออย่างยูทิวบ์ ก็ตกเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วย แม้ว่ากระบวนการพิจารณาคดีส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่อินสตาแกรมและเมตาก็ตาม

สแนป (Snap) และติ๊กตอก (TikTok) เองก็เคยตกเป็นจำเลยในคดีนี้เช่นกัน แต่ทั้งสองบริษัททำข้อตกลงประนีประนอมข้อพิพาทที่ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดกับเคลีย์ไปก่อนการพิจารณาคดีแล้ว

ด้านทีมทนายความของเคลีย์โต้แย้งว่า เมตาและยูทิวบ์ได้สร้าง "เครื่องจักรแห่งการเสพติด" (addiction machines) และล้มเหลวในความรับผิดชอบที่ต้องปกป้องเด็ก ๆ จากการเข้าถึงแพลตฟอร์มของพวกเขา

เคลีย์บอกว่าเธอเริ่มใช้อินสตาแกรมตอนอายุเก้าขวบ และเริ่มใช้ยูทิวบ์ตอบอายุหกขวบ และไม่พบความพยายามใด ๆ ในการปิดกั้นเธอ ด้วยอายุของเธอ

"ฉันเลิกสุงสิงกับครอบครัวเพราะฉันใช้เวลาทั้งหมดของฉันไปกับโซเชียลมีเดีย" เคลีย์ระบุในระหว่างการให้การ

เคลีย์บอกว่าเธอมีอายุได้ 10 ปี ในตอนที่เธอเริ่มรู้สึกถึงความวิตกกังวลและซึมเศร้า ซึ่งเป็นความผิดปกติที่เธอได้รับการยืนยันด้วยคำวินิจฉัยโดยนักบำบัดในอีกหลายปีต่อมา

เธอยังหมกมุ่นเกี่ยวกับรูปร่างหน้าตาของเธอ และเริ่มใช้ฟิลเตอร์ในอินสตาแกรมที่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของเธอ ทำให้จมูกของเธอเล็กลง ดวงตาใหญ่ขึ้น โดยเธอเริ่มทำสิ่งนี้ตั้งแต่ไม่นานหลังจากที่เธอเริ่มใช้แพลตฟอร์มดังกล่าวในวัยเด็ก

เคลีย์ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคไม่ชอบรูปร่างหน้าตาตัวเอง (body dysmorphia) ตั้งแต่ตอนนั้น โดยอาการของโรคนี้จะทำให้ผู้คนมีความกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของตัวเองมากเกินไป และจะหลีกเลี่ยงการมองเห็นตัวเองในแบบที่คนอื่น ๆ เห็น

ทีมทนายความของเธอบอกว่า คุณสมบัติต่าง ๆ ของอินสตาแกรม เช่น การเลื่อนดูได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุดนั้น ถูกออกแบบมาให้เสพติด

พวกเขายังระบุด้วยว่า เป้าหมายการเติบโตของเมตา มีจุดประสงค์เพื่อให้คนอายุน้อยเข้ามาใช้แพลตฟอร์มของตน

พวกเขายังอ้างถึงคำให้การของผู้เชี่ยวชาญต่าง ๆ และอดีตผู้บริหารของเมตา นำมาโต้แย้งว่าบริษัทต้องการผู้ใช้งานอายุน้อย เพราะพวกเขามีแนวโน้มที่จะอยู่กับแพลตฟอร์มของเมตาได้นานกว่า

เมื่อทีมทนายความของเคลีย์บอกกับอดัม มอสเซรี ผู้บริหารสูงสุดของอินสตาแกรมว่า เธอเคยใช้งานแพลตฟอร์มดังกล่าวสูงสุดถึง 16 ชั่วโมงในวันเดียว เขาปฏิเสธว่านั่นคือหลักฐานของการเสพติด

ในทางกลับกัน เขาเรียกวัยรุ่นที่ใช้เวลาส่วนใหญ่ของวันไปกับอินสตาแกรมว่า "มีปัญหา"

ทีมทนายความของเคลีย์ระบุในวันพุธว่า คำตัดสินของคณะลูกขุนเป็นการ "ส่งข้อความที่ชัดเจนว่า ไม่มีบริษัทใดจะอยู่เหนือความรับผิดชอบไปได้ เมื่อเกี่ยวข้องกับเด็ก ๆ ของเรา"

ยังมีอีกคดีที่มีการฟ้องร้องเมตาและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอื่น ๆ ในกรณีที่พวกเขาถูกกล่าวหาว่าก่ออันตรายต่อเด็ก ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มขึ้นในเดือน มิ.ย. นี้ ที่ศาลรัฐบาลกลางในรัฐแคลิฟอร์เนีย