"ผมแค่อยากจะนอนหลับให้ได้" ความรู้สึกชาวอิหร่าน ขณะการโจมตีสั่นสะเทือนไปทั้งเมืองและทำให้ไฟฟ้าดับ

Smoke plumes billow from the site of airstrikes near Azadi Tower in western Tehran on 10 March. The night sky and smoke are black. Below, lights are on in buildings and a tower is lit up.

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นภายหลังเกิดการโจมตีใกล้กับหอคอยอาซาดีทางตะวันตกของกรุงเตหะรานเมื่อช่วงค่ำวันจันทร์
    • Author, กอนเชห์ ฮาบิเบียซาด
    • Role, บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย
    • Author, มัลลอรี มอนช์
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

ชาวอิหร่านส่วนหนึ่งบอกกับบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียว่าพวกเขากำลังเหนื่อยล้าและแทบจะนอนไม่หลับ หลังผ่านมา 10 วันแล้วที่ถูกอิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากร่วมกันโจมตี ด้วยเสียงระเบิด "ทุกสองสามชั่วโมง" ที่สั่นสะเทือนทั่วกรุงเตหะรานและเมืองคาราจที่อยู่ใกล้เคียงในยามค่ำคืน และยังส่งผลให้ไฟฟ้าดับ

"ผมอยู่กับความมืดโดยสมบูรณ์เมื่อคืน" ชายคนหนึ่งในวัย 30 กว่าปีจากกรุงเตหะรานกล่าว ขณะที่คนอื่น ๆ บอกว่าพวกเขาเจอไฟดับชั่วคราวหรือไฟกระตุก

"ผมรู้สึกแย่ พวกเขาโจมตีถนนที่อยู่ใกล้ ๆ กับพวกเราในวันนี้ ผมแค่อยากจะนอนหลับให้ได้ในคืนนี้" ชายอีกคนวัย 20 กว่าปีที่อาศัยในเมืองหลวงแห่งนี้ระบุ

ขณะที่ชายจากกรุงเตหะรานในวัย 20 กว่าปีอีกคนหนึ่งบอกว่า "เรายังมีชีวิตอยู่" แต่เขาก็เสริมว่า "จุดที่ถูกขีปนาวุธโจมตีใกล้เข้ามาทุกทีในทุก ๆ วัน"

ในช่วงเย็นวันจันทร์ กองทัพอิสราเอลประกาศว่าพวกเขาได้เริ่ม "ระลอกการโจมตีเป็นวงกว้างต่อเป้าหมายการก่อการร้ายในกรุงเตหะราน"

กองทัพอิสราเอลระบุเมื่อช่วงเช้าวันอังคารว่า พวกเขาได้กำหนดเป้าหมายของการโจมตีไปที่โครงสร้างใต้ดินที่ถูกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corps – IRGC) ใช้สำหรับการวิจัยอาวุธ, โครงสร้างพื้นฐานภายในสำนักงานใหญ่ของกองกำลังคุดส์ (Quds Force) ซึ่งเป็นหน่วยปฏิบัติการต่างประเทศของ IRGC รวมถึงสถานที่ต่าง ๆ ที่มีการผลิตอาวุธและยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศ

พวกเขายังระบุด้วยว่าได้เปิด "ระลอกการโจมตี" อีกระลอกในกรุงเตหะรานเมื่อช่วงบ่ายวันอังคารด้วย

อิสราเอลและสหรัฐฯ เปิดฉากร่วมกันโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและส่งโดรนเข้าไปโจมตีอิสราเอลและเป้าหมายต่าง ๆ ในหลายประเทศตะวันออกกลางที่มีฐานทัพและสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ตั้งอยู่

เมื่อวันจันทร์ กลุ่มนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนในอิหร่านที่อยู่ในสหรัฐฯ (HRANA) รายงานว่านับตั้งแต่สงครามเริ่มขึ้น มีผู้ถูกสังหารในอิหร่านแล้ว 1,761 คน โดยในจำนวนนี้เป็นพลเรือน 1,245 คน และเป็นเด็ก 194 คน

สื่อมวลชนถูกจำกัดการเข้าถึงอิหร่าน และบีบีซีไม่สามารถที่ตรวจสอบยืนยันตัวเลขต่าง ๆ และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างอิสระจากภายในประเทศได้

Grey smoke rises into the sky during the day on 10 March over Tehran, buildings and mountains visible in the background.

ที่มาของภาพ, Supplied

คำบรรยายภาพ, กองทัพอิสราเอลระบุว่าพวกเขาได้โจมตี "เป้าหมายการก่อการร้าย" ในเมืองหลวงของอิหร่าน

การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตในอิหร่านถูกจำกัดเกือบทั้งหมด แต่บีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซียยังคงได้รับข้อมูลจากผู้ที่อาศัยอยู่ที่นั่น ซึ่งจะไม่ถูกระบุชื่อในรายงานนี้ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

ชายวัย 30 กว่าปีในกรุงเตหะรานได้รายงานว่ามี "ความมืดโดยสมบูรณ์" ในช่วงกลางคืน เขาเล่าว่า "เกิดไฟฟ้าดับ และผมไม่รู้เลยว่าตอนนั้นเกิดอะไรขึ้น"

"เมื่อคืนนี้พวกเขาโจมตีอย่างหนัก สิ่งเดียวที่คุณสามารถมองเห็นได้จากภายในบ้านของเราคือรอยแตกหลายรอยบนกำแพง การนอนหลับกลายเป็นสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมไปแล้ว"

ผู้อาศัยในกรุงเตหะรานอีกสองคนบอกว่าพวกเขาเจอไฟฟ้ากระตุก ขณะที่ชายอีกคนในวัย 30 กว่าปีที่อาศัยในเมืองนี้เช่นกัน บอกว่าเกิดไฟฟ้าดับราว 30 นาที

"ผมอยากให้มันจบ ๆ ไปเสียที" เขากล่าว

"ผู้อาศัยในกรุงเตหะรานคนหนึ่งในวัย 30 กว่าปี บอกว่าการโจมตีเกิดขึ้น "20 นาทีติดต่อกัน" ในช่วงเวลาหนึ่งของคืนวันจันทร์

"ผมเหนื่อย" เขากล่าว "กิจวัตรปกติทุกอย่างที่ผมเคยทำ ตอนนี้มันหายไปแล้ว ผมทำมันไม่ได้หรือไม่ก็ไม่มีแรงจูงใจที่จะทำมันต่อ"

ขณะที่หญิงอีกคนในวัย 20 กว่าปีที่อาศัยในกรุงเตหะรานระบุว่า มีระเบิด "ทุกสองสามชั่วโมง" และมีแสงสีขาวแปลก ๆ บนท้องฟ้าที่ดูแตกต่างจากค่ำคืนอื่น ๆ ก่อนหน้านี้

อย่างไรก็ดี เธอบอกว่า "แม้มันจะต้องเป็นอย่างนี้ไปอีกสองสามสัปดาห์ แต่ก็ยังดีกว่าต้องใช้เวลาทั้งชีวิตอยู่กับระบบนี้" โดยเธอสะท้อนความรู้สึกของผู้ที่ต้องการเห็นจุดจบของการเป็น "สาธารณรัฐอิสลาม"

A picture shows windows broken or blown out in a block of flats in Tehran.

ที่มาของภาพ, Mamlekate

คำบรรยายภาพ, ผลกระทบจากการระเบิดที่แฟลตแห่งหนึ่งในกรุงเตหะราน

บางคนในเมืองคาราจ ซึ่งถูกโจมตีและถูกไฟฟ้าดับด้วยเช่นกันนั้น ก็มีความรู้สึกคล้าย ๆ กัน

เมืองดังกล่าวอยู่ห่างจากกรุงเตหะรานไปทางตะวันตก 30 กม. โดยชายคนหนึ่งในวัย 30 กว่าปีที่อาศัยในเมืองนี้บอกว่าเกิดไฟฟ้ากระตุกอยู่บ้าง และมี "แสงสีฟ้า" ปรากฏบนท้องฟ้าเมื่อคืนวันจันทร์

คลิปวิดีโอที่เผยแพร่โดยบีบีซีแผนกภาษาเปอร์เซีย พบการระเบิดปรากฏให้เห็นในบริเวณเส้นขอบฟ้า ขณะที่ท้องฟ้าในยามค่ำคืนก็สว่างวาบขึ้นเป็นระยะจากแสงสีฟ้าและสีแดง

ชายคนนี้กล่าวว่าเขาจะ "อดทนต่อสถานการณ์นี้ตราบเท่าที่สุดท้ายระบอบอิหร่านจะหายไป"

หญิงวัย 50 กว่าปีที่เป็นชนชั้นกลางเจ้าของร้านอาหาร ซึ่งอยู่อาศัยในย่านเมห์รชาห์รของเมืองคาราจ บอกว่ามีการโจมตีใกล้กับบ้านของเธอในยามวิกาล "สถานที่ที่ใกล้กับเราที่สุด และเรารู้สึกได้ว่ามีเงาแห่งความตายอยู่เหนือหัวเรานี่เอง"

"แต่เราจะยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคงจนกว่ามันจะจบเพื่อเอาชีวิตรอดและเพื่อเป็นอิสระ แม้เราจะถูกสังหาร มันก็ไม่สำคัญเลยจริง ๆ เมื่อเทียบกับหลายชีวิตที่สูญเสียไปแล้วด้วยความหวังที่จะคว้าชัยชนะในการต่อสู้" เธอกล่าว

หญิงอีกคนวัย 40 กว่าปีจากกรุงเตหะรานบอกเช่นกันว่า "ฉันเศร้าจริง ๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมืองแห่งนี้ แต่ฉันก็หวังว่ามันจะจบลงด้วยดีสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน ฉันหวังที่จะได้เห็นพวกเขา[เจ้าหน้าที่ทางการ] จากไป"

คนอื่น ๆ ที่พูดกับบีบีซีไม่ได้มีท่าทีแข็งขันหรือมีความหวังเช่นนั้น

ชายวัย 20 กว่าปีจากเมืองคาราจคนหนึ่งบอกว่า "ผมเริ่มเหนื่อยกับสถานการณ์นี้แล้ว สงครามทั้งหมดมันประเดประดัง ฉากทัศน์บางอย่างสำหรับอนาคตและสำหรับประชาชนชาวอิหร่านนั้นมันน่ากลัวจริง ๆ"

ขณะที่ชายวัย 20 กว่าปีในกรุงเตหะรานที่เล่าว่าขีปนาวุธเข้าใกล้มาเรื่อย ๆ อย่างไร บอกว่าเขาเคยถูกยิงเข้าที่ดวงตาข้างหนึ่งในระหว่างการประท้วงต่อต้านรัฐบาลเมื่อเดือน ธ.ค.-ม.ค. ซึ่งกลุ่มนักสิทธิมนุษยชน HRANA รายงานว่ามีผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 6,480 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 25,000 คน จากการปราบปรามอย่างโหดร้ายของกองกำลังความมั่นคง

"พวกเราคือเหยื่อ" เขากล่าว "ผมถูกทำร้ายจากสาธารณรัฐอิสลามมาแล้ว และเพราะมัน ทำให้มีสงครามเกิดขึ้นในตอนนี้ ซึ่งมันก็กำลังทำร้ายพวกเราซ้ำอีกครั้ง"

รายงานเพิ่มเติมโดยโซรูช ปักซาด