กรุงโซลคุมเข้มรักษาความปลอดภัย เตรียมจัดคอนเสิร์ตฉลองการกลับมาแบบเต็มวงของ "บีทีเอส"

BTS performs onstage at the 64th Annual Grammy Awards held at the MGM Grand Garden Arena on April 3rd, 2022 in Las Vegas, Nevada.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, วงบีทีเอสรวมตัวบนเวทีรางวัลแกรมมี ปี 2022 หลังจากที่ไม่ได้ทำการแสดงร่วมกันมานานหลายปี
    • Author, ยูนา คู
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาเกาหลี
    • Reporting from, รายงานจากกรุงโซล
  • เวลาอ่าน: 14 นาที

ขณะนี้ย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ใจกลางกรุงโซล เมืองหลวงของเกาหลีใต้ กำลังเตรียมพร้อมอย่างแข็งขันเพื่อนับถอยหลังสู่การเปิดฉากคอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของปีนี้เลยทีเดียว เพราะคอนเสิร์ตนี้คือการกลับมาของวงบีทีเอส (BTS) วงนักร้องชายที่ประสบความสำเร็จสูงสุดของโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

คาดว่าในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. ที่จะถึงนี้ จะมีผู้คนมากมายถึงกว่า 250,000 คน หลั่งไหลกันมาจากทุกสารทิศ เพื่อมาที่จัตุรัสกวางฮวามุน สถานที่แสดงคอนเสิร์ตครั้งประวัติศาสตร์ บรรดาแฟนเพลงจะได้รับชมการแสดงของนักร้องเค-ป็อป ผู้เป็นสมาชิกของวงบีทีเอสครบทั้งเจ็ดคน ได้แก่อาร์เอ็ม, จิน, ชูกา, เจ-โฮป,จิมิน, วี, และจ็องกุก โดยในครั้งนี้พวกเขาจะแสดงร่วมกันแบบเต็มวงเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เดือนต.ค. ปี 2022 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม แฟนเพลงส่วนใหญ่จะต้องรับชมคอนเสิร์ตครั้งนี้ผ่านจอขนาดยักษ์ ซึ่งติดตั้งไว้ที่บริเวณรอบนอกของเวทีแสดงคอนเสิร์ต เนื่องจากมีผู้โชคดีเพียง 22,000 คนเท่านั้น ที่ได้รับบัตรเข้าชมฟรี และสามารถเข้าไปในพื้นที่ใกล้เวทีคอนเสิร์ตที่ล้อมรั้วกั้นเอาไว้เป็นพิเศษได้

อามี ออสโทรฟสกายา สาวรัสเซียที่ย้ายถิ่นฐานมาศึกษาต่อที่กรุงโซลตั้งแต่ปีที่แล้ว เป็นหนึ่งในผู้โชคดีที่ได้รับบัตรเข้าชมฟรี เธอบอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า "บีทีเอสคือเหตุผลที่ทำให้ฉันย้ายมาอยู่ที่นี่...พวกเขาคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ฉันเริ่มเรียนรู้ประวัติศาสตร์เกาหลี รวมทั้งวัฒนธรรม, อาหาร, กีฬา, และภาษาเกาหลี"

เวทีคอนเสิร์ตตั้งอยู่หน้าประตูกวางฮวามุน ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 และเป็นประตูทางเข้าหนึ่งของพระราชวังคยองบก โดยวงบีทีเอสจะทำการแสดงเป็นเวลาหนึ่งชั่วโมง และคาดว่าจะร้องเพลงจากอัลบั้มใหม่เอี่ยมที่แฟน ๆ ต่างรอคอยกันมานาน ซึ่งอัลบั้มใหม่ "อารีรัง" (Arirang) มีกำหนดจะเปิดตัวในช่วงบ่ายของวันศุกร์ที่ 20 มี.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ส่วนแฟนเพลงทั่วโลกหลายล้านคน สามารถจะรับชมการถ่ายทอดสดคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้ทางเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ซึ่งได้ทำสัญญากับวงบีทีเอสในการเป็นผู้ถ่ายทอดสดแบบไลฟ์สตรีมเอาไว้แล้ว

สำหรับประเทศเกาหลีใต้ งานคอนเสิร์ตนี้เป็นมากกว่าการกลับมาของวงเค-ป็อปวงหนึ่ง แต่ยังช่วยปลุกกระแสการกลับมาของพลังทางวัฒนธรรม ที่เคยขับเคลื่อน "ซอฟต์พาวเวอร์" ของเกาหลีใต้ ซึ่งพลังเหล่านี้มาจากเพลงป็อปโดนใจและท่าเต้นแนวอิเล็กทรอนิกแดนซ์ ซึ่งเคยได้รับความนิยมสูงแบบทำลายสถิติมานักต่อนัก

Ami Ostrovskaia standing in the square.

ที่มาของภาพ, BBC/Jungmin Choi

คำบรรยายภาพ, ความชื่นชอบหลงใหลในวงบีทีเอส ทำให้อามี ออสโทรฟสกายา ถึงกับย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่กรุงโซล และเธอจะได้ชมการแสดงสดของพวกเขาในวันเสาร์นี้

บีทีเอสถือเป็นวงนักร้องเพลงป็อปที่ใหญ่ที่สุดวงหนึ่งของโลก แต่พวกเขากลับต้องโบกมือลาแยกวงกันไปชั่วคราว ในช่วงที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังถึงขีดสุด เนื่องจากสมาชิกหลายคนติดเกณฑ์ทหาร เริ่มจากจินในปี 2022 และชูกาเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับใช้ชาติแล้วเรียบร้อย เมื่อเดือนมิ.ย. ของปีก่อน ทำให้ตอนนี้พวกเขามีโอกาสกลับมาอีกครั้งแบบเต็มวง โดยในเดือนหน้าบีทีเอสมีกำหนดจะออกตระเวนทัวร์แสดงคอนเสิร์ตรอบโลก 82 ครั้ง ในเมืองใหญ่กว่า 30 แห่ง รวมถึงประเทศสิงคโปร์, กรุงโตเกียวของญี่ปุ่น, นครมิวนิกของเยอรมนี, และนครลอสแอนเจลีสในสหรัฐฯ

การกลับมาในครั้งนี้ของบีทีเอส ถือว่าเป็นการลงทุนที่มีเดิมพันสูง เพราะพวกเขากลับมาในยามที่อุตสาหกรรมเค-ป็อปขยายตัวขึ้นอย่างมาก จนการแข่งขันก็พลอยสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว "ที่ผ่านมาพวกเขามักทำสิ่งที่เหนือความคาดหมายของฉันเสมอ พวกเขาอาจรู้สึกกดดันบ้าง แต่ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะพยายามทำให้ดีที่สุด" พัก จู-ยัง นักศึกษาสาววัย 20 ปี ซึ่งรอคอยการกลับมาของบีทีเอสอย่างใจจดใจจ่อกล่าว

แฟนคลับนับล้านคนซึ่งเรียกตัวเองว่า "กองทัพบีทีเอส" (BTS Army) หรือ "บรรดาอาร์มี" ได้เริ่มรวมตัวกันเพื่อคอนเสิร์ตครั้งสำคัญนี้แล้ว โดยมาร์การิตา เปเรซ สถาปนิกวัย 58 ปี จากเยอรมนี บอกว่าเธอไม่มีบัตรเข้าชมคอนเสิร์ตในวันเสาร์นี้ แต่ก็พยายามมาสำรวจสถานที่ล่วงหน้า เพื่อหาจุดที่จะชมคอนเสิร์ตผ่านจอถ่ายทอดสดให้ได้ใกล้ชิดที่สุด

เจ้าหน้าที่ของทางการได้เข้าเคลียร์พื้นที่ โดยถอนป้ายจอดรถประจำทางทั้งหมด และติดตั้งไฟดวงใหญ่ที่ฉายแสงให้สถานที่สำคัญดูโดดเด่น ร้านรวงย่านใจกลางเมืองต่างตบแต่งร้านให้เป็นสีม่วง ซึ่งเป็นสีประจำวงบีทีเอส มีการวางกำลังตำรวจถึง 7,000 นาย เพื่อรักษาความปลอดภัย รวมถึงหน่วยปฏิบัติการพิเศษ SWAT ที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธและยุทธวิธีขั้นสูง ซึ่งในครั้งนี้จะใช้งานระบบต่อต้านโดรน เพื่อควบคุมฝูงชนเรือนแสนที่จัตุรัสกวางฮวามุนให้อยู่ในความสงบเรียบร้อย

เนื่องจากจัตุรัสใจกลางเมืองหลวง ได้กลายเป็นเวทีคอนเสิร์ตขนาดยักษ์กลางแจ้งของวงบีทีเอสไปแล้ว ทางการจึงวางมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่นจำกัดการเข้าถึงอาคารสิบกว่าแห่งในบริเวณใกล้เคียง และปิดให้บริการสถานีรถไฟใต้ดิน 3 สถานี ที่ตั้งอยู่ในละแวกนั้น ในช่วงเวลาก่อนและหลังการแสดงคอนเสิร์ต ส่วนผู้ที่จะเข้าไปในจัตุรัสกวางฮวามุน จะต้องเดินเข้าโดยผ่านด่านตรวจที่มีอยู่ทั้งหมด 31 จุด ซึ่งแต่ละจุดจะมีเครื่องตรวจโลหะติดตั้งอยู่

แม้เกาหลีใต้จะมีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวด ทั้งยังมีพลเรือนที่ครอบครองอาวุธปืนน้อยมาก และอาวุธปืนส่วนใหญ่ของคนกลุ่มนี้ก็มักจะฝากเก็บไว้ที่สถานีตำรวจ ทว่าในครั้งนี้ทางการจะออกคำสั่งห้ามชั่วคราว ไม่ให้พลเรือนเบิกอาวุธปืนที่ฝากไว้กับตำรวจออกมาได้

การรักษาความปลอดภัยระดับเข้มงวดถึงขีดสุดแบบนี้ ทำให้ชาวเกาหลีใต้บางคนตั้งคำถามว่ามันมากเกินไปหรือไม่ "มีการดึงกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจำนวนมากในครั้งเดียว เพียงเพื่อให้มาประจำการอยู่ในงานนี้ หากมีเหตุด่วนเหตุร้ายเกิดขึ้นที่อื่น อาจไม่มีคนเหลือพอที่จะช่วยจัดการได้ ส่วนถนนหนทางก็ถูกปิดกั้นไปหมด จะทำให้เข้าถึงที่เกิดเหตุได้ยาก" หนึ่งในบรรดาผู้ใช้งานของสื่อสังคมออนไลน์ "เอ็กซ์" (X) กล่าว

Workers set up the stage (C) for the comeback concert of K-pop boy group BTS in front of Gwanghwamun Gate (L), the main gate of Gyeongbokgung Palace, in Seoul on March 19, 2026.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, คอนเสิร์ตของวงบีทีเอสในครั้งนี้ จัดขึ้นที่ย่านประวัติศาสตร์เก่าแก่ใจกลางกรุงโซล

เจ้าหน้าที่ของทางการกรุงโซลผู้หนึ่ง บอกกับผู้สื่อข่าวบีบีซีว่า ทางการเป็นผู้ให้สถานที่จัดงาน รวมทั้งช่วยจัดวางระบบจัดการฝูงชนและมาตรการความปลอดภัยอื่น ๆ แต่ไม่ได้เป็นผู้มอบเงินสนับสนุนการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้ให้โดยตรง ด้านนางสาวอิม โอ-กยอง สมาชิกรัฐสภาซึ่งสังกัดพรรครัฐบาล ได้เคยแสดงความเป็นห่วงเมื่อช่วงต้นเดือนมี.ค. นี้ว่า ทรัพยากรของภาครัฐถูกนำไปใช้ในการจัดคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่างมหาศาล แต่ผู้รับผลประโยชน์กลับกลายเป็นเน็ตฟลิกซ์ ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิถ่ายทอดสดการแสดงของวงบีทีเอสแต่เพียงผู้เดียว

ข้อตกลงระหว่างเน็ตฟลิกซ์กับบีทีเอส ยังรวมไปถึงสิทธิในการสตรีมภาพยนตร์สารคดี ซึ่งว่าด้วยการกลับมารวมวงของสมาชิกบีทีเอสอีกด้วย ข้อตกลงเหล่านี้เป็นชัยชนะทางการตลาดของเน็ตฟลิกซ์ ที่ได้มาหลังช่วยสูบฉีดเม็ดเงินหลายพันล้านให้ไหลเข้าสู่วงการบันเทิงเกาหลี

การแจกบัตรเข้าชมฟรีในจำนวนจำกัด ทำให้หลายคนต้องผิดหวัง โดยคนเหล่านี้อ้างว่าวิธีดังกล่าวตัดโอกาสของแฟนพันธุ์แท้ ในการต่อสู้แย่งชิงเพื่อให้ได้ตั๋วคอนเสิร์ตมาครอบครอง บรรดาแฟนคลับดั้งเดิมของบีทีเอสถึงกับทำโครงการรณรงค์ ไม่ให้มีการนำตั๋วฟรีไปขายต่อ และป้องกันการหายตัวไม่มาชมคอนเสิร์ตตามนัดด้วย

เมื่อเดือนที่แล้วบัตรเข้าชมฟรีประมาณ 13,000 ใบ ถูกรับทางออนไลน์จนหมดเกลี้ยงในพริบตา หลังจากที่ผู้จัดงานเปิดให้แฟนเพลงเข้ารับตั๋วได้เพียงครู่เดียว โดยผู้โชคดีจำนวนนี้เป็นเพียงส่วนเสี้ยวเดียวของบรรดาแฟนคลับบีทีเอส ที่แย่งกันเข้าคิวเพื่อรอรับตั๋วทางออนไลน์กว่าแสนคน หลังจากนั้นมีการแจกบัตรเข้าชมฟรีรอบสองอีกกว่า 7,000 ใบ แต่ก็ถูกรับไปจนหมดภายในเวลาไม่กี่นาที

"ฉันพยายามใช้ทั้งมือถือและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะจองตั๋วแล้ว แต่ก็ไม่สำเร็จเลยทั้งสองทาง" หญิงสาวชื่อ "ราเชล" ซึ่งบอกว่าตัวเองไม่ได้เป็นแฟนคลับของบีทีเอส แต่ก็อยากจะเข้าชมคอนเสิร์ตครั้งนี้เพราะ "พวกเขามีความสามารถโดดเด่น จนโด่งดังไปทั่วโลก ฉันจึงอยากจะใช้โอกาสนี้เข้าชมการแสดงสดของพวกเขาสักครั้ง"

อามี ออสทรอฟสกายา นักศึกษาสาววัย 23 ปี จากรัสเซีย พลาดโอกาสได้รับบัตรเข้าชมฟรีในครั้งแรก "ฉันถึงกับนอนร้องไห้ทั้งคืน" ออสทรอฟสกายากล่าว แต่เธอบอกด้วยว่า โชคดีที่เพื่อนของเธอคนหนึ่งให้ตั๋วคอนเสิร์ตกับเธอในภายหลัง "ฉันดีใจและมีความสุขมาก รู้สึกเหมือนกับว่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้มลายหายไปหมดสิ้น ในที่สุดฉันก็จะได้เข้าร่วมการแสดงคอนเสิร์ตแบบเต็มวงของพวกเขาเสียที หลังจากที่ต้องรอมาเนิ่นนานหลายปี มันมีความหมายต่อฉันมาก" ออสทรอฟสกายากล่าวขณะยืนอยู่ที่จัตุรัสกวางฮวามุน ก่อนที่งานคอนเสิร์ตจะจัดขึ้นหลายวัน โดยถือตุ๊กตาตัวเล็ก ๆ ที่มีรูปร่างหน้าตาเหมือนชูกาและจ็องกุกเอาไว้

"ฉันคิดว่าการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสขึ้นที่นี่ จะช่วยส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีใต้ รวมทั้งเค-ป็อป ให้โด่งดังไปทั่วโลก" คิม ยอง-รัน คุณแม่วัย 50 ปีกล่าว ขณะเดินเล่นในจัตุรัสกวางฮวามุนกับลูกสาวทั้งสอง

แต่สำหรับบางคนแล้ว การจัดงานใหญ่ในระดับนี้ออกจะน่าห่วงกังวลอยู่ "ฉันเข้าใจดีว่า เจ้าหน้าที่จะต้องยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยให้แข็งแกร่งขึ้นแน่ ๆ แต่ก็จะมีคนมางานจำนวนมหาศาล มันทำให้ฉันอดกังวลหน่อย ๆ ไม่ได้" พัก ซู-บิน ผู้พิการที่ใช้รถเข็นวีลแชร์วัย 30 ปี และเป็นแฟนตัวยงของวงบีทีเอสมานานถึง 7 ปีกล่าว ตอนนี้พักมีตั๋วคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนเมษายนแล้ว เธอจึงตัดสินใจว่า จะไม่มางานคอนเสิร์ตที่จัตุรัสกวางฮวามุนในวันเสาร์ที่ 21 มี.ค. นี้

Kim Young-ran, a mother in her 50s who was visiting Gwanghwamun with her two daughters.

ที่มาของภาพ, BBC/Suhnwook Lee

คำบรรยายภาพ, คิม ยัง-รัน กับลูกสาวทั้งสองของเธอ มองว่าการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสครั้งนี้ จะช่วยส่งเสริมการเผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีสมัยใหม่

การรักษาความปลอดภัยเข้มงวดขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อวันจัดคอนเสิร์ตเริ่มใกล้เข้ามา พื้นที่ส่วนใหญ่ของจัตุรัสถูกปิดกั้นแล้ว ทำให้บรรดาคนเดินถนนที่สัญจรผ่านไปมา ต้องเดินอ้อมไกลไปอีกทางหนึ่ง ส่วนคนที่ตั้งใจจะมาร่วมงานอื่น ๆ ซึ่งจัดขึ้นในบริเวณเดียวกัน ต่างก็ไม่แน่ใจว่างานของตนจะถูกยกเลิกหรือไม่

ขณะนี้ซอน ยอน-จู ทนายความหญิงวัย 30 ปี รู้สึกสับสนและเป็นกังวลอย่างมาก เพราะเธอมีกำหนดจะจัดพิธีมงคลสมรสของตนเอง ตรงบริเวณที่ใกล้กับจัตุรัสกวางฮวามุน ก่อนที่การแสดงคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสจะเริ่มขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง ตอนนี้เธอไม่แน่ใจแล้วว่า ครอบครัวและแขกเหรื่อหลายร้อยคนที่จะมาร่วมงานแต่งของเธอ จะสามารถเข้าไปในสถานที่จัดงานเดิม ซึ่งเต็มไปด้วยด่านตรวจและสิ่งกีดขวางมากมายได้หรือไม่

ซอนบอกว่า "ฉันพยายามติดต่อศาลาว่าการกรุงโซลหลายครั้ง และพยายามติดต่อสอบถามมาหลายวันแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน" เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ตำรวจบอกว่าอาจยอมให้แขกเหรื่อในงานแต่งของเธอ ขึ้นนั่งรถบัสของตำรวจเพื่อเข้าไปในงานได้ หากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดปิดให้บริการ "ฉันไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ เป็นพิเศษ กับวงบีทีเอส แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ทำให้ฉันรู้สึกสับสนคับข้องใจจริง ๆ"

คนที่ได้รับผลประโยชน์จากงานนี้อย่างแท้จริง คือนักธุรกิจท้องถิ่นบางรายที่มีโอกาสได้เตรียมพร้อมล่วงหน้า เพื่อต้อนรับการหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวและแฟนเพลงผู้มาเยือน โรงแรมในบริเวณใกล้เคียงถูกจองเต็มหมด ทั้งที่ได้ขึ้นราคาที่พักล่วงหน้ามาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว บรรดาช่างภาพก็ง่วนอยู่กับการค้นหาและจองจุดถ่ายภาพดี ๆ บนดาดฟ้าของอาคารแถบนั้น

คิม ซุง-แด เจ้าของร้านอาหารทะเลใกล้จัตุรัสกวางฮวามุน คาดว่ายอดขายจะพุ่งสูงยิ่งกว่าช่วงเทศกาลคริสต์มาสเสียอีก "ผมกำลังเตรียมแปลเมนูเป็นภาษาอังกฤษ, จีน, และญี่ปุ่น รวมทั้งตกแต่งร้านด้วยดอกไม้สีม่วง ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์ของวงบีทีเอส"

Giant screens mounted on a building at the venue is playing BTS's comeback trailer

ที่มาของภาพ, BBC/Jungmin Choi

คำบรรยายภาพ, บริเวณด้านในและนอกของจัตุรัสกวางฮวามุน เต็มไปด้วยภาพของวงบีทีเอส

รัฐบาลเกาหลีใต้อ้างว่า รายได้จากการกระตุ้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ซึ่งจะมาจากการจัดคอนเสิร์ตของวงบีทีเอสนั้น คุ้มค่าสมน้ำสมเนื้อกับมูลค่าของทรัพยากรต่าง ๆ ของรัฐ ที่ได้ใช้ไปในการนี้

ก่อนที่บีทีเอสจะอำลาวงการไปชั่วคราวในปี 2022 สถาบันวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ประมาณการว่า การแสดงของวงบีทีเอสเพียงครั้งเดียว สามารถจะสร้างรายได้สูงสุดถึง 842 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เลยทีเดียว โดยทั้งหมดนี้นับรวมยอดจำหน่ายบัตรเข้าชม, ยอดจำหน่ายสินค้าที่ระลึก, ยอดการจองห้องพักโรงแรมและบริการการท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ชาวเกาหลีใต้บางคนเห็นด้วยกับการจัดคอนเสิร์ตกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ "ผมมองไม่เห็นว่ามันจะมีปัญหาตรงไหน" คนท้องถิ่นในย่านจัตุรัสกวางฮวามุนกล่าว "บีทีเอสทำเพื่อเกาหลีใต้มามากมาย ยกระดับภาพลักษณ์ของพวกเราในเวทีโลก โดยที่รัฐบาลไม่เคยเข้ามาช่วยสนับสนุนอะไรเลย ทำไมเราจะยกพื้นที่สาธารณะของจัตุรัสกวางฮามุน ให้พวกเขาใช้ในวันเสาร์สักวันหนึ่งไม่ได้หรือ ?"

อย่างไรก็ตามบางคนเห็นแย้งว่า "การมาคาดหวังให้พลเมืองเสียสละตนเอง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรายได้จากการท่องเที่ยว หรือเพื่อเชิดชูเกียรติภูมิของชาติผ่านการส่งเสริมเค-ป็อป ถือเป็นการอ้างเหตุผลที่ล้าสมัยแล้ว" ชอย มุน-ซุน คอลัมนิสต์ชาวเกาหลีใต้กล่าว

ด้านจุง มิน-แจ นักวิจารณ์เพลงป็อป เขียนแสดงความเห็นทางสื่อสังคมออนไลน์ "เอ็กซ์" (X) ว่า "หากยอมให้จัดคอนเสิร์ตฉลองการกลับมาครั้งยิ่งใหญ่ของวงบอยแบนด์ โดยยอมถึงขั้นให้ใจกลางเมืองส่วนหนึ่งกลายเป็นอัมพาตได้ ศิลปินหรือค่ายเพลงอื่น ๆ ก็อาจจะขอพื้นที่จัดงานแบบเดียวกันได้ในวันข้างหน้า เมื่อถึงตอนนั้น ทางการกรุงโซลจะใช้กฎเกณฑ์อะไรมาตอบรับหรือปฏิเสธคำขอเหล่านั้น ?"

Jacqueline at a store for BTS fans, touching their palm prints.

ที่มาของภาพ, BBC/Suhnwook Lee

คำบรรยายภาพ, "แจ็กเกอลีน" ที่ร้านสำหรับแฟนคลับวงบีทีเอส เธอสามารถประทับรอยฝ่ามือไว้เป็นที่ระลึกได้

ป้ายบิลบอร์ดของวงบีทีเอสซึ่งเน็ตฟลิกซ์เป็นผู้จ่ายค่าเช่า ปรากฏขึ้นทั่วเมืองในขณะที่เทรลเลอร์โหมโรงการแสดงครั้งประวัติศาสตร์ ถูกฉายบนจอขนาดยักษ์บนตึกสูง บันไดหน้าศูนย์ศิลปะการแสดงเซจอง ซึ่งถูกห่อหุ้มจนมิดด้วยโฆษณาของเน็ตฟลิกซ์ ได้กลายเป็นจุดถ่ายภาพเซลฟี่ยอดนิยมไปแล้ว

จุดดังกล่าวคือสถานที่ที่ "แจ็กเกอลีน" ครูสาววัย 29 ปี จากกรุงเม็กซิโกซิตี ต้องการจะไปเยือนให้ได้ในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แม้เธอมีกำหนดจะเข้าชมการแสดงของวงบีทีเอสในเดือนเมษายน ซึ่งเป็นช่วงที่พวกเขาเริ่ม "เวิลด์ทัวร์" ตระเวนทำการแสดงไปทั่วโลก แต่เธอก็ยังต้องการมาที่จัตุรัสแห่งนี้ ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นตัวจริงของศิลปินที่เธอชื่นชอบ แม้เพียงชั่วเสี้ยววินาทีเดียวก็ยังดี

"สองสามปีที่ผ่านมา นับเป็นช่วงเวลาอันหดหู่เศร้าสร้อยของชาวกองทัพบีทีเอส ฉันชอบผลงานอัลบั้มเดี่ยวของพวกเขาแต่ละคนนะ แต่พวกเขาจะโดดเด่นน่าอัศจรรย์ยิ่งขึ้น เมื่อทำการแสดงร่วมกัน" แจ็กเกอลีนกล่าว

รายงานข่าวเพิ่มเติมโดย ลีฮยุน ชอย และ โฮซู ลี