"มีผู้ชายเข้ามาหาฉันต่อหน้าและคุกคามฉัน" หญิงชาวเวลส์เล่าประสบการณ์ถูกแอบอ้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ลวงสร้างสัมพันธ์ชู้สาว

A woman sits facing the camera. She has lomng brown hair and tanned white skin. She is wearing a navy shirt with whiet stripes and sitting in front of a window with grass seen blurred in teh background.
คำบรรยายภาพ, บัญชีปลอมที่แอบอ้างเป็นซาชา‑เจย์มีผู้ติดตาม 81,000 คนบนติ๊กตอก (TikTok) และ 22,000 คนบนอินสตาแกรม (Instagram)
    • Author, เเลรี กริฟฟิธส์
    • Role, บีบีซี เวลส์
  • เวลาอ่าน: 14 นาที

เมื่อใดก็ตามที่มีใครมองหน้า ซาชา-เจย์ เดวีส์ ขณะอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอจะเกิดอาการตื่นตระหนก คิดว่าคนเหล่านั้นจำหน้าเธอได้และกำลังจะเข้ามาต่อว่า

ตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมา เธอถูกกล่าวหาว่าหลอกล่อผู้ชาย นัดพบแล้วไม่ไปตามนัด และถูกคนแปลกหน้าเข้ามาคุกคาม

ที่มาที่ไปของเรื่องราวนี้เกิดจากการที่ภาพถ่ายของซาชา-เจย์ถูกขโมยจากบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ และถูกผู้อื่นนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชาย และสร้างมิตรภาพกับผู้หญิงคนอื่น ๆ

ตำรวจภูมิภาคเซาท์เวลส์กำลังสอบสวนเรื่องนี้ ขณะที่ยาอีร์ โคเฮน ทนายความด้านความปลอดภัยออนไลน์ ระบุว่า ผู้ที่ทำการแอบอ้างหรือปลอมตัวตนในลักษณะนี้หรือที่รู้จักว่า "แคทฟิชชิ่ง"(catfish) มักทำไปเพราะ "ขาดความมั่นใจในตนเอง" และรู้สึกมีอำนาจจากการกระทำดังกล่าว

"มีผู้ชายเข้ามาหาฉันต่อหน้า คุกคามฉัน และกล่าวหาว่าฉันส่งข้อความหาพวกเขา ว่าฉันหลอกให้เขาคิดไปเอง หรือวางแผนนัดเจอกัน ทั้งที่ฉันไม่เคยมีบทสนทนาเหล่านั้นเลย" ซาชา-เจย์ วัย 19 ปี กล่าว

"เมื่อก่อนฉันออกไปข้างนอกบ่อยมาก แต่ตอนนี้แทบไม่ออกไปไหนเลย เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาหาฉันอีก"

"มันแย่มาก ฉันไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร แม้แต่คนที่ฉันไม่ชอบก็ตาม"

จนถึงตอนนี้ ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอต่างก็มีท่าทีดีขึ้นเมื่อเธออธิบายสถานการณ์ให้ฟัง แต่เธอยังคงกังวลว่าอาจเกิดอะไรขึ้นมาได้ พร้อมกล่าวว่า "การที่ต้องถูกคนมาต่อว่าในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำนั้นน่ากลัวมาก แถมยังต้องมารับรู้ว่ามีคนเอาใบหน้าของคุณไปใช้เพื่อหลอกล่อคนอื่นอีก"

คำบรรยายวิดีโอ, ซาชา‑เจย์ เดวีส์ระบุว่า ตัวตนของเธอถูกขโมยไปเพื่อหลอกลวงผู้ชาย

ซาชา-เจย์ จากเมืองแอเบอร์แดร์ รอนดา คีนัน แทฟ กล่าวว่า มีผู้ชายราว 20 คนและผู้หญิงอีกหลายคนติดต่อเธอทางโซเชียลมีเดีย เพราะคิดว่าพวกเขารู้จักเธอ

แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้นคือ เธอไม่ได้ถูกขโมยแค่รูปถ่าย

ในบัญชีแอบอ้างยังมีการโพสต์ถึงพ่อผู้ล่วงลับของเธอโดยเสียหาย รวมถึงโพสต์ใบรับรองมะเร็งตับอ่อนปลอม และยังมีการแบ่งปันโพสต์ที่มีถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ "ภาพลักษณ์และชื่อเสียง" ของเธอด้วย

นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ภาพร่างกายของผู้หญิงคนอื่นที่มีรูปร่างคล้ายกับซาชา‑เจย์ ทำให้มีความคิดเห็นจากผู้ชายซึ่งความเห็นเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึก "ไม่สบายใจมาก" และรู้สึกว่า "ถูกล่วงละเมิด"

"ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงได้จงใจและร้ายกาจถึงเพียงนี้" เธอกล่าว

"พวกเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉันจริง ๆ"

Seven A4 print outs of screenshots of the Sophie Kadare fake accouts laid out on a table. The main image in the middle shows the instagram account, which has 22k followers and eight posts, filled with Sasha's images.
คำบรรยายภาพ, ผู้แอบอ้างเปลี่ยนชื่อผู้ใช้งานที่เชื่อมกับบัญชีอินสตาแกรมปลอมอยู่ตลอดเวลา ซึ่งมีผู้ติดตามมากกว่า 20,000 คน ก่อนที่แพลตฟอร์มจะปิดบัญชีดังกล่าวลง

อะไรคือการแอบอ้างตัวตน หรือ แคทฟิชชิ่ง (catfishing)

การแอบอ้างหรือการปลอมแปลงตัวตนแบบแคทฟิชชิ่ง (catfishing) คือการที่ใครสักคนสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ โดยมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่น

การกระทำดังกล่าวอาจมีเหตุผลหลากหลาย เช่น หลอกเอาเงิน เริ่มความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือทำไปเพื่อความพอใจส่วนตัว

ผู้ที่แอบอ้างตัวตนมักใช้ภาพถ่ายที่ขโมยมา โกหกเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจถูกจับได้ เช่น การวิดีโอคอล

ในปี 2022 ซาชา‑เจย์รู้ว่ามีบัญชีปลอมเป็นครั้งแรก ขณะนั้นเธออายุ 16 ปี และเพิ่งเริ่มเข้าเรียนในวิทยาลัยหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียน

เธอกล่าวว่า เธอพบว่ามีคนใช้ภาพถ่ายของเธอบนแอปพลิเคชันติ๊กตอก (Tiktok)

เนื่องจากโปรไฟล์ปลอมดังกล่าวเปิดเป็นสาธารณะและมีการโพสต์เนื้อหาใหม่ทุกวัน จึงทำให้บัญชีปลอมนั้นมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ซาชา‑เจย์รายงานเหตุการณ์ให้ตำรวจทราบ แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก

"ฉันก็คิดว่า 'โอเค หวังว่าพวกเขาจะเบื่อและไปทำแบบนี้กับคนอื่นแทน'" เธอกล่าว

ไม่นานต่อมา ภาพถ่ายของเธอก็เริ่มปรากฏบนแอปฯ หาคู่และอินสตาแกรม และมีการสร้างบัญชีปลอมโดยใช้รูปของเพื่อนเธอร่วมด้วย เพื่อ "ทำให้ทุกอย่างดูน่าเชื่อถือมากขึ้น"

แม้เธอจะตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเองให้เป็นส่วนตัวมานาน 18 เดือนแล้ว ซาชา‑เจย์กล่าวว่า ผู้แอบอ้างยังคงใช้รูปถ่ายเก่าและภาพที่ถูกแก้ไขด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ต่อไป

A screenshot of a social media chat talking about buying Bruno Mars tickets

ที่มาของภาพ, Mark

คำบรรยายภาพ, มาร์กเคยคุยกับโซฟี คาดาเร ถึงศิลปินที่ชื่นชอบ และรู้สึกช็อกเมื่อพบในภายหลังว่าโปรไฟล์นั้นเป็นของปลอม

ภาพถ่ายของซาชา‑เจย์ถูกนำไปใช้ในบัญชีที่ใช้ชื่อว่า โซฟี คาดาเร และหนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกคือ มาร์ก (นามสมมติ) วัย 22 ปี จากภูมิภาคเอสเซ็กซ์

เมื่อเดือน ธ.ค. เขาเริ่มส่งข้อความหา "โซฟี" บนอินสตาแกรมหลังจากเห็นวิดีโอของเธอบนติ๊กตอก

"เธอบอกว่าเป็นแฟนลิเวอร์พูล ก็เลยคิดว่าจะกดติดตามดู" มาร์กกล่าว

ตลอดประมาณหนึ่งเดือน ทั้งคู่ส่งข้อความคุยกันเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น ฟุตบอล ในแต่ละวันของพวกเขา และการท่องเที่ยว

ต่อมา ขณะเลื่อนดูติ๊กตอก มาร์กพบวิดีโอในบัญชีจริงของซาชา‑เจย์และพบว่าเธอมีแฟนหนุ่มแล้ว

"ตอนแรกผมรู้สึกช็อกเล็กน้อย" เขากล่าว "ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย"

มาร์กส่งข้อความแจ้งซาชา‑เจย์ แต่เมื่อเขาไปถาม "โซฟี" ถึงข้อเท็จจริง อีกฝ่ายกลับบล็อกเขา

"ผมคิดว่าเธอส่งข้อความหาผมเพราะต้องการความสนใจ" เขากล่าว

Sasha-Jay looking at the multiple A4 print outs of the fake accounts which are layed on her kitchen table. Her right hand is holding onto a pile of the images, while her left hand is touching one of the images on the table.
คำบรรยายภาพ, แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียและตำรวจไม่ดำเนินการใด ๆ ทำให้ซาชา‑เจย์ระบุว่าเธอต้องสืบหาความจริงด้วยตัวเอง

ซาชา‑เจย์สงสัยว่าคนที่ทำเรื่องนี้อาจเป็นคนที่เธอรู้จัก

เธอรายงานบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมเหล่านั้นหลายครั้ง แต่ระบุว่าผู้แอบอ้างมักบล็อกเพื่อนและครอบครัวของเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขารายงานบัญชีดังกล่าวเช่นกัน

สถานการณ์ยิ่งยากขึ้นเมื่อบัญชีปลอมมีผู้ติดตาม 81,000 คนบนติ๊กตอกและ 22,000 คนบนอินสตาแกรม

"พวกเขามีผู้ติดตามมากกว่าฉัน ก็เลยดูเหมือนเป็นตัวจริง" เธอกล่าว

ตอนแรกตำรวจบอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แต่หลังจากซาชา‑เจย์โพสต์เล่าเรื่องราวของเธอบนเฟซบุ๊กเมื่อไม่นานมานี้ เธอก็ได้รับหมายเลขคดี และตำรวจเริ่มสืบสวนแล้ว

เธอบอกว่าเธอรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล และอับอาย

"ตอนแรกฉันก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นอะไร แต่ตอนนั้นเรื่องมันยังไม่ใหญ่เท่าตอนนี้ บัญชีนี้เข้ามาครอบงำชีวิตฉันทั้งหมดจริง ๆ" ซาชา‑เจย์กล่าว

"เหมือนทุกคนคิดว่าฉันคือผู้หญิงชื่อโซฟี ฉันเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลย

"การได้เห็นใครบางคนนำตัวตนและภาพลักษณ์ของฉันไปใช้เป็นอาวุธ ทำให้ฉันบอบช้ำทางอารมณ์อย่างมาก"

Hen Howard is pictures from the shoulders up smiling at the camera. She is wearing a bright pink lipstick and has long dark hair.

ที่มาของภาพ, Hen Howard

คำบรรยายภาพ, เฮน ฮาเวิร์ดถูกขโมยรูปถ่าย "จำนวนมาก" จากบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ ซึ่งทำให้เธอรู้สึกว่าเธอถูก "ละเมิด"

รายการบีบีซีนิวส์บีท (BBC Newsbeat) ได้พูดคุยกับคนหนุ่มสาวอีกคนหนึ่งซึ่งมีประสบการณ์คล้ายกับซาชา‑เจย์

เฮน ฮาเวิร์ด ถูกขโมยรูปถ่าย "จำนวนมาก" จากบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ และถูกนำไปโพสต์ใน "เธรดย่อยต่าง ๆหลายเธรด"

เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฮาเวิร์ด วัย 25 ปี รู้สึกว่าเธอถูก "ละเมิด"

"ผู้คนก็แค่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าตาฉัน และเรื่องอื่น ๆ ทำนองนั้น" อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์กล่าว

"มันแสดงให้เห็นเลยว่าคนสามารถเอารูปคุณไปใช้ได้ง่ายแค่ไหน"

ฮาเวิร์ดกล่าวว่า เธอเข้าใจถึงความเสี่ยงของการมีบัญชีสาธารณะ แต่หลังจากประสบเหตุการณ์นี้ เธอก็ระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม

"ทุกวันนี้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าถ้าคุณโพสต์รูปแบบสาธารณะ ใครก็สามารถนำมันไปใช้ได้" เธอกล่าว

"ถ้าฉันตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว คนก็จะเข้าถึงรูปได้ยากขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นหลายครั้งมาก ฉันก็เลยรู้สึกว่า 'อะไรก็ช่างเถอะ' กับเรื่องนี้ไปแล้ว

"มันไม่ใช่เรื่องดี แต่ในท้ายที่สุด รูปเหล่านั้นก็อยู่ให้คนทั่วไปเห็นอยู่แล้ว ฉันแค่จะระวังมากขึ้นในการโพสต์สิ่งที่มีข้อมูลส่วนตัว เพราะไม่อยากให้มีใครเอาไปเจอ"

การแอบอ้างตัวตน (catfishing) ถือเป็นอาชญากรรมในสหราชอาณาจักรหรือไม่

เฮย์ลี ลาสกี แห่งศูนย์ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตแห่งสหราชอาณาจักร (UK Safer Internet Centre) ระบุว่า การแอบอ้างตัวตนและการหลอกลวงแบบแคทฟิชชิ่ง (catfishing) เป็นปัญหาสำคัญต่อความปลอดภัยทางออนไลน์

เธอยกตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น อาจมีการสร้างโปรไฟล์ด้วยเอไอ และอาจมีแก๊งหลอกลวงนำภาพปลอมไปใช้ในเชิงชู้สาวและกรรโชกด้วยสื่อทางเพศ (sextortion)

คดีที่รายงานต่อบริการสายด่วนเนื้อหาที่เป็นอันตราย (harmful content helpline service) ของศูนย์ฯ ในปี 2024 และ 2025 ราว 5% นั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างบัญชีแอบอ้างตัวตน

ลาสกีกล่าวว่า ในสหราชอาณาจักรการแอบอ้างตัวตนไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเสมอไป แต่พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายได้ เช่น หากผู้กระทำใช้ตัวตนปลอมเพื่อหลอกล่อเอาเงินหรือของขวัญ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือด้านการเงินก็อาจผิดกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.การฉ้อโกงแห่งสหราชอาณาจักร ปี 2006 (Fraud Act 2006)

เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ในทำนองเดียวกัน การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นบนโลกออนไลน์ก็อาจผิดกฎหมายได้ หากการกระทำนั้นสร้างความเสียหาย ความเสื่อมเสีย หรือความสูญเสียทางการเงินแก่บุคคลนั้น

ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยออนไลน์ปี 2023 (Online Safety Act 2023) ของสหราชอาณาจักร แพลตฟอร์มออนไลน์มีหน้าที่ต้องดำเนินการ หากการแอบอ้างนำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การขู่ทำร้าย หรือการฉ้อโกง

ลาสกีแนะนำว่า ผู้เสียหายควรรายงานบัญชีดังกล่าวผ่านเครื่องมือที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มก่อน และรอประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนยกระดับเรื่องไปยังสายด่วนของศูนย์ฯ

แต่เธอกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การป้องกันและการให้ความรู้" ซึ่งรวมถึงต้องจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวบนออนไลน์ ต้องใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน รวมถึงต้องระมัดระวังก่อนส่งเงินหรือส่งภาพส่วนตัวให้ผู้อื่น

A woman with brown hair and brown eyes looks away from the camera

ที่มาของภาพ, Netflix

คำบรรยายภาพ, กิรัต อัสซี ถูกหลอกแอบอ้างตัวตนเป็นเวลานานเกือบ 9 ปี โดยผู้ที่สวมรอยเป็น "บ็อบบี" แพทย์โรคหัวใจรูปหล่อ เธอได้เล่าเรื่องราวประสบการณ์ของเธอในสารคดีทางเน็ตฟลิกซ์

ยาอีร์ โคเฮน หนึ่งในทนายความอินเทอร์เน็ตคนแรกของสหราชอาณาจักร เคยเป็นตัวแทนของกิรัต อัสซี ในคดีแพ่งครั้งสำคัญเมื่อปี 2020 ซึ่งเธอฟ้องผู้แอบอ้างตัวตนของเธอในคดีที่ต่อมาได้รับการนำเสนอในสารคดีเรื่อง ฝันร้ายภัยนักตุ๋น (Sweet Bobby) ทางสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกซ์

โคเฮนกล่าวว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมแคทฟิชชิ่งมักรู้จักเหยื่อของพวกเขา และหลายคนมีความสุขกับ "ความไว้วางใจที่เหยื่อมอบให้พวกเขา" อันเป็นผลจากตัวตนปลอม

"พวกเขามักชอบที่จะมีอำนาจเหนือเหยื่อ ทั้งกลุ่มเหยื่อที่ถูกขโมยรูป และกลุ่มเหยื่อที่ถูกหลอกด้วยตัวตนปลอม" เขาอธิบาย

"พวกเขาไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับอะไร ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง"

"พวกเขากำลังยืมตัวตนของคนอื่นมาใช้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของตัวเอง และบางครั้งเพื่อให้ดูดีขึ้นในสายตาคนอื่นด้วย"

โคเฮนเสริมว่า เมื่อการหลอกลวงเริ่มต้นขึ้น ผู้กระทำมักจะหยุดได้ "ยากมาก ๆ"

"พวกเขาต้องเล่นบทนี้ต่อไปจนถึงตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมเกือบทุกครั้งเราจึงสามารถระบุตัวพวกเขาได้ เพราะพวกเขาจะทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะถูกจับได้" เขากล่าว

"พวกเขาไม่มีทางออกอื่นเลย"

สำหรับกรณีของซาชา‑เจย์ โคเฮนกล่าวว่า น่าจะ "แทบไม่มีความยุ่งยากใด ๆ" ในการตั้งข้อหาอาญาอย่างน้อยก็ในข้อหาคุกคาม โดยชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าว "ชัดเจนว่ามีเจตนาทำให้เธอตกใจและเกิดความเครียด"

ด้านตำรวจท้องที่ของซาชา‑เจย์ระบุว่า "ตำรวจเซาท์เวลส์กำลังสอบสวนคดีโจรกรรมตัวตนในพื้นที่เมาน์เทนแอช

"ผู้เสียหายได้รับการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะระหว่างการสอบสวน"

ส่วนผู้ให้บริการอินสตาแกรมระบุว่า ได้ลบบัญชีปลอมดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มแล้ว

ขณะที่ติ๊กตอก (TikTok) ยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวถูกลบเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากละเมิดแนวทางชุมชน ซึ่งห้ามการแอบอ้างตัวตนและสแปม รวมถึงเนื้อหาที่ "ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น"

A picture taken from behind Sasha-Jay's back howing her analysing the A4 printouts. Her dark brown hair can be seen hanging over her shoulder.
คำบรรยายภาพ, ซาชา‑เจย์ออกมาเล่าเรื่องของเธอด้วยความหวังว่าจะได้รับคำตอบ ขณะเดียวกันก็เพื่อเตือนผู้คนถึงอันตรายของโซเชียลมีเดีย

ซาชา‑เจย์กล่าวว่า เธอนำเรื่องราวของเธอออกมาเผยแพร่เพราะหวังว่าจะได้รับคำตอบ และขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้คนเพิ่มความระมัดระวังขณะใช้งานออนไลน์

"ฉันเคยคิดเสมอว่า 'มันคงไม่เกิดขึ้นกับฉันหรอก' แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นกับฉันแล้ว" เธอกล่าว

"โซเชียลมีเดียทรงพลังมาก แต่ยังไม่มีกลไกเพียงพอที่จะปกป้องผู้คนจากการแอบอ้างตัวตนระยะยาวและการโจมตีแบบตั้งใจเจาะจงเช่นนี้"

เธอต้องการให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ โดยเสริมว่า "โปรไฟล์ปลอมอาจดูไม่เป็นอันตรายสำหรับบางคน แต่สามารถทำลายชื่อเสียง ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตของคนได้"

ซาชา‑เจย์เรียกร้องให้ผู้คน "ระวังให้มากขึ้นว่ากำลังโต้ตอบกับใครทางออนไลน์" โดยแนะนำให้ผู้ใช้งานตั้งโปรไฟล์เป็นส่วนตัว ตรวจสอบบัญชีให้แน่ใจ รายงานบัญชีปลอมทันที และปกป้องข้อมูลส่วนตัว

"และที่สำคัญที่สุด ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ออนไลน์ มันลุกลามเข้ามาในชีวิตจริงได้ และสร้างความเสียหายในระดับลึกได้มาก" เธอกล่าว

"ไม่มีใครควรต้องต่อสู้เพื่อทวงคืนตัวตนของตนเอง หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยเพียงเพราะมีใครบางคนซ่อนอยู่หลังหน้าจอ"

กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีของรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียทั้งหมดจำเป็นต้องปกป้องผู้ใช้งาน

"การแอบอ้างตัวตน หรือ 'แคทฟิชชิ่ง' โดยปลอมเป็นผู้อื่นบนโลกออนไลน์ เป็นการล่วงละเมิดที่เลวร้าย และอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเหยื่อทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์" โฆษกกระทรวงกล่าว

"ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยออนไลน์แพลตฟอร์มที่อยู่ในขอบเขตกฎหมายทั้งหมด รวมถึงโซเชียลมีเดีย ต้องปกป้องผู้ใช้งานจากเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและพฤติกรรมอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการสื่อสารอันเป็นเท็จด้วย"

รายงานเพิ่มเติมโดย จาเร็ด เอวิตส์, BBC Newsbeat และ เกร็ก เดวีส์