กรุงโซลคุมเข้มรักษาความปลอดภัย เตรียมจัดคอนเสิร์ตฉลองการกลับมาแบบเต็มวงของ "บีทีเอส"

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, ยูนา คู
- Role, บีบีซีแผนกภาษาเกาหลี
- Reporting from, รายงานจากกรุงโซล
- เวลาอ่าน: 14 นาที
ขณะนี้ย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ใจกลางกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ กำลังเตรียมพร้อมอย่างแข็งขันเพื่อนับถอยหลังสู่การเปิดฉากคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีนี้เลยทีเดียว เพราะคอนเสิร์ตนี้คือการกลับมาของวงบีทีเอส (BTS) วงนักร้องชายที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
คาดว่าในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. ที่จะถึงนี้ จะมีผู้คนมากมายถึงกว่า 250,000 คน หลั่งไหลกันมาจากทุกสารทิศ เพื่อมาที่จัตุรัสกวางฮวามุน สถานที่แสดงคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ บรรดาแฟนเพลงจะได้รับชมการแสดงของนักร้องเค-ป็อป ผู้เป็นสมาชิกของวงบีทีเอสครบทั้งเจ็ดคน ได้แก่อาร์เอ็ม, จิน, ชูกา, เจ-โฮป,จิมิน, วี, และจ็องกุก โดยในครั้งนี้พวกเขาจะแสดงร่วมกันแบบเต็มวงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนต.ค. ปี 2022 เป็นต้นมา
อย่างไรก็ตาม แฟนเพลงส่วนใหญ่จะต้องรับชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ผ่านจอขนาดยักษ์ ซึ่งติดตั้งไว้ที่บริเวณรอบนอกของเวทีแสดงคอนเสิร์ต เนื่องจากมีผู้โชคดีเพียง 22,000 คนเท่านั้น ที่ได้รับบัตรเข้าชมฟรี และสามารถเข้าไปในพื้นที่ใกล้เวทีคอนเสิร์ตที่ล้อมรั้วกั้นเอาไว้เป็นพิเศษได้
อามี ออสโทรฟสกายา สาวรัสเซียที่ย้ายถิ่นฐานมาศึกษาต่อที่กรุงโซลตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับบัตรเข้าชมฟรี เธอบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า "บีทีเอสคือเหตุผลที่ทำให้ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่...พวกเขาคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันเริ่มเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาหลี รวมทั้งวัฒนธรรม, อาหาร, กีฬา, และภาษาเกาหลี"
เวทีคอนเสิร์ตตั้งอยู่หน้าประตูกวางฮวามุน ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 และเป็นประตูทางเข้าหนึ่งของพระราชวังคยองบก โดยวงบีทีเอสจะทำการแสดงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง และคาดว่าจะร้องเพลงจากอัลบั้มใหม่เอี่ยมที่แฟน ๆ ต่างรอคอยกันมานาน ซึ่งอัลบั้มใหม่ "อารีรัง" (Arirang) มีกำหนดจะเปิดตัวในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนแฟนเพลงทั่วโลกหลายล้านคน สามารถจะรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ซึ่งได้ทำสัญญากับวงบีทีเอสในการเป็นผู้ถ่ายทอดสดแบบไลฟ์สตรีมเอาไว้แล้ว
สำหรับประเทศเกาหลีใต้ งานคอนเสิร์ตนี้เป็นมากกว่าการกลับมาของวงเค-ป็อปวงหนึ่ง แต่ยังช่วยปลุกกระแสการกลับมาของพลังทางวัฒนธรรม ที่เคยขับเคลื่อน "ซอฟต์พาวเวอร์" ของเกาหลีใต้ ซึ่งพลังเหล่านี้มาจากเพลงป็อปโดนใจและท่าเต้นแนวอิเล็กทรอนิกแดนซ์ ซึ่งเคยได้รับความนิยมสูงแบบทำลายสถิติมานักต่อนัก

ที่มาของภาพ, BBC/Jungmin Choi
บีทีเอสถือเป็นวงนักร้องเพลงป็อปที่ใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของโลก แต่พวกเขากลับต้องโบกมือลาแยกวงกันไปชั่วคราว ในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังถึงขีดสุด เนื่องจากสมาชิกหลายคนติดเกณฑ์ทหาร เริ่มจากจินในปี 2022 และชูกาเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับใช้ชาติแล้วเรียบร้อย เมื่อเดือนมิ.ย. ของปีก่อน ทำให้ตอนนี้พวกเขามีโอกาสกลับมาอีกครั้งแบบเต็มวง โดยในเดือนหน้าบีทีเอสมีกำหนดจะออกตระเวนทัวร์แสดงคอนเสิร์ตรอบโลก 82 ครั้ง ในเมืองใหญ่กว่า 30 แห่ง รวมถึงประเทศสิงคโปร์, กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น, นครมิวนิกของเยอรมนี, และนครลอสแอนเจลีสในสหรัฐฯ
การกลับมาในครั้งนี้ของบีทีเอส ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีเดิมพันสูง เพราะพวกเขากลับมาในยามที่อุตสาหกรรมเค-ป็อปขยายตัวขึ้นอย่างมาก จนการแข่งขันก็พลอยสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว "ที่ผ่านมาพวกเขามักทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายของฉันเสมอ พวกเขาอาจรู้สึกกดดันบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด" พัก จู-ยัง นักศึกษาสาววัย 20 ปี ซึ่งรอคอยการกลับมาของบีทีเอสอย่างใจจดใจจ่อกล่าว
แฟนคลับนับล้านคนซึ่งเรียกตัวเองว่า "กองทัพบีทีเอส" (BTS Army) หรือ "บรรดาอาร์มี" ได้เริ่มรวมตัวกันเพื่อคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้แล้ว โดยมาร์การิตา เปเรซ สถาปนิกวัย 58 ปี จากเยอรมนี บอกว่าเธอไม่มีบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในวันเสาร์นี้ แต่ก็พยายามมาสำรวจสถานที่ล่วงหน้า เพื่อหาจุดที่จะชมคอนเสิร์ตผ่านจอถ่ายทอดสดให้ได้ใกล้ชิดที่สุด
เจ้าหน้าที่ของทางการได้เข้าเคลียร์พื้นที่ โดยถอนป้ายจอดรถประจำทางทั้งหมด และติดตั้งไฟดวงใหญ่ที่ฉายแสงให้สถานที่สำคัญดูโดดเด่น ร้านรวงย่านใจกลางเมืองต่างตบแต่งร้านให้เป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำวงบีทีเอส มีการวางกำลังตำรวจถึง 7,000 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษ SWAT ที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธและยุทธวิธีขั้นสูง ซึ่งในครั้งนี้จะใช้งานระบบต่อต้านโดรน เพื่อควบคุมฝูงชนเรือนแสนที่จัตุรัสกวางฮวามุนให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย
เนื่องจากจัตุรัสใจกลางเมืองหลวง ได้กลายเป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดยักษ์กลางแจ้งของวงบีทีเอสไปแล้ว ทางการจึงวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่นจำกัดการเข้าถึงอาคารสิบกว่าแห่งในบริเวณใกล้เคียง และปิดให้บริการสถานีรถไฟใต้ดิน 3 สถานี ที่ตั้งอยู่ในละแวกนั้น ในช่วงเวลาก่อนและหลังการแสดงคอนเสิร์ต ส่วนผู้ที่จะเข้าไปในจัตุรัสกวางฮวามุน จะต้องเดินเข้าโดยผ่านด่านตรวจที่มีอยู่ทั้งหมด 31 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะมีเครื่องตรวจโลหะติดตั้งอยู่
แม้เกาหลีใต้จะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด ทั้งยังมีพลเรือนที่ครอบครองอาวุธปืนน้อยมาก และอาวุธปืนส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้ก็มักจะฝากเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ ทว่าในครั้งนี้ทางการจะออกคำสั่งห้ามชั่วคราว ไม่ให้พลเรือนเบิกอาวุธปืนที่ฝากไว้กับตำรวจออกมาได้
การรักษาความปลอดภัยระดับเข้มงวดถึงขีดสุดแบบนี้ ทำให้ชาวเกาหลีใต้บางคนตั้งคำถามว่ามันมากเกินไปหรือไม่ "มีการดึงกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากในครั้งเดียว เพียงเพื่อให้มาประจำการอยู่ในงานนี้ หากมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้นที่อื่น อาจไม่มีคนเหลือพอที่จะช่วยจัดการได้ ส่วนถนนหนทางก็ถูกปิดกั้นไปหมด จะทำให้เข้าถึงที่เกิดเหตุได้ยาก" หนึ่งในบรรดาผู้ใช้งานของสื่อสังคมออนไลน์ "เอ็กซ์" (X) กล่าว

ที่มาของภาพ, Getty Images
เจ้าหน้าที่ของทางการกรุงโซลผู้หนึ่ง บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า ทางการเป็นผู้ให้สถานที่จัดงาน รวมทั้งช่วยจัดวางระบบจัดการฝูงชนและมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ แต่ไม่ได้เป็นผู้มอบเงินสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้โดยตรง ด้านนางสาวอิม โอ-กยอง สมาชิกรัฐสภาซึ่งสังกัดพรรครัฐบาล ได้เคยแสดงความเป็นห่วงเมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค. นี้ว่า ทรัพยากรของภาครัฐถูกนำไปใช้ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างมหาศาล แต่ผู้รับผลประโยชน์กลับกลายเป็นเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิถ่ายทอดสดการแสดงของวงบีทีเอสแต่เพียงผู้เดียว
ข้อตกลงระหว่างเน็ตฟลิกซ์กับบีทีเอส ยังรวมไปถึงสิทธิในการสตรีมภาพยนตร์สารคดี ซึ่งว่าด้วยการกลับมารวมวงของสมาชิกบีทีเอสอีกด้วย ข้อตกลงเหล่านี้เป็นชัยชนะทางการตลาดของเน็ตฟลิกซ์ ที่ได้มาหลังช่วยสูบฉีดเม็ดเงินหลายพันล้านให้ไหลเข้าสู่วงการบันเทิงเกาหลี
การแจกบัตรเข้าชมฟรีในจำนวนจำกัด ทำให้หลายคนต้องผิดหวัง โดยคนเหล่านี้อ้างว่าวิธีดังกล่าวตัดโอกาสของแฟนพันธุ์แท้ ในการต่อสู้แย่งชิงเพื่อให้ได้ตั๋วคอนเสิร์ตมาครอบครอง บรรดาแฟนคลับดั้งเดิมของบีทีเอสถึงกับทำโครงการรณรงค์ ไม่ให้มีการนำตั๋วฟรีไปขายต่อ และป้องกันการหายตัวไม่มาชมคอนเสิร์ตตามนัดด้วย
เมื่อเดือนที่แล้วบัตรเข้าชมฟรีประมาณ 13,000 ใบ ถูกรับทางออนไลน์จนหมดเกลี้ยงในพริบตา หลังจากที่ผู้จัดงานเปิดให้แฟนเพลงเข้ารับตั๋วได้เพียงครู่เดียว โดยผู้โชคดีจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเดียวของบรรดาแฟนคลับบีทีเอส ที่แย่งกันเข้าคิวเพื่อรอรับตั๋วทางออนไลน์กว่าแสนคน หลังจากนั้นมีการแจกบัตรเข้าชมฟรีรอบสองอีกกว่า 7,000 ใบ แต่ก็ถูกรับไปจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที
"ฉันพยายามใช้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจองตั๋วแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จเลยทั้งสองทาง" หญิงสาวชื่อ "ราเชล" ซึ่งบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นแฟนคลับของบีทีเอส แต่ก็อยากจะเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะ "พวกเขามีความสามารถโดดเด่น จนโด่งดังไปทั่วโลก ฉันจึงอยากจะใช้โอกาสนี้เข้าชมการแสดงสดของพวกเขาสักครั้ง"
อามี ออสทรอฟสกายา นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากรัสเซีย พลาดโอกาสได้รับบัตรเข้าชมฟรีในครั้งแรก "ฉันถึงกับนอนร้องไห้ทั้งคืน" ออสทรอฟสกายากล่าว แต่เธอบอกด้วยว่า โชคดีที่เพื่อนของเธอคนหนึ่งให้ตั๋วคอนเสิร์ตกับเธอในภายหลัง "ฉันดีใจและมีความสุขมาก รู้สึกเหมือนกับว่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้มลายหายไปหมดสิ้น ในที่สุดฉันก็จะได้เข้าร่วมการแสดงคอนเสิร์ตแบบเต็มวงของพวกเขาเสียที หลังจากที่ต้องรอมาเนิ่นนานหลายปี มันมีความหมายต่อฉันมาก" ออสทรอฟสกายากล่าวขณะยืนอยู่ที่จัตุรัสกวางฮวามุน ก่อนที่งานคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นหลายวัน โดยถือตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนชูกาและจ็องกุกเอาไว้
"ฉันคิดว่าการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสขึ้นที่นี่ จะช่วยส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีใต้ รวมทั้งเค-ป็อป ให้โด่งดังไปทั่วโลก" คิม ยอง-รัน คุณแม่วัย 50 ปีกล่าว ขณะเดินเล่นในจัตุรัสกวางฮวามุนกับลูกสาวทั้งสอง
แต่สำหรับบางคนแล้ว การจัดงานใหญ่ในระดับนี้ออกจะน่าห่วงกังวลอยู่ "ฉันเข้าใจดีว่า เจ้าหน้าที่จะต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งขึ้นแน่ ๆ แต่ก็จะมีคนมางานจำนวนมหาศาล มันทำให้ฉันอดกังวลหน่อย ๆ ไม่ได้" พัก ซู-บิน ผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์วัย 30 ปี และเป็นแฟนตัวยงของวงบีทีเอสมานานถึง 7 ปีกล่าว ตอนนี้พักมีตั๋วคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนเมษายนแล้ว เธอจึงตัดสินใจว่า จะไม่มางานคอนเสิร์ตที่จัตุรัสกวางฮวามุนในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. นี้

ที่มาของภาพ, BBC/Suhnwook Lee
การรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อวันจัดคอนเสิร์ตเริ่มใกล้เข้ามา พื้นที่ส่วนใหญ่ของจัตุรัสถูกปิดกั้นแล้ว ทำให้บรรดาคนเดินถนนที่สัญจรผ่านไปมา ต้องเดินอ้อมไกลไปอีกทางหนึ่ง ส่วนคนที่ตั้งใจจะมาร่วมงานอื่น ๆ ซึ่งจัดขึ้นในบริเวณเดียวกัน ต่างก็ไม่แน่ใจว่างานของตนจะถูกยกเลิกหรือไม่
ขณะนี้ซอน ยอน-จู ทนายความหญิงวัย 30 ปี รู้สึกสับสนและเป็นกังวลอย่างมาก เพราะเธอมีกำหนดจะจัดพิธีมงคลสมรสของตนเอง ตรงบริเวณที่ใกล้กับจัตุรัสกวางฮวามุน ก่อนที่การแสดงคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้วว่า ครอบครัวและแขกเหรื่อหลายร้อยคนที่จะมาร่วมงานแต่งของเธอ จะสามารถเข้าไปในสถานที่จัดงานเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยด่านตรวจและสิ่งกีดขวางมากมายได้หรือไม่
ซอนบอกว่า "ฉันพยายามติดต่อศาลาว่าการกรุงโซลหลายครั้ง และพยายามติดต่อสอบถามมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตำรวจบอกว่าอาจยอมให้แขกเหรื่อในงานแต่งของเธอ ขึ้นนั่งรถบัสของตำรวจเพื่อเข้าไปในงานได้ หากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดปิดให้บริการ "ฉันไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ เป็นพิเศษ กับวงบีทีเอส แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้ฉันรู้สึกสับสนคับข้องใจจริง ๆ"
คนที่ได้รับผลประโยชน์จากงานนี้อย่างแท้จริง คือนักธุรกิจท้องถิ่นบางรายที่มีโอกาสได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อต้อนรับการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวและแฟนเพลงผู้มาเยือน โรงแรมในบริเวณใกล้เคียงถูกจองเต็มหมด ทั้งที่ได้ขึ้นราคาที่พักล่วงหน้ามาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว บรรดาช่างภาพก็ง่วนอยู่กับการค้นหาและจองจุดถ่ายภาพดี ๆ บนดาดฟ้าของอาคารแถบนั้น
คิม ซุง-แด เจ้าของร้านอาหารทะเลใกล้จัตุรัสกวางฮวามุน คาดว่ายอดขายจะพุ่งสูงยิ่งกว่าช่วงเทศกาลคริสต์มาสเสียอีก "ผมกำลังเตรียมแปลเมนูเป็นภาษาอังกฤษ, จีน, และญี่ปุ่น รวมทั้งตกแต่งร้านด้วยดอกไม้สีม่วง ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของวงบีทีเอส"

ที่มาของภาพ, BBC/Jungmin Choi
รัฐบาลเกาหลีใต้อ้างว่า รายได้จากการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะมาจากการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสนั้น คุ้มค่าสมน้ำสมเนื้อกับมูลค่าของทรัพยากรต่าง ๆ ของรัฐ ที่ได้ใช้ไปในการนี้
ก่อนที่บีทีเอสจะอำลาวงการไปชั่วคราวในปี 2022 สถาบันวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ประมาณการว่า การแสดงของวงบีทีเอสเพียงครั้งเดียว สามารถจะสร้างรายได้สูงสุดถึง 842 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว โดยทั้งหมดนี้นับรวมยอดจำหน่ายบัตรเข้าชม, ยอดจำหน่ายสินค้าที่ระลึก, ยอดการจองห้องพักโรงแรมและบริการการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
ชาวเกาหลีใต้บางคนเห็นด้วยกับการจัดคอนเสิร์ตกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ "ผมมองไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหน" คนท้องถิ่นในย่านจัตุรัสกวางฮวามุนกล่าว "บีทีเอสทำเพื่อเกาหลีใต้มามากมาย ยกระดับภาพลักษณ์ของพวกเราในเวทีโลก โดยที่รัฐบาลไม่เคยเข้ามาช่วยสนับสนุนอะไรเลย ทำไมเราจะยกพื้นที่สาธารณะของจัตุรัสกวางฮามุน ให้พวกเขาใช้ในวันเสาร์สักวันหนึ่งไม่ได้หรือ ?"
อย่างไรก็ตามบางคนเห็นแย้งว่า "การมาคาดหวังให้พลเมืองเสียสละตนเอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้จากการท่องเที่ยว หรือเพื่อเชิดชูเกียรติภูมิของชาติผ่านการส่งเสริมเค-ป็อป ถือเป็นการอ้างเหตุผลที่ล้าสมัยแล้ว" ชอย มุน-ซุน คอลัมนิสต์ชาวเกาหลีใต้กล่าว
ด้านจุง มิน-แจ นักวิจารณ์เพลงป็อป เขียนแสดงความเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์ "เอ็กซ์" (X) ว่า "หากยอมให้จัดคอนเสิร์ตฉลองการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของวงบอยแบนด์ โดยยอมถึงขั้นให้ใจกลางเมืองส่วนหนึ่งกลายเป็นอัมพาตได้ ศิลปินหรือค่ายเพลงอื่น ๆ ก็อาจจะขอพื้นที่จัดงานแบบเดียวกันได้ในวันข้างหน้า เมื่อถึงตอนนั้น ทางการกรุงโซลจะใช้กฎเกณฑ์อะไรมาตอบรับหรือปฏิเสธคำขอเหล่านั้น ?"

ที่มาของภาพ, BBC/Suhnwook Lee
ป้ายบิลบอร์ดของวงบีทีเอสซึ่งเน็ตฟลิกซ์เป็นผู้จ่ายค่าเช่า ปรากฏขึ้นทั่วเมืองในขณะที่เทรลเลอร์โหมโรงการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ ถูกฉายบนจอขนาดยักษ์บนตึกสูง บันไดหน้าศูนย์ศิลปะการแสดงเซจอง ซึ่งถูกห่อหุ้มจนมิดด้วยโฆษณาของเน็ตฟลิกซ์ ได้กลายเป็นจุดถ่ายภาพเซลฟี่ยอดนิยมไปแล้ว
จุดดังกล่าวคือสถานที่ที่ "แจ็กเกอลีน" ครูสาววัย 29 ปี จากกรุงเม็กซิโกซิตี ต้องการจะไปเยือนให้ได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้เธอมีกำหนดจะเข้าชมการแสดงของวงบีทีเอสในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาเริ่ม "เวิลด์ทัวร์" ตระเวนทำการแสดงไปทั่วโลก แต่เธอก็ยังต้องการมาที่จัตุรัสแห่งนี้ ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นตัวจริงของศิลปินที่เธอชื่นชอบ แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเดียวก็ยังดี
"สองสามปีที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาอันหดหู่เศร้าสร้อยของชาวกองทัพบีทีเอส ฉันชอบผลงานอัลบั้มเดี่ยวของพวกเขาแต่ละคนนะ แต่พวกเขาจะโดดเด่นน่าอัศจรรย์ยิ่งขึ้น เมื่อทำการแสดงร่วมกัน" แจ็กเกอลีนกล่าว
รายงานข่าวเพิ่มเติมโดย ลีฮยุน ชอย และ โฮซู ลี
































