เอปสตีนใช้ตัวแทนโมเดลลิ่งบังหน้าในการจัดหาเด็กสาว คำบอกเล่าของหญิงชาวบราซิลที่เปิดเผยกับบีบีซี

Headshot of a woman with long straight blonde hair. She is looking pensive and is wearing tortoiseshell glasses. She is wearing a pale beige top.

ที่มาของภาพ, BBC / Anselmo Cunha

คำบรรยายภาพ, เกลาเซีย เฟเกเต เปิดเผยว่าตัวแทนโมเดลลิ่งที่ชื่อ ฌอง-ลุค บรูเนล ซึ่งเป็นเพื่อนกับเอปสตีน ได้ยื่นข้อเสนอให้เธอขึ้นเครื่องบินไปยังนครนิวยอร์ก ของสหรัฐฯ
    • Author, ลุยซ์ เฟอร์นานโด โตเลโด
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาบราซิล
  • เวลาอ่าน: 14 นาที

คำเตือน: เรื่องราวนี้อาจมีคำบรรยายทางเพศอย่างโจ่งแจ้ง

"ถ้าฉันขัดคำสั่งแม่และไปนครนิวยอร์ก อาจจะเกิดอะไรขึ้นกับฉัน?" เกลาเซีย เฟเกเต ตั้งคำถาม

ในปี 2004 ขณะที่เธออายุ 16 ปีและอาศัยอยู่ในเขตชนบทของบราซิล เธอได้รับโอกาสก้าวแรกในการเข้าสู่โลกของนางแบบ

เธอบอกว่า ฌอง-ลุค บรูเนล ตัวแทนโมเดลลิ่งชาวฝรั่งเศสเข้ามาเยี่ยมครอบครัวของเธอที่บ้าน เพื่อโน้มน้าวให้แม่อนุญาตให้เธอเข้าร่วมการประกวดนางแบบในประเทศเอกวาดอร์

บรูเนลฆ่าตัวตายในเรือนจำในเวลาต่อมา หลังจากถูกกล่าวหาคดีข่มขืน ล่วงละเมิดทางเพศ และจัดหาเด็กสาวให้กับเจฟฟรีย์ เอฟสตีน นักการเงินและผู้กระทำความผิดทางเพศชาวสหรัฐฯ ผู้ล่วงลับ

ในตอนนั้นพวกเขายังไม่รู้ว่าบรูเนลคือใคร โดยพวกเขาได้รับการแนะนำให้รู้จักกับตัวแทนโมเดลลิ่งผู้นี้ผ่านทางนายหน้าชาวบราซิลที่มีชื่อเสียงคนหนึ่ง

การสืบสวนของบีบีซีแผนกภาษาบราซิลพบหลักฐานว่า บรูเนลใช้ตัวแทนโมเดลลิ่งต่าง ๆ ที่มีความเชื่อมโยงกับเขาในขณะนั้น เพื่อเฟ้นหาหญิงสาวและเด็กผู้หญิงจากอเมริกาใต้ไปให้กับเอปสตีน และจัดหาวีซ่าให้กับพวกเธอในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ

หญิงชาวบราซิลอีกคนหนึ่งที่บอกว่าเธอมีความสัมพันธ์กับเอปสตีน แสดงหนังสือวีซ่าสหรัฐฯ ของเธอให้บีบีซีดู ในเอกสารดังกล่าวระบุชื่อหนึ่งในบริษัทของบรูเนลในฐานะสปอนเซอร์ของเธอ แม้เธอจะบอกว่าเธอไม่เคยร่วมงานถ่ายแบบใด ๆ กับเขา และเอกสารในการเดินทางต่าง ๆ ถูกจัดแจงขึ้นเพียงเพื่อให้เธอสามารถไปพบกับเอปสตีนได้

A man in a short-sleeved, light blue shirt and sunglasses, holding a drink in one hand and a piece of paper in the other hand. He has short dark hair. A large expanse of water and blue sky with white clouds can be seen in the background.

ที่มาของภาพ, US Department of Justice

คำบรรยายภาพ, ฌอง-ลุค บรูเนล "มักจะออกไปพบปะออกไปเที่ยวใช้เวลากับเด็กสาวชาวบราซิล" นางแบบคนหนึ่งบอกกับบีบีซี

แม่ของเกลาเซียสงสัยในตัวบรูเนลมาตั้งแต่ตอนนั้น แต่เขาดู "มีสเน่ห์มาก" และท้ายที่สุดเธอก็ยอมให้ลูกสาวไปเอกวาดอร์โดยที่เธอไม่ได้ไปด้วยได้ เด็กสาววัยรุ่นจึงเดินทางกับทีมงานของบรูเนลไปที่เมืองกัวยากิล เพื่อเข้าร่วมการประกวดนางแบบหน้าใหม่ "โมเดลส์ นิว เจเนอเรชัน" (Models New Generation) ซึ่งหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นรายงานในขณะนั้นว่าผู้เข้าประกวดอยู่ในช่วงอายุระหว่าง 15 – 19 ปี

เกลาเซียบอกว่าการประกวดครั้งนั้นผ่านไปโดยไม่ได้มีปัญหาใหญ่ใด ๆ แม้เธอจะเริ่มมีความคลางแคลงมากขึ้นเมื่อเธอไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อครอบครัวของเธอ

ผู้เข้าประกวดอีกรายจากยุโรปตะวันตกที่มีอายุ 16 ปีในขณะนั้น ยังจำได้ว่าพฤติกรรมของบรูเนลในขณะนั้นทำให้เธอตะหงิดใจได้อย่างไร เธอขอให้เราไม่เปิดเผยชื่อ ดังนั้นเราจึงจะเรียกเธอว่า "ลอรา"

"เขาทำตัวประหลาดและมักจะออกไปเที่ยวใช้เวลาอยู่กับเด็กสาว ๆ ชาวบราซิลอยู่เสมอ... เขาทำตัวเหมือนเป็นตัวตลก และจะใช้เวลากับเฉพาะสาว ๆ ที่ค่อนข้างยังเด็กอยู่" เธอกล่าว

ลอราเชื่อว่าแม้การประกวดนั้นจะ "ถูกกฎหมาย" และมีการจัดการที่ดี แต่ "เขารู้ดีว่าเด็กสาวคนไหนบ้างที่เปราะบาง"

"ดูเหมือนว่าเขาจะควบคุมเรื่องเกี่ยวกับการเงินของพวกเธอด้วย" เธอกล่าว "เด็กหญิงจากบราซิลและประเทศยุโรปตะวันออกดูเหมือนจะเป็นเป้าหมายหลัก"

เกลาเซียเล่าว่า ในช่วงท้ายของทริป บรูเนลเสนอจะพาเธอขึ้นเครื่องบินไปนครนิวยอร์ก "เพื่อเข้าร่วมการแสดง" โดยออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ตอนนั้นพวกเขาต้องติดต่อบาร์บารา แม่ของเธอ เพื่อขออนุญาต

Picture in an album showing an artistic headshot of a young blonde woman looking into the camera.

ที่มาของภาพ, Fekete family archive /BBC / Anselmo Cunha

คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายจากแฟ้มแสดงผลงานถ่ายแบบของเกลาเซีย ในขณะที่เธอยังเป็นวัยรุ่น

คำตอบของบาร์บาราคือ "ไม่ ไม่มีทาง"

"พวกเขามองหาแต่เด็ก ๆ ที่ยังเป็นผู้เยาว์" บาร์บาราเล่า "โชคไม่ดีนัก ที่พวกเขามาพบลูกสาวของฉัน"

เธอสั่งห้ามไม่ให้เกลาเซียเข้าร่วมในการเดินแบบหรือถ่ายแบบใด ๆ และตัดสายสัมพันธ์กับเครือข่ายของบรูเนล

"มันคือการหนีรอดอย่างหวุดหวิดจริง ๆ" เกลาเซียบอก

ในแฟ้มเอกสารที่ถูกเผยแพร่โดยรัฐบาลสหรัฐฯ บีบีซีแผนกภาษาบราซิลพบบันทึกที่แสดงให้เห็นว่าเอปสตีนอยู่ที่เมืองกัวยากิลในวันที่ 24 – 25 ส.ค. 2004 ช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการประกวดเดินแบบรอบตัดสิน

เรายังพบเอกสารที่บ่งชี้ว่ามีนางแบบวัยต่ำกว่า 16 ปีอย่างน้อยหนึ่งคนที่เข้าร่วมงานนี้ และโดยสารไปกับเครื่องบินของเอปสตีนอย่างน้อยสองครั้งในปีเดียวกัน

เกลาเซียบอกว่าเมื่อมองย้อนกลับไป "ฉันอยู่ใจกลางของความเลวร้ายนั้นโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย"

"แม่ช่วยชีวิตฉันไว้"

A young woman with long blonde hair sits on a chair. An older woman with chin-length grey hair stands behind her, with her arms around the seated woman's shoulders. They are both wearing white tops and are smiling.

ที่มาของภาพ, Fekete family archive

คำบรรยายภาพ, เกลาเซีย เฟเกเต รู้สึกขอบคุณที่บาร์บารา แม่ของเธอ ปฏิเสธที่จะปล่อยให้เธอไปนครนิวยอร์กกับบรูเนล

"เขาเลือกฉัน"

หญิงชาวบราซิลอีกคนหนึ่งที่เราเรียกเธอว่า "อานา" เพื่อปกปิดตัวตนของเธอ บอกว่าบรูเนลและธุรกิจโมเดลลิ่งของเขาคือเครื่องมือในการเอื้อต่อความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเอปสตีน

แรกเริ่มอานาถูกว่าจ้างโดยหญิงชาวบราซิลคนหนึ่งในนครเซาเปาโล ในช่วงต้น ๆ ของยุค 2000

คำให้การของอานาตามเอกสารที่บีบีซีตรวจแล้วและตรวจทางเพิ่มเติมกับบันทึกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ แสดงให้เห็นว่าบรูเนลช่วยจัดเตรียมวีซ่าสหรัฐฯ ให้กับชาวบราซิลหลายราย

อานาบอกว่าเธอเดินทางจากบ้านเกิดทางตอนใต้ของบราซิล หลังผู้หญิงคนหนึ่งที่มีถิ่นฐานอยู่ในนครเซาเปาโลให้คำมั่นสัญญากับเธอว่าเธอจะได้รับโอกาสในวงการนางแบบที่นั่น

แต่เมื่อมาถึงที่หมายในนครเซาเปาโล เธอบอกว่าหญิงคนนั้นกลับยึดเอกสารต่าง ๆ ของเธอไปและบอกกับเธอว่าตอนนี้เธอติดค้างหนี้สินค่าใช้จ่ายสำหรับการเดินทางและการถ่ายภาพต่าง ๆ

อานาบอกว่า จากนั้นไม่นานเธอก็รู้ตัวว่าที่นั่นไม่ได้มีงานถ่ายแบบใด ๆ

"เธอคือแม่เล้า และก่อนที่ฉันจะรู้ตัว เธอก็ขายฉันแล้ว"

เธอบอกว่า เจฟฟรีย์ เอปสตีน คือหนึ่งในลูกค้า

เธอบรรยายต่อว่า ไม่กี่สัปดาห์หลังวันเกิดครบรอบ 18 ปีของเธอ ผู้หญิงคนนั้นพาเธอไปที่บ้านของนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงคนหนึ่งในนครเซาเปาโล เธอบอกว่าเธอได้ยินเขาบรรยายเกี่ยวกับเอปสตีนว่าผู้เป็น "ราชาของโลก" (the king of the world) และบอกว่า "เขาชอบผู้หญิงที่เด็กกว่านี้" ที่บ้านหลังนั้น

ไม่กี่วันถัดมา เธอบอกว่าเธอและผู้หญิงคนอื่นอีกสองคนถูกส่งตัวไปยังโรงแรมหรูแห่งหนึ่งในนครเซาเปาโล ซึ่งเอปสตีนจะเป็นคนเลือกคนใดคนหนึ่งจากหญิงสาวที่ถูกส่งไป

"เขาเลือกฉัน" เธอกล่าว

Two smiling men sit in large comfortable seats in a plane. Epstein has short grey hair and is wearing a grey top and black trousers. Brunel has short dark hair and is wearing a pale yellow top and trousers which have a white background with dark blue and gold patterns.

ที่มาของภาพ, US Department of Justice

คำบรรยายภาพ, อานาเล่าว่าบรูเนล (คนขวา) ได้จัดเตรียมวีซ่าสหรัฐฯ ให้กับเธอ เพื่อที่เธอจะสามารถเดินทางไปกับเอปสตีน (คนซ้าย) ได้

อานาเล่าว่า เธอเข้าไปในห้องกับเอปสตีน จากนั้นเขาก็ขอให้เธอถอดเสื้อผ้าออก "สิ่งที่เขาทำคือมองมาที่ฉันใน ขณะที่เขากำลังช่วยตัวเอง มันน่าขยะแขยงเสียจริง แต่ในบรรดาความชั่วร้ายทั้งหมด สิ่งนี้ถือว่ายังเลวร้ายน้อยกว่า" เธอกล่าว

เอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ทั้งอีเมลต่าง ๆ และบันทึกไฟลท์บิน บ่งชี้ว่าเอปสตีนอยู่ที่บราซิลในเวลานั้น

เธอบอกว่า เขาชวนเธอไปที่งานปาร์ตี้ในตัวเมืองไม่กี่วันหลังจากนั้น ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เธอได้พบกับบรูเนล จากนั้นตัวแทนโมเดลลิ่งผู้นี้กลายเป็นตัวกลางในการจัดหาวีซ่าสหรัฐฯ ให้กับเธอ

เธอยังบอกด้วยว่า ในระหว่างปาร์ตี้ดังกล่าว เอปสตีนบอกเธอว่าเขากำลังจะไปเยือนกรุงปารีสในวันถัดไป และเขาได้จัดเตรียมสิ่งต่าง ๆ ให้เธอไปด้วยกันกับเขาแล้ว

เส้นทางวีซ่า

เธอบรรยายถึงการเดินทางไปยังฝรั่งเศสว่า "เขา[เอปสตีน]จะให้เงินฉัน 300 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 9,700 บาท) แล้วฉันก็จะออกไปเดินเล่นข้างนอกแล้วนำเงินทอนมาให้เขา แต่เขาก็จะบอกฉันว่าให้เก็บเงินนั้นไว้ เขาจะทดสอบฉันและทิ้งเงินไว้ในห้องของฉัน จากนั้นฉันก็จะคืนเงินให้เขา แล้วเขาก็บอกว่าให้ฉันเก็บมันไว้ได้"

เธอเปิดเผยว่าเอปสตีนได้บอกกับเธอว่า เธอได้จัดการให้บรูเนลจ้างเธอทำงานในบริษัทตัวแทนโมเดลลิ่งของเขาที่นครนิวยอร์กแล้ว และแม่เล้าคนดังกล่าวก็ได้มอบเอกสารทั้งหมดของเธอมาให้แล้ว

อานาแสดงหนังสือเดินทางของเธอให้บีบีซีดู มันประกอบไปด้วยวีซ่าธุรกิจสหรัฐฯ ซึ่งมีคำอธิบายประกอบที่ระบุชื่อบริษัท "คาริน โมเดลส์ ออฟ อเมริกา" (Karin Models of America) ที่บรูเนลตั้งขึ้นในสหรัฐฯ

อานาบอกว่าเธอไม่เคยทำงานให้กับคาริน โมเดลส์ ออฟ อเมริกา แต่มีคนบอกเธอว่าเอกสารนี้จะช่วยเธอในการเดินทางเข้าสหรัฐฯ ได้ และเหตุผลเดียวของการขอวีซ่านี้ คือเพื่อให้เธอไปหาเอปสตีนได้

A large, traditional Parisian building on the corner of a street, built from pale stone. It has about six floors, some with balconies. Green trees line the street.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, เอปสตีนพาอานาไปที่กรุงปารีส ซึ่งเขามีอะพาร์ตเมนต์อยู่ที่นั่น

คำบอกเล่าของเธอสอดคล้องกับเอกสารอื่น ๆ โดยบันทึกของศาลและเอกสารจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ บ่งชี้ว่าบรูเนลใช้บริษัทตัวแทนที่ตอนแรกชื่อว่าคาริน โมเดลส์ ออฟ อเมริกา ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น "เอ็มซีทู อิน อเมริกา" (MC2 in America) เพื่อดึงดูดเด็กสาวจากหลากหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงผู้เยาว์

ในบันทึกจากแหล่งเดียวกันยังมีคำให้การของอดีตพนักงานเอ็มซีทูในสหรัฐฯ ที่บอกว่าเอปสตีนได้จ่ายเงินในการทำวีซ่าตามที่บริษัทตัวแทนโมเดลลิ่งของบรูเนลดำเนินการให้ โดยเอปสตีนยังให้การสนับสนุนทางการเงินในตอนที่บรูเนลตั้งบริษัทเอ็มซีทูในสหรัฐฯ ด้วย

ทั้งนี้ ไม่เคยมีข้อบ่งชี้ใด ๆ ว่าบริษัทตัวแทนโมเดลลิ่งอื่น ๆ ในสหรัฐฯ นอกเหนือไปจากบริษัทที่บริหารและควบคุมโดยบรูเนล มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดใด ๆ

ก่อนที่บรูเนลจะเสียชีวิต เขาปฏิเสธการกระทำผิดใด ๆ โดยทนายความของเขาบอกว่าเขาถูก "บดขยี้" จากข้อกล่าวหาต่าง ๆ และโทษไปที่ "ระบบศาลเตี้ยโดยสื่อ" (media-judicial system)

อานาบอกว่าตลอดช่วงเวลาประมาณสี่เดือน เธอได้เดินทางไปยังสหรัฐฯ และฝรั่งเศสกับเอปสตีน ผู้ซึ่งมี "ความหลงใหล" ในตัวเธอ

เธอบอกด้วยว่าในช่วงเวลานั้น เอปสตีนยังจ่ายค่าคอร์สเรียนภาษาอังกฤษให้ด้วย

อานาบอกว่า วีซ่าของเธอถูกยกเลิกที่เมืองไมอามี หลังเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ถามว่าใครจ่ายเงินจ้างให้กับเธอ และถามว่าเธอได้รับเงินในขณะที่อยู่ในสหรัฐฯ หรือไม่

เธอบอกว่าเธอได้เดินทางไปสหรัฐฯ อย่างน้อยหกครั้ง เพื่อใช้เวลาร่วมกับเอปสตีน ก่อนที่เธอจะถูกยกเลิกวีซ่า

เธอบอกว่าเธอยังได้ไปเกาะส่วนตัวของเขาในหมู่เกาะเวอร์จินของสหรัฐฯ ด้วย และคิดว่าเขาเห็นเธอเป็นแฟนสาว ก่อนที่เธอจะพบเขาอยู่บนเตียงกับคนอื่น "ก่อนหน้านั้นฉันไม่มีความคิดเลยว่าเขาจะทำสิ่งนี้กับเด็กสาวหลาย ๆ คน" เธอกล่าว

"มีหลายโอกาสที่เขาจะบอกให้ฉันออกจากบ้านไปทำอะไรบ้างอย่าง ไปพิพิธภัณฑ์สิ ไปเรียนสิ ฉันไม่รู้เลยว่ามีอะไรเกิดขึ้นที่เขาไม่อยากให้ฉันเห็นหรือเปล่า... เขาชอบคนที่เด็กกว่าฉัน และเขาก็มีพวกเธออยู่รายล้อมตัว"

เธอเสริมว่าเธอเคยมีเพศสัมพันธ์กับเขาครั้งหนึ่ง และ "เขาชอบนอน ช้อนหลังแนบชิด กอดนัวเนีย และชอบให้นวดเท้า"

Two men stand next to each other outdoors, smiling at the camera. The landscape behind them is dry with bits of scattered vegetation. Esptein has short grey hair and a grey hoodie. Brunel has short dark hair and a yellow top. He is holding a pair of sunglasses.

ที่มาของภาพ, US Department of Justice

คำบรรยายภาพ, เอปสตีน (ซ้าย) ได้ให้การสนับสนุนทางการเงินกับบรูเนล (ขวา) ในการก่อตั้งบริษัทตัวแทนโมเดลลิ่ง "เอ็มซีทู" (MC2) ในสหรัฐฯ

เธอบอกว่าครั้งหนึ่งเอปสตีนเคยบอกเธอว่าบรูเบลขอนอนกับเธอ แต่เขาปฏิเสธไปโดยบอกกับเธอว่า "ผมไม่ยอมเขา เพราะคุณเป็นของผม"

อานาบอกว่าเธอไม่รู้ว่าควรจะรู้สึก "ขอบคุณ หรือกลัวมากกว่า" และหลังจากนั้นเธอก็รู้สึกได้ว่าบรูเนลเป็นเหมือนกับ "หมาป่าที่มองลูกแกะด้วยสายตาราวกับจะกลืนกินอยู่เสมอ ทั้งกับเด็กสาวคนอื่น ๆ และกับฉัน"

อานาบอกว่า ในการพบกันครั้งแรกที่โรงแรมและในการเดินทางไปกรุงปารีส มีข้อตกลงด้วยว่าเอปสตีนจะจ่ายเงินให้กับแม่เล้าชาวบราซิล 10,000 ดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 3 แสนบาท) เป็นเงินสด

เธอบอกว่าเอปสตีนจ่ายเงินไปเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น และเธอเคยให้ยินการสนทนาทางโทรศัพท์ที่หญิงคนนั้นกดดันให้เขาจ่ายเงินส่วนที่เหลือ

คำบอกเล่านี้สอดคล้องกับคำให้การของอดีตนักบัญชีของเอ็มซีทู บริษัทนายหน้าโมเดลลิ่งของบรูเนลในสหรัฐฯ ต่อศาลฟลอริดา ซึ่งถูกอ้างอิงอยู่ในแฟ้มคดีเอปสตีน โดยนักบัญชีคนนี้บอกว่ามีหญิงชาวบราซิลคนหนึ่งที่คอยจัดหาเด็กสาวให้กับเอปสตีนและบรูเนลในบราซิล และเธอก็โกรธกับหนี้สินที่ติดค้าง

จากคำบอกเล่าของอานา เธอติดต่อกับหญิงชาวบราซิลที่ทำทีจ้างงานเธอน้อยลงเรื่อย ๆ หลังจากที่ได้รับเอกสารของเธอคืน แต่เธอยังคงพบปะกับเอปสตีนอยู่

เธอเล่าว่าหลังจากที่เธอถูกยกเลิกวีซ่า เอปสตีนเสนอจะจัดหากรีนการ์ดให้กับเธอเพื่อให้เธออาศัยในสหรัฐฯ ได้ แต่เธอปฏิเสธเพื่อที่จะได้อยู่ใกล้กับครอบครัวในบราซิล

การสืบสวนเครือข่ายจัดหาเด็กสาว

สำนักงานอัยการกลางของบราซิล (Federal Public Prosecutor's Office – MPF) เปิดการสืบสวนเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมาว่ามีเครือข่ายการจัดหาคนใด ๆ ในบราซิลหรือไม่ที่มีความเชื่อมโยงกับเอปสตีน

ซินเธีย กาเบรียลา บอร์เกส อัยการกลางจากหน่วยต่อต้านการค้ามนุษย์แห่งชาติ บอกกับบีบีซีว่า เธอต้องการที่จะพูดคุยกับบรรดาหญิงสาวที่ได้ติดต่อกับเอปสตีน เพื่อสืบสวนว่าระบบการดำเนินการของพวกเขาเป็นอย่างไร โดยกลุ่มผู้หญิงเหล่านั้นไม่ใช่เป้าหมายปลายทางของการสอบสวน

เมาริซิโอ เครปสกี้ เจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานและนักวิจัย มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับอานาอาจเข้าข่ายการค้ามนุษย์เพื่อแสวงหาประโยชน์ทางเพศ โดยเขาบอกว่าอาชญากรรมประเภทนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าต้องอยู่ภายใต้ข้อจำกัดต่าง ๆ ในระดับไหน ดังนั้นชาวบราซิลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้จะยังคงต้องรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เกลาเซียรู้สึกขอบคุณที่เธอยังมีแม่ซึ่งบอกปฏิเสธไปในวันนั้น ส่วนอานาเมื่อเธอได้ใช้เวลาหลายปีในการพยายามหาคำตอบในสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ เธอรู้สึกโชคดีที่ได้ออกจากวงโคจรของเอปสตีนและได้สร้างชีวิตของเธอขึ้นมาใหม่

"ฉันคิดว่าฉันโชคดี แต่ฉันก็รู้สึกกับสิ่งที่ผู้หญิงคนอื่น ๆ ต้องเผชิญ" เธอกล่าว