เหตุการณ์สมาชิกไทยไม่ทนตบหนุ่มกะเหรี่ยงที่พัทยา "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย" หรือสะท้อนอคติแรงงานข้ามชาติ

.

ที่มาของภาพ, Facebook/ตี๋ สเต็กกระทะร้อน

คำบรรยายภาพ, ภาพบันทึกหน้าจอจากวิดีโอแสดงเหตุการณ์นายเดช ชาวกะเหรี่ยง ถูกทำร้ายร่างกาย และต่อมายืนเลือดกลบปากคู่กับนายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก สมาชิกกลุ่มไทยไม่ทน
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
  • เวลาอ่าน: 12 นาที

เหตุการณ์ที่สมาชิกกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า "ไทยไม่ทน" ทำร้ายร่างกายหนุ่มไทย-กะเหรี่ยง ที่พัทยา จ.ชลบุรี กลายเป็นประเด็นปัญหามากกว่าคดีอาญา แต่บานปลายไปถึงข้อถกเถียงที่ว่ากรณีดังกล่าวอาจสะท้อนถึงอคติทางชาติพันธุ์หรือไม่

เมื่อวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา เกิดเหตุทำร้ายร่างกายกันบริเวณหน้าสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในซอยกอไผ่ พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

จากคลิปที่นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ รู้จักกันในอีกชื่อว่า "เต้ อาชีวะ" ผู้นำกลุ่มไทยไม่ทน โพสต์เมื่อวันที่ 2 มี.ค. บรรยายว่านายไอยวัฒน์ ฐิติวัฒนกนก อายุ 43 ปี สมาชิกกลุ่มดังกล่าว ซึ่งใช้ชื่อในเฟซบุ๊กว่า "ตี๋ สเต็กกระทะร้อน" รับเรื่องร้องเรียนจากพนักงานคนไทยในสถานบันเทิงดังกล่าวว่าถูกนายเดช วัย 27 ปี หนุ่มเชื้อสายกะเหรี่ยง ตบหน้า โดยพนักงานที่ร้องเรียนและนายเดชเป็นเพื่อนร่วมงาน

คลิปดังกล่าวเห็นช่วงที่นายไอยวัฒน์พูดคุยกับนายเดช ขอดูบัตรประชาชน ซึ่งนายเดชนำบัตรสีชมพูออกมาแล้วบอกว่าตนเองอยู่ระหว่างการขอสัญชาติไทย ซึ่งพี่น้องทยอยได้กันหมดแล้ว

เมื่อนายไอยวัฒน์ซักถามนายเดชได้สักพัก คลิปก็ถูกทับด้วยแถบสีดำและเบลอมืดในช่วงที่ได้ยินเสียงคล้ายมีคนถูกตบ 2 ครั้ง จากนั้นตัดภาพมาเป็นภาพนายเดชยืนเลือดกลบปากคู่กับนายไอยวัฒน์

ด้านนายไอยวัฒน์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กของเมื่อวันที่ 9 มี.ค. ว่าเขาไม่ได้ลงพื้นที่ทันทีหลังได้รับเรื่องร้องเรียน แต่ประสานให้คนรู้จักพูดคุยกับเจ้าของร้าน ซึ่งทราบภายหลังว่านายเดชรับปากว่าจะจบเรื่อง แต่วันถัดมานายไอยวัฒน์อ้างว่ามีคลิปที่หนุ่มกะเหรี่ยงรายนี้มีปัญหากับพนักงานในร้าน เขาจึงตัดสินใจเดินทางไปสถานบันเทิงดังกล่าวพร้อมกับทีมงาน 5 คน

"ผมไม่ได้ไปร่วมทำร้ายร่างกายวันนั้น ผมไม่ได้มีเจตนาที่ไม่ดีเลย ไม่ได้อยากจะไปทำร้ายเขาเลย แต่อยากแค่สั่งสอนเขา"

นายไอยวัฒน์บอกว่าคนที่ทำร้ายร่างกายคือสามีของผู้หญิงท้องซึ่งเป็นคู่กรณีของนายเดช แต่ยอมรับว่าตนเอง "ตบสั่งสอน" นายเดชไป 2 ครั้ง และบอกว่าความตั้งใจคือต้องการ "กู้ศักดิ์ศรีคนไทย"

ล่าสุด พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกกับบีบีซีไทยว่านายเดช ชายชาวกะเหรี่ยงเข้าแจ้งความกับสถานีตำรวจภูธร (สภ.) เมืองพัทยาแล้ว และทางเจ้าหน้าที่เรียกตัวนายไอยวัฒน์มารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พร้อมกับยืนยันว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินตามกระบวนการทางกฎหมายโดยให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ก่อนหน้านี้ นายไอยวัฒน์เคยลงพื้นที่พัทยาเพื่อยึดมีดจากชาวกัมพูชา โดยบอกว่าได้รับเรื่องร้องเรียนมาว่ามี "แก๊งเขมรพัทยาพกพาอาวุธ" ในคลิปที่ทางกลุ่มโพสต์ปรากฏหญิงนั่งร้องไห้กับพื้นด้วยความตกใจ ก่อนจะถูกพานำตัวไปส่งยังโรงพักใกล้เคียง

ในคลิปอื่น ๆ ของทางกลุ่มบางครั้งยังมีภาพลงตรวจตลาดหาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายปกครอง หรือกรมแรงงานด้วย และบางครั้งก็เดินตรวจสอบแรงงานข้ามชาติด้วยตนเอง ตามข้อมูลที่ทางกลุ่มได้รับเรื่องร้องเรียนมา

นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ให้ความเห็นกับบีบีซีไทยว่าการกระทำของกลุ่มไทยไม่ทนเข้าข่ายข่มขู่คุกคามแรงงานข้ามชาติในลักษณะ "อันธพาล" และเสี่ยงก่อให้เกิดความขัดแย้งและอคติระหว่างเชื้อชาติในระยะยาว

"กลุ่มไทยไม่ทน" คือใคร

นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ รู้จักกันในอีกชื่อว่า "เต้ อาชีวะ" ผู้นำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่าไทยไม่ทน ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยว่าทางกลุ่มประกอบด้วยสมาชิกราว 50 คนทั่วประเทศ และมีตัวแทนอยู่ในแต่ละจังหวัด

ก่อนหน้านี้ นายอัครวุธเคยร่วมเคลื่อนไหวทางการเมืองการกลุ่มที่มีจุดยืนขวาสุด และนิยมเจ้า (royalist) อาทิ เข้าร่วมบางกิจกรรมกับกลุ่มไทยภักดีและกลุ่มศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน (ศปปส.)

เขากล่าวว่าเป้าประสงค์ที่ทำให้แต่ละคนมารวมตัวกันภายใต้กลุ่มชื่อว่าไทยไม่ทน เป็นเพราะไม่อาจนิ่งเฉยต่อปัญหาแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่เข้าเมืองผิดกฎหมายและเข้ามาทำงานในไทยโดยไม่มีใบอนุญาต กลุ่มที่แย่งอาชีพสงวนคนไทย ไปจนถึงกลุ่มที่มีพฤติกรรมกร่าง ทำร้าย ข่มขู่คุกคามคนไทย

"หากเจ้าหน้าที่ทำงาน กลุ่มพวกผมก็คงไม่มีทางเกิดขึ้น" นายอัครวุธ กล่าว และบอกว่าเขาทราบดีว่าแนวทางการทำงานของกลุ่มมีทั้งผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย

"แต่มันเป็นเรื่องของการกู้คืนศักดิ์ศรีคนไทย" เขากล่าวย้ำ

นายอัครวุธกล่าวว่าในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีคนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาในไทยมากขึ้น และเริ่มเข้ามาแย่งงานคนไทยโดยเฉพาะอาชีพสงวน นอกจากนี้ยังมี "การรวมกลุ่ม สร้างตัวตนเพื่อเรียกร้องสิทธิต่าง ๆ" ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการหรือการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ

ทางกลุ่มยังเห็นว่าแรงงานข้ามชาติเหล่านี้ "กำลังจะมาแย่งงานคนไทยในอนาคต" โดยเฉพาะอาชีพสงวน เช่น อาชีพค้าขาย เนื่องจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด

"ตอนนี้มีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับคนต่างด้าวนับหมื่นข้อความที่ยังไม่ได้ถูกเปิดอ่าน แล้วผมถามว่าคนเหล่านี้ เมื่อเขามีปม แล้วเราไม่คลี่ปมให้เขา ต่อไปในอนาคตข้างหน้าคนพวกนี้เขาก็จะอึดอัด แล้วมันจะเกิดกระแสไวรัล 'ไทยไม่ทน'" นายอัครวุธกล่าว

นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ "เต้ อาชีวะ" ผู้นำกลุ่มไทยไม่ทน

ที่มาของภาพ, FACEBOOK/นายอัครวุธ บุรณพนธ์

คำบรรยายภาพ, นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ "เต้ อาชีวะ" ผู้นำกลุ่มไทยไม่ทน

เมื่อสอบถามว่าเหตุใดไม่รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ได้รับความเดือดร้อนจากแรงงานข้ามชาติ แล้วส่งเรื่องร้องเรียนให้กับตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แทนที่จะลงพื้นที่และเผชิญหน้ากับแรงงานข้ามชาติโดยตรง

เขาอธิบายว่าหลายครั้งที่แจ้งตำรวจว่าทางกลุ่มจะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมาย ก็พบว่าการข่าวรั่วไหลในเวลาต่อมา ทำให้ไม่พบแรงงานข้ามชาติผิดกฎหมายตามที่ถูกร้องเรียนมา

"พอผมประสาน สภ. (สถานีตำรวจภูธร) ว่าผมจะลงพื้นที่นี้นะ แล้วอยากให้พี่ [หมายถึงตำรวจ] ให้มาร่วมกันจับกุม พอเราบอกไปเสร็จปุ๊บ พอถึงวันที่จะลงพื้นที่ข่าวก็รั่ว ร้านปิดหมดทุกร้าน" เขากล่าว

"มันก็มีสิทธิคิดว่าข่าวมันรั่วออกไปได้อย่างไร ในเมื่อวันที่ผมลงพื้นที่แล้วไม่บอกตำรวจ ผมก็เจอร้านต่างด้าวตามที่คนร้องเรียน"

ขณะเดียวกัน นายอัครวุธบอกว่ากลุ่มของพวกเขาได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) มากกว่า แต่เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. ทำได้แค่ควบคุมตัว ไม่สามารถดำเนินคดีกับแรงงานข้ามชาติที่ผิดกฎหมายได้ เพราะเป็นอำนาจของตำรวจ

สำหรับคำถามว่าทางกลุ่มตั้งตนเองเป็นศาลเตี้ยหรือไม่นั้น นายอัครวุธบอกว่าต้องดูเป็นกรณี ๆ ไป และสุดท้ายแล้วหากมีการทำร้ายร่างกายกันเกิดขึ้น พวกเขาก็ยอมรับผลทางกฎหมายที่ตามมา

เขาชี้ว่าหากดูในหลายมิติจะเห็นว่ากลุ่มของเขาไม่ได้ยกพวกไปข่มขู่คุกคามแรงงานข้ามชาติเสียทั้งหมด ทุกเหตุการณ์มีที่มาที่ไป ส่วนใหญ่จะเริ่มต้นจากการเข้าไปเจรจา พูดคุย แต่หลายครั้งที่เจอกลุ่มอิทธิพลที่ให้ความคุ้มครองแรงงานเข้ามามีท่าทีไม่เป็นมิตร "ก็ต้องมีการสั่งสอนกลับไปบ้าง"

"หากเหมารวมว่าเราเป็นศาลเตี้ยทั้งหมดเลยมันก็เกินไป" เขากล่าว

"มันจะมีมาเฟียต่างด้าวคอยมาเก็บส่วยพวกต่างด้าวที่เข้ามาทำอาชีพสงวนที่เขาให้คนไทยเท่านั้น เราจะไปเจอคนพวกนี้ แล้วจะให้เราเข้าไปถามว่า 'สวัสดีครับพี่ เลิกเป็นนักเลงได้ไหมครับ เลิกเก็บส่วยได้ไหมครับ' แล้วพวกนั้นจะกลัวเราไหม" นายอัครวุธ อธิบายมุมมองของเขา

"หากเขาไม่มีพฤติกรรมแบบนั้น เราก็ไม่ทำอยู่แล้ว"

ด้าน พล.ต.ท.ยิ่งยศ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บอกว่าหากกลุ่มคนที่ถูกกระทำเข้ามาร้องทุกข์ว่าโดนกระทำ ตำรวจในฐานะผู้รักษาความสงบยินดีให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ

"ใครจะพูดว่า 'ฉันทำตัวเป็นศาลเตี้ย' พูดอะไรก็ได้ แต่ถ้าเกิดกระทำไปแล้ว เป็นความผิด มีคนมากล่าวทุกข์ ก็เป็นหน้าที่ตำรวจในการดำเนินการ เรื่องนี้ไม่มีความซับซ้อนอะไรเลย" โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ระบุ

.

ที่มาของภาพ, SCREEN GRAB/BBC BURMESE

คำบรรยายภาพ, ภาพการชุมนุมหน้าสถานทูตเมียนมา เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2024

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2567 นายอัครวุธเคยเป็นผู้นำกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า "กลุ่มอาชีวะราชภักดี" จัดการชุมนุมหน้าสถานทูตสาธารณรัฐแห่งเมียนมาประจำประเทศไทย เพื่อร้องเรียนต่ออัครราชทูตเมียนมาให้แก้ไขปัญหาความวุ่นวายที่เกิดจากบุคคลเมียนมาซึ่งอพยพหนีภัยสงครามและเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยบอกว่าทางกลุ่มไม่มีปัญหากับคนต่างด้าวที่มาอย่างถูกต้อง "แต่พวกที่เข้ามาสร้างปัญหา ขอให้คนไทยช่วยกันผลักดันคนเลว ๆ ออกไป"

การชุมนุมดังกล่าวประกอบด้วยกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า กลุ่มประชาภักพิท้กษ์สถาบัน และกลุ่ม ศปปส.

ในตอนนั้น พวกเขารวมตัวกันรวบรวมรายชื่อเพื่อยื่นเสนอแก้ไขกฎหมายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว เช่น ทบทวนการให้สัญชาติ ระยะเวลาการทำงาน และที่สำคัญคือห้ามมาตั้งครรภ์และคลอดในประเทศไทย

นายอัครวุธบอกกับบีบีซีไทยว่าในตอนนี้ ทางกลุ่มไทยไม่ทนสามารถรวบรวมรายชื่อได้ 85,000 รายชื่อ จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ 50,000 รายชื่อ เพื่อคัดค้านการอุดหนุนการศึกษาเด็กข้ามชาติในไทย ซึ่งทางกลุ่มจะยื่นรายชื่อทั้งหมดให้กับกระทรวงศึกษาธิการและสำนักนายกรัฐมนตรีภายในสิ้นเดือน มี.ค. นี้

ข้อกังวลเกี่ยวกับความเคลื่อนไหวของกลุ่มไทยไม่ทน

.

ที่มาของภาพ, ไทยไม่ทน

คำบรรยายภาพ, นายอัครวุธ บุรณพนธ์ (เสื้อขาว) ถ่ายภาพคู่กับเสื้อของทางกลุ่มไทยไม่ทน

นายอดิศร เกิดมงคล ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ ให้ความเห็นว่าลักษณะกลุ่มไทยไม่ทนเข้าข่าย "อันธพาล" เพราะมีทั้งพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม และล่าสุดก็ทำร้ายร่างกายชาวกะเหรี่ยง

"สิ่งที่เรากังวลใจคือเริ่มมีการใช้รูปแบบพฤติกรรมแบบนี้มาแสวงหาประโยชน์ เช่น ค่าคุ้มครอง ซึ่งในระยะยาวเรามองว่าจะเป็นปัญหา" เขากล่าว

ทั้งนี้ นายอัครวุธ ผู้นำกลุ่มไทยไม่ทน ยืนยันว่ากลุ่มของเขาเป็นอาสาสมัครทั้งหมด ไม่มีใครเรียกค่าตอบแทนจากการจัดการเรื่องร้องเรียน หรือได้ผลประโยชน์ใด ๆ จากการออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ รวมถึงไม่เคยมีการเรียกรับผลประโยชน์

เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้น นายอดิศร ผู้ปฏิบัติงานด้านแรงงานข้ามชาติ ชี้ให้เห็นว่าการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐกับกลุ่มไทยไม่ทนในหลาย ๆ คลิปที่ทางกลุ่มโพสต์ เป็นการตอกย้ำว่าทางการปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งสามารถ "ไล่ล่าแรงงานข้ามชาติได้อย่างชอบธรรม" ซึ่งในสายตาของเขา การกระทำของกลุ่มไทยไม่ทนนั้นไม่ต่างจาก "ศาลเตี้ย"

"เขาสามารถเคลม (อ้าง) ได้ว่าทำถูกกฎหมายนะ แล้วบางครั้งผมคิดว่ามันออกแนวนำเจ้าหน้าที่ด้วยซ้ำไป คือเอาเจ้าหน้าที่ไปจัดการ ไปตรวจ ไปจับ"

ผู้ประสานงานเครือข่ายองค์กรด้านประชากรข้ามชาติ กล่าวต่อว่ามีหลายกรณีที่แรงงานข้ามชาติถูกกลุ่มเดียวกันนี้ข่มขู่ คุกคาม แต่ไม่กล้าไปแจ้งความ เพราะแรงงานเหล่านั้นเป็นผู้เข้าเมืองผิดกฎหมาย จึงกังวลว่าหากเข้าแจ้งความกับตำรวจก็จะโดนจับ

"มันสะท้อนว่าพวกเขาเข้าไม่ถึงกลไกการคุ้มครองทางกฎหมาย" นายอดิศร กล่าว

เขากล่าวต่อว่าหากรัฐบาลไทยปล่อยให้กลุ่มไทยไม่ทน หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่มีพฤติกรรมคล้าย ๆ กันทำเช่นนี้ได้ ก็จะก่อให้เกิดอคติระหว่างคนไทยกับกลุ่มแรงงานข้ามชาติ และขยายวงเป็นความขัดแย้งระหว่างประเทศเพื่อนบ้านได้

นายอดิศรมองว่าอิทธิพลของกลุ่มไทยไม่ทน รวมถึงกลุ่มอื่น ๆ ที่มีพฤติกรรมคล้ายคลึงกัน กำลังทำให้เกิดการเลียนแบบในโลกออนไลน์ เพราะในตอนนี้เริ่มเห็นกลุ่มวัยรุ่นที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน เริ่มแสดงพฤติกรรมเลียนแบบและไปข่มขู่คุกคามแรงงานข้ามชาติในไทยมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้เขาจึงมองว่าความรับผิดชอบของเจ้าของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ต่าง ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ และเจ้าของแพลตฟอร์มควรมีส่วนรับผิดชอบในการคัดกรองเนื้อหาหรือระงับบัญชีที่สร้างอคติหรือขยายความเกลียดชังทางเชื้อชาติ

สำหรับประเด็นที่ทางกลุ่มไทยไม่ทนรวบรวมชื่อคัดค้านไม่ให้เด็กข้ามชาติได้รับสิทธิการศึกษาขั้นพื้นฐานในไทยนั้น นายอดิศรมองว่าเป็นสิทธิที่ทางกลุ่มพึงทำได้

ทว่า ในความเห็นของเขาเห็นว่าสิทธิดังกล่าวประกาศใช้มาหลายสิบปีแล้ว แต่เหตุใดทางกลุ่มจึงออกมาเคลื่อนไหวในตอนนี้ และนโยบายดังกล่าวก็มีขึ้นเพื่อความมั่นคงของรัฐในระยะยาว รวมถึงตอบโจทย์สังคมสูงวัยที่ไทยกำลังเผชิญอยู่

"ทางกลุ่มไทยไม่ทนอาจไม่ได้คิดว่าเด็กข้ามชาติที่ได้รับสิทธินี้ ยังมีเด็กไทยที่เป็นกลุ่มชนชาติพันธุ์ แต่ยังติดขัดเรื่องเอกสารหรือกระบวนการทางกฎหมายด้วย หากไม่มีสิทธิตรงนี้ไป มันตัดเด็กทุกคนออกจากระบบการศึกษาทั้งหมด รวมถึงเด็กไทยที่มีปัญหาเรื่องสัญชาติด้วย"