You’re viewing a text-only version of this website that uses less data. View the main version of the website including all images and videos.
เช็กสิทธิเลือกตั้ง ลงประชามติ 2569 แจ้งสิทธิไม่ไปเลือกตั้งอย่างไร หากไม่ไปใช้สิทธิ ผลที่ตามมาคืออะไร
นับจากนี้อีกไม่ถึงสัปดาห์ คนไทยที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ผู้มีสิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จะได้กำหนดอนาคตผู้บริหารประเทศชุดใหม่ และเปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 หรือไม่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประชาชนส่วนใหญ่จะเห็นชอบในการประชามติครั้งนี้แล้ว ยังคงต้องผ่านอีกหลายด่าน
ในวันเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งตรงกับวันที่ 8 ก.พ. คือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเข้าคูหาเพื่อเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ โดยจะได้รับบัตรทั้งหมด 3 ใบ ประกอบด้วย บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) 2 ใบ แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง - บัญชีรายชื่อ และอีกใบคือ บัตรออกเสียงประชามติ
ต่อไปนี้คือวิธีการเตรียมตัวและขั้นตอนการใช้สิทธิต่าง ๆ ที่มีผู้สิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติควรรู้
คุณสมบัติของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติเป็นอย่างไร
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ คือผู้ที่มีคุณสมบัติดังนี้
- สัญชาติไทย หรือได้สัญชาติไทยมาไม่น้อยกว่า 5 ปี
- อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
- มีชื่อในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
ส่วนบุคคลต้องห้ามที่ไม่สามารถใช้สิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติได้ อาทิ
- ภิกษุ สามเณร หรือนักบวช
- ผู้ถูกเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง
- ผู้ที่ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
- ผู้วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน
อ่านรายงานอื่น ๆ เกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2569
เตรียมตัวก่อนเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติอย่างไร
ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งและตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติได้ ที่เว็บไซต์ของสำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง
โดยจะมีตัวเลือกให้ตรวจสอบสองส่วนคือ "ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง" กับ "ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ" โดยเมื่อคลิกเข้าไปแล้ว ผู้ที่ต้องการตรวจสอบให้กรอกข้อมูลเลขบัตรประจำตัวประชาชน 13 หลัก เพื่อค้นหาข้อมูลเขตออกเสียง, หน่วยออกเสียง, สถานที่ออกเสียง และลำดับที่บัญชีรายชื่อของผู้ออกเสียงเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขต และลงทะเบียนใช้สิทธิออกเสียงประชามตินอกเขต ข้อมูลจะปรากฏเช่นเดียวกันกับด้านล่าง
ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้สมัคร สส. และข้อมูลพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ด้วยการคลิกตามหัวข้อด้านล่าง
หากคุณไม่สามารถไปใช้สิทธิเลือกตั้ง สส. ได้ คุณจะต้อง "แจ้งเหตุจำเป็นที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง" เพื่อรักษาสิทธิทางการเมืองของตัวเอง ซึ่งกฎหมายกำหนดให้สามารถแจ้งสิทธิได้ 7 วันก่อนวันเลือกตั้ง และ 7 วันนับจากวันเลือกตั้ง โดยสามารถแจ้งเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ทางอิเล็กทรอนิกส์
และหากคุณไม่สามารถไปออกเสียงประชามติได้ คุณก็ต้อง "แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิ" สำหรับการออกเสียงประชามติแยกกันด้วย ซึ่งสามารถแจ้งได้ตั้งแต่หลังประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ จนถึงก่อนวันออกเสียง หรือภายใน 7 วันนับแต่วันออกเสียง โดยสามารถแจ้งเหตุจำเป็นไม่อาจไปใช้สิทธิออกเสียงประชามติ ทางอิเล็กทรอนิกส์
ส่วนผลที่ตามมาหากไม่ได้ไปใช้สิทธิทั้งการ "เลือกตั้ง สส." และการ "ออกเสียงประชามติ" คือ การเสียสิทธิทางการเมืองต่าง ๆ ในการเลือกตั้ง สส. และการออกเสียงประชามติ เป็นเวลา 2 ปี
วันเลือกตั้ง 8 ก.พ. ต้องเตรียมตัวและทำอะไรบ้าง
วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 คูหาเลือกตั้งจะเปิดให้ผู้ใช้สิทธิ ตั้งแต่เวลา 8.00 – 17.00 น. โดยเตรียมหลักฐานแสดงตน เช่น
- บัตรประจำตัวประชาชน (หมดอายุก็ใช้ได้)
- บัตร/หลักฐานอื่นของราชการที่มีรูปถ่ายและเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก (ที่ยังไม่หมดอายุ)
- แอปพลิเคชัน ได้แก่ ThaID (บัตรประจำตัวประชาชนอิเล็กทรอนิกส์), DLT QR LICENCE (ใบอนุญาตขับขี่อิเล็กทรอนิกส์), PWD (แอปพลิเคชันบัตรคนพิการ)
และเมื่อเดินทางไปถึงหน่วยเลือกตั้งแล้ว จะมีขั้นตอนต่าง ๆ คือ
- ตรวจสอบรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส. และออกเสียงประชามติที่หน้าหน่วย
- แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งต่อกรรมการประจำหน่วย โดย "ยื่นหลักฐานแสดงตน" และ "แจ้งลำดับที่" ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สส.
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง สส. และรับบัตรเลือกตั้ง สส. 2 ใบ (สีเขียว และสีชมพู)
- เข้าคูหา กาเครื่องหมายลงคะแนน พับบัตรเลือกตั้ง สส. ตามรอยพับ และหย่อนบัตรลงหีบบัตรเลือกตั้งแต่ละประเภทให้ถูกต้อง
- เดินไป "แสดงตนออกเสียงประชามติ" โดยยื่นหลักฐานแสดงตนที่จุดถัดไปในที่เลือกตั้งเดียวกัน
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ
- แสดงตนขอใช้สิทธิเลือกตั้งต่อกรรมการประจำหน่วย โดย "ยื่นหลักฐานแสดงตน" และ "แจ้งลำดับที่" ตามบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติ
- ลงลายมือชื่อที่ต้นขั้วบัตรออกเสียงประชามติ และรับบัตรออกเสียงประชามติ 1 ใบ (สีเหลือง)
- เข้าคูหาและเลือกลงคะแนนในช่อง "เห็นชอบ" หรือ "ไม่เห็นชอบ" หรือ "ไม่แสดงความคิดเห็น" โดยเลือกเฉพาะช่องใดช่องหนึ่ง
- พับบัตรตามรอยพับ และนำบัตรไปหย่อนลงในหีบบัตรออกเสียงประชามติ
ข้อห้ามในการเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ
กฎหมายเลือกตั้งกำหนดข้อห้ามต่าง ๆ ที่ผู้มีสิทธิต้องระวัง อาทิ
- ห้ามรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดเพื่อลงคะแนนหรืองดเว้นไม่ลงคะแนน โดยสำหรับการเลือกตั้ง สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี ส่วนสำหรับการประชามติ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ห้ามเล่นพนันขันต่อใด ๆ เกี่ยวกับผลการเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้เล่นมีกําหนด 10 ปีและเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้จัดให้มีการเล่น
- ห้ามลงคะแนนเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติโดยที่รู้อยู่แล้วว่าไม่มีสิทธิ หรือด้วยการแสดงหลักฐานที่ไม่ใช่ของตัวเอง สำหรับประชามติ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ห้ามจงใจทำให้บัตรเลือกตั้งชำรุด เสียหาย หรือทำให้บัตรเสีย และในทางกลับกันก็ห้ามทำให้บัตรเสียกลายเป็นบัตรที่ใช้ได้ หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี
- ห้ามถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียงประชามติที่ลงคะแนนเลือกแล้ว โดยสำหรับการเลือก สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ สำหรับการประชามติมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีหรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ห้ามนำบัตรเลือกตั้ง/บัตรออกเสียงประชามติ ออกไปจากที่เลือกตั้ง/ที่ออกเสียงประชามติ โดยสำหรับการเลือกตั้ง สส. หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกตั้งแต่ 1-5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกําหนด 10 ปี สำหรับการประชามติมีโทษจำคุกไม่เกิน5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
- ห้ามขัดขวาง หน่วงเหนี่ยวไม่ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติไปลงคะแนนได้ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 10 ปี
- ห้ามก่อความวุ่นวายขึ้นในที่ออกเสียงประชามติ หรือกระทำการใดอันเป็นการรบกวนหรือเป็นอุปสรรค แก่การออกเสียง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
- ห้ามหาเสียงเลือกตั้งแก่ผู้สมัครหรือพรรคการเมือง นับตั้งแต่เวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนสิ้นสุดวันเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษจําคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
- ห้ามขาย แจก หรือจัดเลี้ยงสุราทุกชนิดในเขตเลือกตั้ง/เขตออกเสียงประชามติ ในระหว่างเวลา 18:00 น. ของวันก่อนวันเลือกตั้ง 1 วันจนถึงเวลา 18:00 น. ของวันเลือกตั้ง/วันออกเสียง หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ไม่ไปเลือกตั้ง/ออกเสียงประชามติ เสียสิทธิอะไรบ้าง ?
การไม่ไปเลือกตั้ง สส. หรือไม่ไปออกเสียงประชามติโดยไม่แจ้งเหตุที่ไม่อาจไปเลือกตั้ง/ออกเสียง ได้ จะทำให้คุณถูกจำกัดสิทธิต่าง ๆ เป็นระยะเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ไม่ได้ไปใช้สิทธิ ดังนี้
- สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา
- สมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายว่าด้วยลักษณะการปกครองท้องที่
- ดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการการเมือง และข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมืองตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการรัฐสภา
- ดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยผู้ที่ไม่ไปเลือกตั้ง สส. ยังจะถูกจำกัดสิทธิมากกว่าผู้ที่ไม่ไปออกเสียงประชามติอยู่เรื่องหนึ่งคือ จะไม่สามารถยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ด้วย
หมายเหตุ: บทความนี้รวบรวมข้อมูลจาก "คู่มือประชาชน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป (กรณียุบสภา) วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569" และ "คู่มือประชาชน การออกเสียงประชามติ วันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569" และข้อมูลอื่น ๆ บนเว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)