สงครามสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน กระทบอุตสาหกรรมการบินแค่ไหน ผู้โดยสารต้องรับมืออย่างไร

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

    • Author, ปณิศา เอมโอชา
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 10 นาที

สงครามในตะวันออกกลางระลอกใหม่นี้ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 หลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีเข้าใส่อิหร่านจนนำไปสู่การสังหารอดีตผู้นำสูงสุดของประเทศอย่าง อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี

ขณะที่อิหร่านก็ตอบโต้กลับด้วยการโจมตีฐานทัพของสหรัฐฯ ซึ่งตั้งอยู่ตามประเทศอาหรับในภูมิภาคดังกล่าง รวมไปถึงอิสราเอล และหลายครั้งเป้าหมายการโจมตีของอิหร่านยังเป็นพื้นที่พลเรือนด้วย

สงครามที่ดำเนินมาครบหนึ่งสัปดาห์ และยังไม่มีทีท่าว่าความสงบ ทำให้เกิดผลกระทบเป็นวงกว้างและลามมาถึงอุตสาหกรรมการบิน

บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินซีเรียม (Cirium) ระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. ถึงวันที่ 4 มี.ค. มีเที่ยวบินในภูมิภาคนี้มากกว่า 20,000 เที่ยวที่ถูกยกเลิก โดยตัวเลขดังกล่าวเทียบเท่ากับที่นั่งบนสายการบินถึง 4.4 ล้านที่นั่ง

เฉพาะวันที่ 4 มี.ค. มีเที่ยวบินที่มีกำหนดออกเดินทางจากภูมิภาคนี้ 3,656 เที่ยว โดยถูกยกเลิก 1,730 เที่ยว คิดเป็นอัตราการยกเลิก 47.3% ณ เวลา 17:30 น. ตามเวลานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะส่งผลลัพธ์ต่อผู้โดยสารที่ต้องใช้ภูมิภาคนี้เป็นฮับในการเดินทางอย่างไรบ้าง ราคาตั๋วเครื่องบินจะเพิ่มสูงขึ้นแค่ไหน และกินเวลายาวนานเท่าไหร่ บีบีซีไทยสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมการบินเพื่อตอบคำถามเหล่านี้

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ภาพความเสียหายของอาคารบ้านเรือนในกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน

ราคาตั๋วเครื่องบินจะแพงขึ้นเพราะอะไร

ไบรอัน เทอร์รี กรรมการผู้จัดการบริษัทที่ปรึกษาด้านอุตสาหกรรมการบิน อัลตัน เอวิเอชัน คอนซัลแทนซี (Alton Aviation Consultancy) ประจำนครนิวยอร์ก บอกกับบีบีซีไทยว่า ราคาตั๋วเครื่องบินจะปรับขึ้นก่อนและแรงที่สุดในเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคตะวันออกกลางเนื่องจากข้อจำกัดของน่านฟ้าและความวุ่นวายในการดำเนินการบินกำลังบีบให้ปริมาณที่นั่งบนสายการบินลดลงจนเกิดการคงค้างของผู้โดยสาร

เขาระบุต่อว่า สำหรับเส้นทางนอกภูมิภาคตะวันออกกลาง ผลกระทบด้านราคาจะค่อย ๆ แสดงออกมา โดยจะมีปัจจัยสำคัญมาจากต้นทุนเชื้อเพลิงที่เพิ่มสูงขึ้น ไม่ใช่จากจำนวนที่นั่งที่ลดลงอย่างในตะวันออกกลาง

ส่วนระยะเวลาของผลกระทบครั้งนี้ เขาชี้ว่าจะขึ้นอยู่กับว่าน่านฟ้าจะกลับมาเป็นปกติและตารางบินจะกลับมามีเสถียรภาพได้รวดเร็วแค่ไหน รวมถึงว่าต้นทุนด้านเชื้อเพลิงและประกันภัยจะยังคงสูงอยู่หรือไม่หลังสงครามจบลง

เทอร์รีอธิบายเพิ่มว่า ตัวแปรหลักที่ส่งผลโดยตรงต่อค่าตั๋วโดยสารมี 4 ประการ ได้แก่:

  • ความจุของที่นั่ง ซึ่งลดลงอย่างรวดเร็วในเส้นทางเข้า-ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลาง และนี่เป็นปัจจัยที่ผลักดันราคาตั๋วโดยสารที่เร็วที่สุด "เพราะมีความต้องการเกินกว่าที่นั่งที่มีอยู่"
  • เส้นทางบินใหม่ การบินอ้อมน่านฟ้าที่ถูกจำกัดทำให้เวลาบินและการเผาไหม้เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
  • ราคาเชื้อเพลิงอากาศยานที่สูงขึ้นเพิ่มต้นทุนทั่วโลก และมักจะค่อย ๆ ส่งผ่านมาในราคาตั๋วเมื่อเวลาผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นการเก็บค่าธรรมเนียมน้ำมันอย่างชัดเจนในบางตลาด หรือรวมอยู่ในราคาฐาน
  • ต้นทุนประกันภัยที่สูงขึ้นสำหรับการบินในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

ด้าน ริโก ลูมัน นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านอุตสาหกรรม ภาคขนส่ง และโลจิสติกส์ จาก ING Think ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิจัยและวิเคราะห์เศรษฐกิจของธนาคาร ING ซึ่งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่สัญชาติเนเธอร์แลนด์ระบุว่า ราคาตั๋วโดยสารจะสูงขึ้นแน่นอนอย่างน้อย 5% โดยเฉลี่ยจากราคาน้ำมันดิบเป็นหลัก โดยเขาเสริมว่าปัจจุบัน ราคาขายน้ำมันดิบอยู่ที่ 84 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงขึ้น 35-40% จากต้นปี

นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจาก ING Think เสริมว่าถ้าการปิดช่องแคบฮอร์มุซยืดเยื้อ ราคาน้ำมันอาจแตะ 100 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลได้ และจะส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อไปที่ราคาตั๋วโดยสารเครื่องบิน อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์คลี่คลายภายในเวลา 2 สัปดาห์ "ราคาอาจทรงตัวที่ระดับนี้แล้วค่อย ๆ ลดลง เพราะปัจจุบันโลกมีน้ำมันสำรองเกินความต้องการอยู่แล้ว"

เขาชี้ว่า การขึ้นราคาตั๋วโดยสารยังขึ้นอยู่กับมิติเรื่องการซื้อประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (hedge) ของแต่ละสายการบินด้วย ลูมันชี้ว่าสายการบินจากทวีปยุโรป อาทิ แอร์ฟรานซ์–เคแอลเอ็ม ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันไว้ราว 62% ส่วนลุฟท์ฮันซาทำไว้ประมาณ 80% และสายการบินต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะในทวีปยุโรปมักมีสัดส่วนการทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันสูงยิ่งกว่า

"สายการบินเหล่านี้มีเวลามากกว่าในการทยอยปรับราคาตั๋ว แต่ก็น่าจะดำเนินการภายในปีนี้ เพราะหากไม่ทำ ก็อาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาอย่างฉับพลันในช่วงต้นปีหน้า เนื่องจากสัญญาเฮดจ์ครอบคลุมเพียงปีนี้เท่านั้น" ลูมัน กล่าว

เขายังเสริมด้วยว่า สายการบินในเอเชียมักทำประกันราคาน้ำมันไว้ในสัดส่วนที่ต่ำกว่าสายการบินในยุโรปมาก ขณะที่สายการบินของสหรัฐฯ โดยทั่วไปแทบไม่ทำประกันความเสี่ยงไว้เลย

อย่างไรก็ดี เขาย้ำว่า "ตั๋วที่จองไว้แล้วจะไม่ถูกปรับราคาย้อนหลัง เพราะว่าผิดกฎหมาย"

ตั๋วชั้นประหยัด-เที่ยวบินทางไกล ได้รับผลกระทบมากกว่า

ต่อคำถามที่ว่าตั๋วโดยสารประเภทใดจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เทอร์รีชี้ว่านักเดินทางชั้นประหยัดมักได้รับผลกระทบหนักกว่าในแง่สัดส่วน เพราะต้นทุนที่เพิ่มขึ้นเท่ากันคิดเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าของราคาตั๋วชั้นประหยัด โดยตั๋วชั้นพรีเมียมขึ้นไปอาจมีการขึ้นราคาสูงในค่าสัมบูรณ์ แต่ผลกระทบเชิงสัดส่วนมักหนักกว่าในตลาดตั๋วราคาถูก

ขณะที่ลูมันเสริมว่า เส้นทางของเที่ยวบินระยะไกลจะได้รับผลกระทบหนักที่สุด เพราะใช้เชื้อเพลิงมากกว่าเที่ยวบินระยะสั้นมาก เขาชี้ด้วยว่าสายการบินที่ดำเนินการภายในภูมิภาคตัวเอง โดยไม่นับสายการบินในแถบตะวันออกกลาง จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าสายการบินที่ต้องเดินทางข้ามทวีป

เทอร์รียังชี้ด้วยว่า ประกันการเดินทางที่ผู้บริโภคซื้ออาจแพงขึ้นหรือมีเงื่อนไขที่เข้มงวดขึ้น โดยเฉพาะสำหรับเส้นทางที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคตะวันออกกลาง ขณะที่ ลูมัน จาก ING Think มองว่าค่าเบี้ยประกันอาจไม่ได้ปรับสูงขึ้นมากนัก เพราะประเด็นสำคัญอยู่ที่เที่ยวบินจะสามารถออกเดินทางได้หรือไม่มากกว่า

อย่างไรก็ดี สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งสองคนเห็นตรงกันว่าอาจได้รับผลกระทบ คืออัตราค่าขนส่งสินค้าที่อาจปรับตัวสูงขึ้นหากศักยภาพในการขนส่งถูกรบกวนหรือถูกนำไปใช้ในงานประเภทอื่นแทน "โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาบทบาทของตะวันออกกลางในฐานะศูนย์กลางสินค้าโลกหลักแห่งหนึ่ง" เทอร์รี ระบุ

ลูมันเสริมว่า สายการบินจากตะวันออกกลาง เช่น เอมิเรตส์และเอทิฮัด มีบทบาทสำคัญมาก เพราะรวมกันแล้วรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศของโลกถึงประมาณ 10% ของความจุสินค้าทั้งหมด อีกทั้งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ก็เป็นจุดเชื่อมต่อสินค้าที่สำคัญมากระหว่างซีกโลกตะวันออกและตะวันตก

เส้นทางนอกตะวันออกกลางยังบินได้ไหม ?

flightradar24

ที่มาของภาพ, flightradar24

คำบรรยายภาพ, ภาพบันทึกหน้าจอจากเว็บไซต์ flightradar24 ณ วันที่ 6 มี.ค. 2569 แสดงให้เห็นเส้นทางบินที่หลีกเลี่ยงน่านฟ้าประเทศอิหร่านและพื้นที่ใกล้เคียง

ลูมันชี้ว่าโดยภาพรวมแล้ว ผู้โดยสารฝั่งสหรัฐอเมริกาจะได้รับผลกระทบน้อยที่สุด เพราะสามารถบินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกได้โดยไม่ต้องพึ่งฮับตะวันออกกลาง แต่ชาวยุโรปและชาวเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะเส้นทาง ออสเตรเลีย-ยุโรป ที่พึ่งพาฮับตะวันออกกลางอย่างมาก คำตอบนี้สอดคล้องกับความเห็นของผู้เชี่ยวชาญจาก อัลตัน เอวิเอชัน คอนซัลแทนซี

เขาเสริมว่า ยังมีปัญหาใหญ่กว่านั้นอีก คือที่ผ่านมาน่านฟ้าโลกแคบลงมาก เพราะรัสเซียได้ปิดน่านฟ้ามา 3 ปีแล้ว และตอนนี้มีประเด็นในตะวันออกกลางอีก นั่นจึงทำให้บางเส้นทางการบินต้องอ้อมแอฟริกา ซึ่งเพิ่มทั้งระยะทาง เวลา และค่าเชื้อเพลิง รวมถึงค่าใช้จ่ายลูกเรือด้วย

ด้านเทอร์รีเสริมว่า ในแง่การเดินทางจริง เส้นทางที่ไม่ได้บินผ่านตะวันออกกลางจะได้รับผลกระทบน้อยกว่า และผลกระทบหลักจะเป็นเรื่องเศรษฐกิจ กล่าวคือราคาน้ำมันและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อต้นทุนของสายการบินทั่วโลก ซึ่งในที่สุดจะกระทบค่าตั๋วแม้ในเส้นทางที่ห่างไกลจากจุดที่เกิดสงคราม

ซื้อตั๋วแล้วแต่บินไม่ได้ ใครต้องรับผิดชอบ ?

Getty Images

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ผู้โดยสารที่เคยติดค้างอยู่ในนครดูไบได้รับการต้อนรับเมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานในเมืองชเวคัต ใกล้กรุงเวียนนา เมื่อวันที่ 5 มี.ค.

หนึ่งในคำถามที่นักเดินทางอยากรู้มากที่สุดคือ เมื่อถูกยกเลิกไฟลท์หรือเลื่อนไฟลท์จากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้น พวกเขาจะได้รับการชดเชยหรือไม่

ลูมันตอบว่า โดยทั่วไปผู้โดยสารไม่สามารถขอคืนเงินค่าตั๋วได้ในสถานการณ์ลักษณะนี้ เพราะมักถูกยกเว้นไว้ เขาเสริมว่าในทางกฎหมาย ผู้โดยสารมักไม่มีสิทธิขอเงินคืนในสถานการณ์ที่ถือเป็นภาวะสงคราม หรือเหตุการณ์ที่สายการบินไม่อาจคาดการณ์ได้ จึงไม่ถือเป็นความรับผิดชอบของสายการบิน

"สิ่งที่ทำได้คือยื่นขอเปลี่ยนเป็นเที่ยวบินทดแทน ซึ่งก็คือเที่ยวบินอื่นที่จะพาคุณไปยังจุดหมายปลายทางเดิม นี่จึงเป็นสิ่งที่ผู้โดยสารส่วนใหญ่กำลังรอคอย"

ในอนาคตเมื่อสงครามจบ แต่ราคายังอาจสูงไม่จบ ?

เทอร์รีชี้ว่าราคาตั๋วโดยสารที่ปรับสูงขึ้นตอนนี้ อาจกลายเป็นประเด็นในเชิงโครงสร้างและทำให้ราคาค่าตั๋วปรับขึ้นแบบถาวร หากต้นทุนยังสูงอยู่แม้ตารางบินกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยปัจจัยหลักสองด้านคือ ต้นทุนเชื้อเพลิง และค่าเบี้ยประกันภัย ซึ่งมีแนวโน้มทรงตัวสูงได้ จากผลกระทบที่ไม่ได้จบพร้อมเหตุการณ์ แต่ค่อย ๆ ลามต่อเป็นลูกโซ่ (lag effect) ในห่วงสายอุปทานโลก ตลาดพลังงาน และกระบวนการรับประกันภัย

เขาเสริมว่าสุดท้าย "สายการบินจะพยายามผลักต้นทุนไปยังผู้โดยสารในกรณีที่มีอำนาจตั้งราคาได้ โดยเฉพาะเส้นทางที่ที่นั่งขาดแคลนและมีความต้องการเร่งด่วน" ทว่าเมื่อการดำเนินงานกลับมาเป็นปกติและการแข่งขันกลับมา สายการบินมักจะแบกรับต้นทุนที่เหลือมากขึ้นเพื่อรักษาอัตราการบรรทุกและส่วนแบ่งตลาดไว้ โดยเฉพาะในตลาดที่ผู้โดยสารไวต่อราคา

ขณะที่ลูมันทิ้งท้ายว่า สำหรับผู้โดยสารที่กำลังววางแผนจะเดินทางในอีกราว 6 เดือนต่อจากนี้ "การจองตอนนี้อาจน่าสนใจ เพราะราคาตั๋วอาจยังไม่ปรับตัวตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จึงอาจคุ้มค่าที่จะลองตรวจสอบดู… แต่แทบจะแน่นอนว่าราคาจะปรับสูงขึ้น หากต้องการรับมือและวางแผนเชิงรุก คุณอาจพิจารณาจองตั๋วล่วงหน้าสำหรับการเดินทางในช่วงครึ่งหลังของปีนี้"

อย่างไรก็ตาม เขาเตือนว่า "ในระยะสั้นผมจะลังเลมากกว่า เนื่องจากความปั่นป่วนของการเดินทางที่เรากำลังเผชิญอยู่"