You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
ไขความลับ "โลกแห่งเสียงของเม่น" ระดับเสียงที่มันได้ยินไกลกว่าช่วงมนุษย์ได้ยิน มีประโยชน์อย่างไร
- Author, จอร์จินา แรนนาร์ด
- Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
- เวลาอ่าน: 6 นาที
การสื่อสารระหว่างเม่นอาจไม่ใช่เพียงใช้การดมกลิ่น การคราง และเสียงหายใจฟืดฟาดเท่านั้น ล่าสุดนักวิทยาศาสตร์ค้นพบช่วงการได้ยินของเม่นที่ใช้ในการสื่อสาร โดยพวกมันจะได้ยินเสียงที่มีความถี่สูงกว่ามนุษย์มาก ซึ่งหมายความว่าพวกมันอาจส่งสัญญาณถึงกันด้วยเสียงที่เราไม่ได้ยิน
การค้นพบนี้อาจเป็น "จุดเปลี่ยน" สำหรับสัตว์ชนิดนี้ ซึ่งกำลังลดจำนวนลงในสหราชอาณาจักรและยุโรป ตามที่ ดร. โซฟี ราสมุสเซน จากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด กล่าว
มันอาจช่วยให้นักวิทยาศาสตร์หาวิธีปกป้องสัตว์เหล่านี้จากเสียงที่ทำให้พวกมันเครียดเมื่ออยู่ในศูนย์ช่วยเหลือ หรือพัฒนาสารไล่เสียงเพื่อป้องกันไม่ให้เม่นเข้าใกล้เครื่องจักรที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เช่น รถยนต์ เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องเล็มหญ้า เป็นต้น
"ฉันต้องการตรวจสอบว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะสร้างเครื่องไล่เสียงแบบเฉพาะเจาะจงสำหรับเม่น เพราะจำนวนเม่นกำลังลดลงทั่วทั้งยุโรป ดังนั้นเราจึงเริ่มทำการวัดการได้ยินของเม่นยุโรปเป็นครั้งแรก" ราสมุสเซนอธิบาย
โดยร่วมมือกับนักชีวอะคูสติกที่วัดการได้ยินในสัตว์ เธอได้พัฒนาเสียงประกอบที่มีทั้งเสียงพัลส์หรือจังหวะการสั่นสะเทือนเป็นช่วง ๆ และเสียงบี๊บ เพื่อเปิดให้เม่นที่ถูกวางยาสลบจากศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ฟัง
นักวิจัยยังได้วัดการตอบสนองของสมองของพวกมัน เพื่อระบุความถี่ของเสียงที่พวกมันได้ยินอีกด้วย
"เราค้นพบด้วยความประหลาดใจและความยินดีอย่างยิ่งว่า เม่นสามารถได้ยินเสียงได้สูงถึง 85 กิโลเฮิร์ตซ์" ราสมุสเซน กล่าว
มนุษย์เราสามารถได้ยินเสียงได้ถึง 20 กิโลเฮิร์ตซ์ และเสียงทั้งหมดที่สูงกว่านั้นเรียกว่าคลื่นเสียงความถี่สูง สุนัขได้ยินได้ถึง 45 กิโลเฮิร์ตซ์ ในขณะที่แมวได้ยินได้ถึง 65 กิโลเฮิร์ตซ์
หลังจากสร้างแบบจำลอง 3 มิติของหูเม่น นักวิทยาศาสตร์พบว่ามันมีกระดูกที่แข็งแรงเรียงตัวเป็นห่วงโซ่ ซึ่งช่วยให้เสียงความถี่สูงผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในลักษณะเดียวกับค้างคาวที่ใช้การสะท้อนเสียงเพื่อหาตำแหน่ง
"มันน่าทึ่งมาก เพราะสิ่งนี้ทำให้เราสามารถสร้างเครื่องไล่สัตว์ด้วยเสียงแบบเฉพาะเจาะจงได้ ซึ่งจะไม่รบกวนเราหรือสัตว์เลี้ยงของเรา" เธอกล่าว
เชื่อกันว่าเม่นหลายพันตัวเสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนในสหราชอาณาจักรรวมทั้งประเทศอื่น ๆ ในยุโรปทุกปี และสัตว์ชนิดนี้ถูกจัดอยู่ในกลุ่มใกล้สูญพันธุ์โดยองค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ ไอยูซีเอ็น (International Union for Conservation of Nature - IUCN)
ราสมุสเซนหวังว่าจะได้ร่วมงานกับบริษัทต่าง ๆ เพื่อศึกษาว่าอุปกรณ์อุปกรณ์เสียงสามารถถูกออกแบบให้ขับไล่เม่นออกห่างจากรถยนต์ เครื่องตัดหญ้า หรือเครื่องเล็มหญ้าได้หรือไม่
ทั้งนี้ รถยนต์บางคันมีอุปกรณ์ติดตั้งไว้แล้วเพื่อป้องกันสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น กวาง
ด้านสมาคมผู้ผลิตและผู้ค้าชิ้นส่วนยานยนต์ หรือ เอสเอ็มเอ็มที (Society of Motor Manufacturers and Traders - SMMT) กล่าวว่านกหวีดอัลตราโซนิกนั้น "มีวางจำหน่ายอย่างแพร่หลาย" สำหรับผู้บริโภค
"แม้ว่าการศึกษานี้จะชี้ให้เห็นว่าอุปกรณ์เหล่านี้อาจช่วยปกป้องเม่นบนท้องถนนได้มากขึ้น แต่จำเป็นต้องมีการวิจัยที่ละเอียดกว่านี้เพื่อทำความเข้าใจประสิทธิภาพของมัน" ไมค์ ฮอว์ส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SMMT กล่าวกับบีบีซีนิวส์
ราสมุสเซนกล่าวว่าจำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติม เพื่อทำความเข้าใจว่าเสียงแบบใดที่จะทำให้เม่นหวาดกลัว
"พวกมันกลัวเสียงกรีดร้องหรือเสียงที่ดังเป็นจังหวะกันแน่" เธอตั้งคำถาม
นอกจากนี้ ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าสัตว์เหล่านี้จะไม่หวาดกลัวที่จะเข้าไปในสวนซึ่งได้กลายเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่สำคัญของพวกมัน เนื่องจากพื้นที่ชนบทเริ่มมีสภาพไม่เหมาะสมมากขึ้น
ราสมุสเซนกล่าวว่างานวิจัยนี้ เปิดโลกทัศน์ความเข้าใจของเราเกี่ยวกับโลกแห่งเสียงของเม่น
ในแต่ละปี มีเม่นหลายพันตัวถูกนำตัวไปยังศูนย์ช่วยเหลือในสหราชอาณาจักร ซึ่งพวกมันก็อาจต้องเผชิญกับเสียงที่ก่อให้เกิดความเครียด เช่น เสียงเครื่องจักรที่มนุษย์ไม่ได้ยินอีกด้วย
เม่นอาจกำลังสื่อสารกันอยู่ก็ได้
"เมื่อเม่นเดินผ่านกัน คุณจะรู้ได้ว่าพวกมันกำลังมีปฏิสัมพันธ์กัน บางทีอาจเป็นเพียงปฏิกิริยาทางเคมีจากการได้กลิ่นกัน" เธอกล่าว
"แต่ลองจินตนาการดูว่า ถ้าพวกมันกำลังส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ตลอดเวลา และเราไม่ได้ยินมันล่ะ" เธอกล่าว
ทั้งนี้ งานวิจัยเรื่องนี้ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารไบโอโลจี เลทเทอร์ส (Biology Letters)