"เขาชอบดูเงาความกลัวในแววตาคน" ผู้รอดชีวิตจากเอปสตีนบอกบีบีซี

    • Author, อานา ฟากาย
    • Role, กรุงวอชิงตัน
  • เวลาอ่าน: 12 นาที

คำเตือน: เรื่องราวนี้อาจมีคำบรรยายทางเพศ

เมื่อกล่าวถึงเจฟฟรีย์ เอปสตีน กระทำผิดทางเพศนั้น โจอานนา ฮาร์ริสัน ไม่เคยต้องการพูดถึงเหตุการณ์ที่เธอเคยถูกเขาล่วงละเมิดมาก่อนเลย

เหตุผลของเธอเองไม่ต่างกับผู้รอดชีวิตรายอื่น ๆ ที่ระบุว่าการที่ถูกเอปสตีนทำร้ายนั้นทำให้เธอรู้สึกอับอายเป็นล้นพ้น ทว่าหลังจากรัฐบาลสหรัฐฯ ก็เผยแพร่ไฟล์เอกสารกว่าล้านฉบับออกมาทำให้ชื่อของเธอถูกเผยออกต่อสาธารณชนโดยบังเอิญ เธอบอกกับวิคตอเรีย เดอร์บีไชร์ ผู้สื่อข่าวในรายการบีบีซีนิวส์ไนท์ว่า เหตุการณ์นั้นทำให้เธอรู้สึกว่าจำเป็นจะต้องออกมาเล่าเรื่องราวในที่สุด

ฮาร์ริสัน เล่าว่า "มันถึงจุดที่ฉันรู้สึกจุกจนหายใจไม่ออกแล้วต้องหายใจหายคอเสียบ้าง ฉันรู้สึกว่าวิธีนี้จะทำให้ฉันหายใจคล่องคอขึ้น"

รายการบีบีซีนิวส์ไนท์เชิญฮาร์ริสัน ร่วมกับผู้รอดชีวิตจากเอปสตีนรายอื่น ๆ มาออกรายการในห้องส่งพร้อมกันเป็นครั้งแรก มีการสัมภาษณ์ดำเนินระยะเวลานานยาวกว่าชั่วโมงสอดแทรกด้วยท่าทีการปลอบขวัญให้กำลังใจ ระหว่างนั้นยังมีช่วงที่พวกเธอได้เห็นภาพของตนเองยามเมื่อแรกพบเอปสตีนเป็นครั้งแรกเป็นเหตุให้แขกรับเชิญบางรายถึงกับน้ำตาไหล

ในการสัมภาษณ์นั้นมีการพูดถึงเนื้อหาอย่างกว้างขวาง เหล่าผู้รอดชีวิตพูดถึงเรื่องราวของตนเองด้วยความเสียใจและขุ่นเคือง ผู้ให้สัมภาษณ์บางรายกล่าวถึงเกาะลิตเติลเซนต์เจมส์ เกาะส่วนตัวอันอื้อฉาวของเอปสตีน ขณะที่บางรายกล่าวถึงนาที "พิศวง" ที่บ้านไร่ของเขาในรัฐนิวเม็กซิโก

พวกเธอกล่าวว่าพวกเธอเชื่อว่าเหล่าผู้มีอิทธิพลที่ข้องแวะกับผู้ชายคนนี้นั้นล้วนน่าจะรู้กันดีว่าเขาได้ทำอะไรไว้บ้าง

ผู้รอดชีวิตถูกผลักให้ต้องออกมาเผยตัวในสปอตไลท์

กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ได้เผยแพร่เอกสารการสืบสวนเอปสตีนในหลายกรรมหลายวาระรวมแล้วกว่าล้านฉบับ แต่เอกสารบางฉบับไม่ได้ถูกปกปิดอย่างที่ควรทำให้อัตลักษณ์ของเหยื่อที่ถูกล่วงละเมิดได้รับการเปิดเผย

ฮาร์ริสันเองก็เป็นหนึ่งในชื่อที่ถูกเปิดเผยตัวต่อสาธารณะในครั้งนั้น

เธอเล่าในรายการบีบีซีนิวส์ไนท์ว่า เธอไม่เคยต้องการให้มีการเผยแพร่เอกสารเลยเพราะกลัวว่าจะมีชื่อเธอหลุดออกมา

ฮาร์ริสันบอกว่า "ต้องมาเห็นหน้าคนที่เคยล่วงละเมิดเราทุกเมื่อเชื่อวันติดต่อกันเป็นเวลา 6 ปี ในโทรทัศน์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติเลย"

เธอเล่าย้อนกลับไปว่าเธอพบกับเอปสตีนในรัฐฟลอริดา ขณะนั้นเธออายุ 18 ปี ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นที่การนวดไม่ต่างกับผู้รอดชีวิตรายอื่น ๆ เลย

"ทุกอย่างดูเป็นปกติดี" ฮาร์ริสันเล่า "แล้วเขาก็เริ่มดำเนินการสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเอง ฉันตัวแข็งทื่อไปหมด จนนั่งรถกลับบ้านฉันก็ยังพูดอะไรไม่ออก"

หลังจากนั้นเธอก็เล่าถึงเหตุการณ์ที่เอปสตีนข่มขืนเธอในวันเกิดของเธอเอง

นี่เป็นครั้งแรกที่ฮาร์ริสันเล่าเรื่องนี้ต่อสาธารณชน เธอไม่เชื่อสนิทใจด้วยซ้ำว่าเธอและผู้รอดชีวิตรายอื่น ๆ จะได้รับความยุติธรรมโดยเฉพาะเมื่อเอปสตีนที่เสียชีวิตไปแล้วในขณะนี้ "ฉันมีคำถามมากมายที่ฉันจะไม่มีวันได้รับคำตอบด้วย"

เดินทางห้าประเทศในเวลาห้าวันพร้อมคลินตัน สเปซี และแม็กซ์เวลล์

ส่วน ชอนเทย์ เดวีส์ ผู้รอดชีวิต อีกรายนำภาพที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนแสดงให้บีบีซีนิวส์ไนท์ชม

ภาพดังกล่าวยังมีคู่ร่วมขบวนการของเอปสตีนอย่าง กิสเลน แมกซ์เวลล์ พรั่งพร้อมด้วยเควิน สเปซีนักแสดง และ อดีตประธานาธิบดีบิลล์ คลินตันร่วมปรากฏด้วย โดยสเปซีและอดีตปธน.คลินตันกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการมนุษยธรรมเรื่องการป้องกันโรคเอดส์ในขณะนั้น

"ฉันเขียนบรรยายในสมุดบันทึกของตัวเองในขณะนั้นว่าพวกเขาเป็นสุดยอดกลุ่มคนที่หลากหลายที่สุดเท่าที่จะรวบรวมมาได้ ตอนนั้นเหมือนดังเราเข้าค่ายเพราะต้องเดินทางห้าประเทศในห้าวัน" เธ อกล่าว โดยเล่าต่อว่าบนเครื่องบินนั้นเหล่า พวกเขากินขนมขบเคี้ยว เล่นไพ่ และเล่าเรื่องราวต่าง ๆ สู่กันฟัน

เธอเล่าต่อว่า "ตอนนั้นเหมือนเป็นทริปที่เกิดขึ้นได้ครั้งเดียวในชีวิต และน่าเศร้าที่มันจะต้องมาแปดเปื้อนด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นในฉากหลังของทริปนั้น"

เดวีส์เล่าว่าเธอถูกเอปสตีนข่มขืนบนเกาะส่วนตัวของเขาหลังจากถูกว่าจ้างให้นวด

เธอเองนั้นเป็นหมอนวดที่ผ่านการฝึกอบรมมา เธอยังเผยในรายการบีบีซีนิวส์ไนท์ด้วยว่าที่ผ่านมาก็ยังได้นวดให้กับคลินตันที่คอและหลังในสนามบินที่โปรตุเกสขณะที่เครื่องบินแวะเติมน้ำมัน ณ เวลานั้นเธอกล่าวว่าเธอเขียนในสมุดบันทึกว่าอดีตประธานาธิบดีนั้นทั้งถ่อมตัว ใจดี และเป็นผู้มีสเน่ห์

ระหว่างที่อดีตประธานาธิบดีคลินตันเข้าให้การต่อคณะกรรมาธิการกำกับดูแลและปฏิรูปรัฐบาลในเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา เขาต้องตอบคำถามเรื่องการปฏิสัมพันธ์นี้ระหว่างเขากับเดวีส์ เขาบอกคณะกรรมาธิการว่าเขานึกหวังว่าเดวีส์น่าจะบอกเขาว่าเอปสตีนทำผิดอะไรไว้บ้าง

แต่เดวีส์กล่าวว่าเธอไม่เคยนึกจะบอกเรื่องนี้กับคลินตันเลย เธอกล่าวว่า "ฉันจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น"

"แล้วเขาจะทำอะไร ถามจริง ๆ เขา [คลินตัน] จะหยุดมันหรือ" เดวีส์พูดถึงการกระทำผิดของเอปสตีน "ฉันเดาว่าเราเองก็คงสุดจะรู้ได้ "

เดวีส์ระลึกถึงชั่วเวลาหนึ่งระหว่างที่อยู่ในโปรตุเกสกับอดีตปธน.คลินตัน เธอยังได้ช่วยเขาเลือกซื้อเครื่องประดับอัญมณีให้เชลซี ลูกสาวของเขาด้วย

คลินตันกล่าวซ้ำ ๆ ว่าเขาไม่ได้เป็นประจักษ์พยานรู้เห็นการกระทำผิดของเอปสตีน ชื่อของเขาปรากฏหลายร้อยครั้งในเอกสารเอปสตีน กระนั้นแล้วการมีชื่อในเอกสารเอปสตีนไม่ได้หมายความว่าเขาได้กระทำผิดไปด้วย

ส่วนสเปซีนั้นเรียกร้องอย่างเปิดเผยให้มีการเผยเอกสารที่เกี่ยวกับเอปสตีนออกมาทั้งหมด โดยกล่าวว่า "สำหรับคนอย่างพวกเราที่ไม่มีอะไรให้กลัวนั้น ความจริงปราฏช้าเกินไป"

บ้านไร่ 'สุดสยอง' ของเอปสตีนในรัฐนิวเม็กซิโก

ช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีข้อกล่าวหาปรากฏเพิ่มเติมจากไฟล์เอกสารของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ จนเป็นเหตุเรียกร้องให้รัฐบาลของรัฐนิวเม็กซิโกเปิดการสืบสวนคดีเรื่องบ้านไร่โซร์โรของเขาเสียใหม่

ก่อนหน้านี้รัฐบาลรัฐนิวเม็กซิโกมีการสอบสวนเบื้องต้นแล้วในปี 2019 แต่ก็ได้ยุติการสอบสวนนั้นไปหลังมีคำร้องจากอัยการกลางในนครนิวยอร์ก

เดวีส์กล่าวว่า "ที่นั่นคือที่ที่การกระทำผิดส่วนใหญ่เกิดขึ้น ฉันมีความทรงจำที่ดำมืดที่สุดก็จากที่บ้านไร่โซร์โรนี่เอง"

เธอยังบอกกับบีบีซีนิวส์ไนท์ว่าเธอขณะที่เธออยู่ ณ ที่นั้นเธอรู้สึก "ติดกับดัก"

"ความรู้สึกที่นั่นมันทั้งหนาว มืดมิด และสยองขวัญ" เดวีส์เล่า

ลิซ่า ฟิลลิปส์ ผู้รอดชีวิตอีกรายที่ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีนิวส์ไนท์กล่าวว่ารู้สึกแบบเดียวกันกับบ้านไร่แห่งนั้น "ฉันจำได้ว่ารู้สึกทำนองว่า 'ที่นี่มันสยองพิลึก' ที่นั่นมันมีความรู้สึกแบบนั้นจริง ๆ"

เดวีส์ยังกล่าวอีกว่าเธอเชื่อว่ามีอีกหลายอย่างที่เกิดที่นั่นแต่ยังไม่ได้ถูกเปิดโปง

เอปสตีนบอกผู้รอดชีวิตว่า "ผมชอบมีอะไรไว้ต่อรองคน"

เดวีส์กล่าวว่าเอปสตีนชอบป่าวประกาศไปทั่วว่าเขานั้นมีสายสัมพันธ์กว้างขวางเพียงใดกับคนใหญ่คนโต

เธอกล่าวว่าเขาโอ้อวดว่าให้ซาราห์ เฟอร์กูสัน อดีตดัสเชสแห่งยอร์กหยิบยืมเงินทอง "นั่นไม่ได้เป็นความลับแม้แต่น้อย" เดวีส์กล่าวกับบีบีซีนิวส์ไนท์

เดวีส์ยังบอกว่า ในเคหสถานของเอปสตีนนั้นมีภาพต่าง ๆ ของเฟอร์กูสันและ แอนดรูว์ เมานต์แบตเทน-วินด์เซอร์ (อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ของอังกฤษ) อดีตสามีของเธอร่วมด้วยเหล่าลูกสาวของพวกเขาใส่กรอบไว้

ด้านลิซ่า ฟิลลิปส์ผู้เป็นนางแบบแฟชั่นในขณะนั้นยังกล่าวถึงสายสัมพันธ์ของเอปสตีนกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ และเล่าถึงเรื่องราวของเพื่อนของเธอที่ไม่ได้ออกมาเล่าเรื่องด้วยตนเองอย่างเปิดเผยและต้องการจะปกปิดตัวตนของตนไว้ โดยเธอเล่าโดยกล่าวหาว่าเพื่อนรายนั้นถูกจัดแจงให้มีความสัมพันธ์ทางเพศกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์

เธอกล่าวว่าเพื่อนรายนี้ไปที่อะพาร์ตเมนต์ของเอปสตีนในย่านอัปเปอร์-อีสต์ไซด์ของมหานครนิวยอร์กเมื่อปี 2003 ณ ที่นั่นเพื่อนรายนี้ก็ถูกกำกับให้ไปยังห้องแห่งหนึ่งและมีความสัมพันธ์ทางเพศกับชายที่เจ้าตัวกล่าวว่าคือ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์

อย่างไรก็ตาม อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธมาเสมอว่าไม่ได้กระทำผิดใด ๆ

ฟิลลิปส์ยังกล่าวกับรายการบีบีซีนิวส์ไนท์ว่าภายหลังเธอยังได้ถามกับเอปสตีนว่าเหตุใดเขาจึงต้องจัดแจงให้เพื่อนของเธอมีความสัมพันธ์ทางเพศกับอดีตเจ้าชายแอนดรูว์ เธอกล่าวว่า เอปสตีนแสยะยิ้มแล้วตอบว่า "ผมชอบมีอะไรไว้ต่อรองคน"

"เขาชอบดูเงาความกลัวในแววตาคน" เธอกล่าวถึงการล่วงละเมิดหลากหลายครั้งของเอปสตีน "ฉันคิดว่าเขาชอบยามเมื่อเราตื่นกลัวจนตัวแข็งทำอะไรไม่ถูก ฉันว่ามันเร้าอารมณ์เขา"

ฟิลลิปส์กล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการนิวส์ไนท์ เธอได้เรียกร้องไปถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจของสหราชอาณาจักรให้มาสอบปากคำเธอถึงข้อกล่าวหาที่ว่าเพือนของเธอถูกล่วงละเมิดโดยมีอดีตเจ้าชายแอนดรูว์มาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ อดีตเจ้าชายแอนดรูว์ถูกจับกุมเมื่อ ก.พ. ที่ผ่านมาจากข้อสงสัยว่าประพฤติมิชอบในหน้าที่ การดำเนินคดีดังกล่าวมาจากข้อกล่าวหาว่าเขาลักลอบส่งต่อข้อมูลลับและมีความอ่อนไหวต่อเอปสตีนขณะที่เขาดำรงตำแหน่งทูตการค้าของสหราชอาณาจักร

เหล่าผู้รอดชีวิตที่พูดคุยกับรายการบีบีซีนิวส์ไนท์กล่าวว่าพวกเธอไม่เชื่อว่าเอปสตีนปลิดชีวิตตนเอง

"เรารู้จักเขา รู้ว่าเขาเป็นคนอย่างไร" ฟิลลิปส์กล่าว

เอปสตีนถูกพบว่าเสียชีวิตในห้องขังเดี่ยวของตนเองเมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2019 ขณะที่กำลังถูกคุมตัวในเรือนจำกลางนครนิวยอร์กด้วยข้อหาค้ามนุษย์เพื่อประโยชน์ทางเพศและสมคบคิดโดยเสียชีวิตก่อนเข้าสู่กระบวนการศาล

ผู้ตรวจสอบทางการแพทย์ของรัฐนิวยอร์กชี้ว่าการเสียชีวิตดังกล่าวมาจากการฆ่าตัวตาย

"ฉันยิ้มแบบเดิมไม่ได้อีกเลย" แผลที่หลงเหลือจากเอปสตีน

เจนา ลิซา โจนส์และเวนดี พีซองท์ ต่างก็พบเอปสตีนระหว่างที่พวกเธออายุเพียง 14 ปี ทั้งสองคนเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ขณะนั้นและยังคงมิตรภาพเรื่อยมานานหลายปี หลังจากรอดมาได้จากการล่วงละเมิดทางเพศจากเอปสตีน

"เมื่อคุณต้องผ่านอะไรแบบนี้ขณะที่ยังอายุน้อยนัก มันเหมือนกับว่าโลกแห่งความจริงของคุณถูกทำให้บิดเบี้ยวมานาน" พีซองท์กล่าว " คุณไม่ควรคิดแบบพนักงานบริการทางเพศในตอนที่มีอายุเพียง 14 ปี"

ช่วงหนึ่งของการสัมภาษณ์ ผู้รอดชีวิตทั้งห้ารายได้รับภาพของตนในขณะที่มีอายุเท่ากับเมื่อแรกพบกับเอปสตีน

"ฉันยิ้มแบบเดิมไม่ได้อีกเลย" ฮาร์ริสันกล่าวขณะจ้องมองดูรูปภาพขณะเธออายุ 18 ปี

ฟิลลิปส์มองที่ภาพของตนเองในชุดเข้ารูปสีชมพูอ่อนบนเรือก่อนตระหนักว่าเกาะเบื้องหลังคือเกาะของเอปสตีน

"ขณะนั้นฉันเพียงมีความสุขกับชีวิต ไม่รู้เลยว่าชีวิตกำลังจะต้องพบกับอะไร" เธอกล่าวถึงตนเองในภาพนั้น "นี่ไม่ใช่สภาพของฉันหลังจากออกมาจากเกาะนั่น"