"มีผู้ชายเข้ามาหาฉันต่อหน้าและคุกคามฉัน" หญิงชาวเวลส์เล่าประสบการณ์ถูกแอบอ้างตัวตนบนโลกออนไลน์ ลวงสร้างสัมพันธ์ชู้สาว

- Author, เเลรี กริฟฟิธส์
- Role, บีบีซี เวลส์
- เวลาอ่าน: 14 นาที
เมื่อใดก็ตามที่มีใครมองหน้า ซาชา-เจย์ เดวีส์ ขณะอยู่ในซูเปอร์มาร์เก็ต เธอจะเกิดอาการตื่นตระหนก คิดว่าคนเหล่านั้นจำหน้าเธอได้และกำลังจะเข้ามาต่อว่า
ตลอดเกือบสี่ปีที่ผ่านมา เธอถูกกล่าวหาว่าหลอกล่อผู้ชาย นัดพบแล้วไม่ไปตามนัด และถูกคนแปลกหน้าเข้ามาคุกคาม
ที่มาที่ไปของเรื่องราวนี้เกิดจากการที่ภาพถ่ายของซาชา-เจย์ถูกขโมยจากบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ และถูกผู้อื่นนำไปใช้สร้างความสัมพันธ์กับผู้ชาย และสร้างมิตรภาพกับผู้หญิงคนอื่น ๆ
ตำรวจภูมิภาคเซาท์เวลส์กำลังสอบสวนเรื่องนี้ ขณะที่ยาอีร์ โคเฮน ทนายความด้านความปลอดภัยออนไลน์ ระบุว่า ผู้ที่ทำการแอบอ้างหรือปลอมตัวตนในลักษณะนี้หรือที่รู้จักว่า "แคทฟิชชิ่ง"(catfish) มักทำไปเพราะ "ขาดความมั่นใจในตนเอง" และรู้สึกมีอำนาจจากการกระทำดังกล่าว
"มีผู้ชายเข้ามาหาฉันต่อหน้า คุกคามฉัน และกล่าวหาว่าฉันส่งข้อความหาพวกเขา ว่าฉันหลอกให้เขาคิดไปเอง หรือวางแผนนัดเจอกัน ทั้งที่ฉันไม่เคยมีบทสนทนาเหล่านั้นเลย" ซาชา-เจย์ วัย 19 ปี กล่าว
"เมื่อก่อนฉันออกไปข้างนอกบ่อยมาก แต่ตอนนี้แทบไม่ออกไปไหนเลย เพราะกลัวว่าจะมีผู้ชายคนไหนเข้ามาหาฉันอีก"
"มันแย่มาก ฉันไม่อยากให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับใคร แม้แต่คนที่ฉันไม่ชอบก็ตาม"
จนถึงตอนนี้ ผู้ชายที่เข้ามาหาเธอต่างก็มีท่าทีดีขึ้นเมื่อเธออธิบายสถานการณ์ให้ฟัง แต่เธอยังคงกังวลว่าอาจเกิดอะไรขึ้นมาได้ พร้อมกล่าวว่า "การที่ต้องถูกคนมาต่อว่าในสิ่งที่คุณไม่ได้ทำนั้นน่ากลัวมาก แถมยังต้องมารับรู้ว่ามีคนเอาใบหน้าของคุณไปใช้เพื่อหลอกล่อคนอื่นอีก"
ซาชา-เจย์ จากเมืองแอเบอร์แดร์ รอนดา คีนัน แทฟ กล่าวว่า มีผู้ชายราว 20 คนและผู้หญิงอีกหลายคนติดต่อเธอทางโซเชียลมีเดีย เพราะคิดว่าพวกเขารู้จักเธอ
แต่สิ่งที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่านั้นคือ เธอไม่ได้ถูกขโมยแค่รูปถ่าย
ในบัญชีแอบอ้างยังมีการโพสต์ถึงพ่อผู้ล่วงลับของเธอโดยเสียหาย รวมถึงโพสต์ใบรับรองมะเร็งตับอ่อนปลอม และยังมีการแบ่งปันโพสต์ที่มีถ้อยคำเหยียดเชื้อชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ "ภาพลักษณ์และชื่อเสียง" ของเธอด้วย
นอกจากนี้ ยังมีการโพสต์ภาพร่างกายของผู้หญิงคนอื่นที่มีรูปร่างคล้ายกับซาชา‑เจย์ ทำให้มีความคิดเห็นจากผู้ชายซึ่งความเห็นเหล่านั้นทำให้เธอรู้สึก "ไม่สบายใจมาก" และรู้สึกว่า "ถูกล่วงละเมิด"
"ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคนเราถึงได้จงใจและร้ายกาจถึงเพียงนี้" เธอกล่าว
"พวกเขารู้ทุกอย่างเกี่ยวกับฉันจริง ๆ"

อะไรคือการแอบอ้างตัวตน หรือ แคทฟิชชิ่ง (catfishing)
การแอบอ้างหรือการปลอมแปลงตัวตนแบบแคทฟิชชิ่ง (catfishing) คือการที่ใครสักคนสร้างตัวตนปลอมบนโลกออนไลน์ โดยมีเจตนาหลอกลวงผู้อื่น
การกระทำดังกล่าวอาจมีเหตุผลหลากหลาย เช่น หลอกเอาเงิน เริ่มความสัมพันธ์เชิงชู้สาว หรือทำไปเพื่อความพอใจส่วนตัว
ผู้ที่แอบอ้างตัวตนมักใช้ภาพถ่ายที่ขโมยมา โกหกเกี่ยวกับชีวิตของตัวเอง และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่อาจถูกจับได้ เช่น การวิดีโอคอล
ในปี 2022 ซาชา‑เจย์รู้ว่ามีบัญชีปลอมเป็นครั้งแรก ขณะนั้นเธออายุ 16 ปี และเพิ่งเริ่มเข้าเรียนในวิทยาลัยหลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียน
เธอกล่าวว่า เธอพบว่ามีคนใช้ภาพถ่ายของเธอบนแอปพลิเคชันติ๊กตอก (Tiktok)
เนื่องจากโปรไฟล์ปลอมดังกล่าวเปิดเป็นสาธารณะและมีการโพสต์เนื้อหาใหม่ทุกวัน จึงทำให้บัญชีปลอมนั้นมีผู้ติดตามเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ซาชา‑เจย์รายงานเหตุการณ์ให้ตำรวจทราบ แต่ได้รับแจ้งว่าไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก
"ฉันก็คิดว่า 'โอเค หวังว่าพวกเขาจะเบื่อและไปทำแบบนี้กับคนอื่นแทน'" เธอกล่าว
ไม่นานต่อมา ภาพถ่ายของเธอก็เริ่มปรากฏบนแอปฯ หาคู่และอินสตาแกรม และมีการสร้างบัญชีปลอมโดยใช้รูปของเพื่อนเธอร่วมด้วย เพื่อ "ทำให้ทุกอย่างดูน่าเชื่อถือมากขึ้น"
แม้เธอจะตั้งค่าบัญชีโซเชียลมีเดียของตัวเองให้เป็นส่วนตัวมานาน 18 เดือนแล้ว ซาชา‑เจย์กล่าวว่า ผู้แอบอ้างยังคงใช้รูปถ่ายเก่าและภาพที่ถูกแก้ไขด้วยปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอ (AI) ต่อไป

ที่มาของภาพ, Mark
ภาพถ่ายของซาชา‑เจย์ถูกนำไปใช้ในบัญชีที่ใช้ชื่อว่า โซฟี คาดาเร และหนึ่งในผู้ที่ถูกหลอกคือ มาร์ก (นามสมมติ) วัย 22 ปี จากภูมิภาคเอสเซ็กซ์
เมื่อเดือน ธ.ค. เขาเริ่มส่งข้อความหา "โซฟี" บนอินสตาแกรมหลังจากเห็นวิดีโอของเธอบนติ๊กตอก
"เธอบอกว่าเป็นแฟนลิเวอร์พูล ก็เลยคิดว่าจะกดติดตามดู" มาร์กกล่าว
ตลอดประมาณหนึ่งเดือน ทั้งคู่ส่งข้อความคุยกันเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เช่น ฟุตบอล ในแต่ละวันของพวกเขา และการท่องเที่ยว
ต่อมา ขณะเลื่อนดูติ๊กตอก มาร์กพบวิดีโอในบัญชีจริงของซาชา‑เจย์และพบว่าเธอมีแฟนหนุ่มแล้ว
"ตอนแรกผมรู้สึกช็อกเล็กน้อย" เขากล่าว "ผมไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย"
มาร์กส่งข้อความแจ้งซาชา‑เจย์ แต่เมื่อเขาไปถาม "โซฟี" ถึงข้อเท็จจริง อีกฝ่ายกลับบล็อกเขา
"ผมคิดว่าเธอส่งข้อความหาผมเพราะต้องการความสนใจ" เขากล่าว

ซาชา‑เจย์สงสัยว่าคนที่ทำเรื่องนี้อาจเป็นคนที่เธอรู้จัก
เธอรายงานบัญชีโซเชียลมีเดียปลอมเหล่านั้นหลายครั้ง แต่ระบุว่าผู้แอบอ้างมักบล็อกเพื่อนและครอบครัวของเธอ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขารายงานบัญชีดังกล่าวเช่นกัน
สถานการณ์ยิ่งยากขึ้นเมื่อบัญชีปลอมมีผู้ติดตาม 81,000 คนบนติ๊กตอกและ 22,000 คนบนอินสตาแกรม
"พวกเขามีผู้ติดตามมากกว่าฉัน ก็เลยดูเหมือนเป็นตัวจริง" เธอกล่าว
ตอนแรกตำรวจบอกว่าไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก แต่หลังจากซาชา‑เจย์โพสต์เล่าเรื่องราวของเธอบนเฟซบุ๊กเมื่อไม่นานมานี้ เธอก็ได้รับหมายเลขคดี และตำรวจเริ่มสืบสวนแล้ว
เธอบอกว่าเธอรู้สึกหวาดกลัว วิตกกังวล และอับอาย
"ตอนแรกฉันก็รู้สึกว่าไม่ค่อยเป็นอะไร แต่ตอนนั้นเรื่องมันยังไม่ใหญ่เท่าตอนนี้ บัญชีนี้เข้ามาครอบงำชีวิตฉันทั้งหมดจริง ๆ" ซาชา‑เจย์กล่าว
"เหมือนทุกคนคิดว่าฉันคือผู้หญิงชื่อโซฟี ฉันเป็นตัวของตัวเองไม่ได้เลย
"การได้เห็นใครบางคนนำตัวตนและภาพลักษณ์ของฉันไปใช้เป็นอาวุธ ทำให้ฉันบอบช้ำทางอารมณ์อย่างมาก"

ที่มาของภาพ, Hen Howard
รายการบีบีซีนิวส์บีท (BBC Newsbeat) ได้พูดคุยกับคนหนุ่มสาวอีกคนหนึ่งซึ่งมีประสบการณ์คล้ายกับซาชา‑เจย์
เฮน ฮาเวิร์ด ถูกขโมยรูปถ่าย "จำนวนมาก" จากบัญชีโซเชียลมีเดียของเธอ และถูกนำไปโพสต์ใน "เธรดย่อยต่าง ๆหลายเธรด"
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฮาเวิร์ด วัย 25 ปี รู้สึกว่าเธอถูก "ละเมิด"
"ผู้คนก็แค่เข้ามาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับหน้าตาฉัน และเรื่องอื่น ๆ ทำนองนั้น" อดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์กล่าว
"มันแสดงให้เห็นเลยว่าคนสามารถเอารูปคุณไปใช้ได้ง่ายแค่ไหน"
ฮาเวิร์ดกล่าวว่า เธอเข้าใจถึงความเสี่ยงของการมีบัญชีสาธารณะ แต่หลังจากประสบเหตุการณ์นี้ เธอก็ระมัดระวังมากขึ้นกว่าเดิม
"ทุกวันนี้มันก็ถือว่าเป็นเรื่องที่คาดเดาได้อยู่แล้วว่าถ้าคุณโพสต์รูปแบบสาธารณะ ใครก็สามารถนำมันไปใช้ได้" เธอกล่าว
"ถ้าฉันตั้งค่าบัญชีเป็นส่วนตัว คนก็จะเข้าถึงรูปได้ยากขึ้น แต่ในเมื่อมันเกิดขึ้นหลายครั้งมาก ฉันก็เลยรู้สึกว่า 'อะไรก็ช่างเถอะ' กับเรื่องนี้ไปแล้ว
"มันไม่ใช่เรื่องดี แต่ในท้ายที่สุด รูปเหล่านั้นก็อยู่ให้คนทั่วไปเห็นอยู่แล้ว ฉันแค่จะระวังมากขึ้นในการโพสต์สิ่งที่มีข้อมูลส่วนตัว เพราะไม่อยากให้มีใครเอาไปเจอ"
การแอบอ้างตัวตน (catfishing) ถือเป็นอาชญากรรมในสหราชอาณาจักรหรือไม่
เฮย์ลี ลาสกี แห่งศูนย์ความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตแห่งสหราชอาณาจักร (UK Safer Internet Centre) ระบุว่า การแอบอ้างตัวตนและการหลอกลวงแบบแคทฟิชชิ่ง (catfishing) เป็นปัญหาสำคัญต่อความปลอดภัยทางออนไลน์
เธอยกตัวอย่างเหตุการณ์ เช่น อาจมีการสร้างโปรไฟล์ด้วยเอไอ และอาจมีแก๊งหลอกลวงนำภาพปลอมไปใช้ในเชิงชู้สาวและกรรโชกด้วยสื่อทางเพศ (sextortion)
คดีที่รายงานต่อบริการสายด่วนเนื้อหาที่เป็นอันตราย (harmful content helpline service) ของศูนย์ฯ ในปี 2024 และ 2025 ราว 5% นั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างบัญชีแอบอ้างตัวตน
ลาสกีกล่าวว่า ในสหราชอาณาจักรการแอบอ้างตัวตนไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมายเสมอไป แต่พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ อาจเข้าข่ายทำผิดกฎหมายได้ เช่น หากผู้กระทำใช้ตัวตนปลอมเพื่อหลอกล่อเอาเงินหรือของขวัญ หรือก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือด้านการเงินก็อาจผิดกฎหมายภายใต้ พ.ร.บ.การฉ้อโกงแห่งสหราชอาณาจักร ปี 2006 (Fraud Act 2006)
เธอกล่าวเพิ่มเติมว่า ในทำนองเดียวกัน การแอบอ้างเป็นบุคคลอื่นบนโลกออนไลน์ก็อาจผิดกฎหมายได้ หากการกระทำนั้นสร้างความเสียหาย ความเสื่อมเสีย หรือความสูญเสียทางการเงินแก่บุคคลนั้น
ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยออนไลน์ปี 2023 (Online Safety Act 2023) ของสหราชอาณาจักร แพลตฟอร์มออนไลน์มีหน้าที่ต้องดำเนินการ หากการแอบอ้างนำไปสู่พฤติกรรมที่ผิดกฎหมาย เช่น การขู่ทำร้าย หรือการฉ้อโกง
ลาสกีแนะนำว่า ผู้เสียหายควรรายงานบัญชีดังกล่าวผ่านเครื่องมือที่มีอยู่บนแพลตฟอร์มก่อน และรอประมาณ 48 ชั่วโมง ก่อนยกระดับเรื่องไปยังสายด่วนของศูนย์ฯ
แต่เธอกล่าวว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือ "การป้องกันและการให้ความรู้" ซึ่งรวมถึงต้องจำกัดการเผยแพร่ข้อมูลส่วนตัวบนออนไลน์ ต้องใช้รหัสผ่านที่รัดกุมและการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน รวมถึงต้องระมัดระวังก่อนส่งเงินหรือส่งภาพส่วนตัวให้ผู้อื่น

ที่มาของภาพ, Netflix
ยาอีร์ โคเฮน หนึ่งในทนายความอินเทอร์เน็ตคนแรกของสหราชอาณาจักร เคยเป็นตัวแทนของกิรัต อัสซี ในคดีแพ่งครั้งสำคัญเมื่อปี 2020 ซึ่งเธอฟ้องผู้แอบอ้างตัวตนของเธอในคดีที่ต่อมาได้รับการนำเสนอในสารคดีเรื่อง ฝันร้ายภัยนักตุ๋น (Sweet Bobby) ทางสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกซ์
โคเฮนกล่าวว่า ผู้ที่มีพฤติกรรมแคทฟิชชิ่งมักรู้จักเหยื่อของพวกเขา และหลายคนมีความสุขกับ "ความไว้วางใจที่เหยื่อมอบให้พวกเขา" อันเป็นผลจากตัวตนปลอม
"พวกเขามักชอบที่จะมีอำนาจเหนือเหยื่อ ทั้งกลุ่มเหยื่อที่ถูกขโมยรูป และกลุ่มเหยื่อที่ถูกหลอกด้วยตัวตนปลอม" เขาอธิบาย
"พวกเขาไม่จำเป็นต้องเผชิญหน้ากับอะไร ไม่ต้องเป็นตัวของตัวเอง"
"พวกเขากำลังยืมตัวตนของคนอื่นมาใช้เพื่อเสริมภาพลักษณ์ของตัวเอง และบางครั้งเพื่อให้ดูดีขึ้นในสายตาคนอื่นด้วย"
โคเฮนเสริมว่า เมื่อการหลอกลวงเริ่มต้นขึ้น ผู้กระทำมักจะหยุดได้ "ยากมาก ๆ"
"พวกเขาต้องเล่นบทนี้ต่อไปจนถึงตอนสุดท้าย ซึ่งเป็นสาเหตุว่าทำไมเกือบทุกครั้งเราจึงสามารถระบุตัวพวกเขาได้ เพราะพวกเขาจะทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกว่าจะถูกจับได้" เขากล่าว
"พวกเขาไม่มีทางออกอื่นเลย"
สำหรับกรณีของซาชา‑เจย์ โคเฮนกล่าวว่า น่าจะ "แทบไม่มีความยุ่งยากใด ๆ" ในการตั้งข้อหาอาญาอย่างน้อยก็ในข้อหาคุกคาม โดยชี้ว่าพฤติกรรมดังกล่าว "ชัดเจนว่ามีเจตนาทำให้เธอตกใจและเกิดความเครียด"
ด้านตำรวจท้องที่ของซาชา‑เจย์ระบุว่า "ตำรวจเซาท์เวลส์กำลังสอบสวนคดีโจรกรรมตัวตนในพื้นที่เมาน์เทนแอช
"ผู้เสียหายได้รับการแจ้งความคืบหน้าเป็นระยะระหว่างการสอบสวน"
ส่วนผู้ให้บริการอินสตาแกรมระบุว่า ได้ลบบัญชีปลอมดังกล่าวออกจากแพลตฟอร์มแล้ว
ขณะที่ติ๊กตอก (TikTok) ยืนยันว่าบัญชีดังกล่าวถูกลบเป็นที่เรียบร้อยแล้วเนื่องจากละเมิดแนวทางชุมชน ซึ่งห้ามการแอบอ้างตัวตนและสแปม รวมถึงเนื้อหาที่ "ละเมิดสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น"

ซาชา‑เจย์กล่าวว่า เธอนำเรื่องราวของเธอออกมาเผยแพร่เพราะหวังว่าจะได้รับคำตอบ และขณะเดียวกันก็อยากให้ผู้คนเพิ่มความระมัดระวังขณะใช้งานออนไลน์
"ฉันเคยคิดเสมอว่า 'มันคงไม่เกิดขึ้นกับฉันหรอก' แต่ตอนนี้มันเกิดขึ้นกับฉันแล้ว" เธอกล่าว
"โซเชียลมีเดียทรงพลังมาก แต่ยังไม่มีกลไกเพียงพอที่จะปกป้องผู้คนจากการแอบอ้างตัวตนระยะยาวและการโจมตีแบบตั้งใจเจาะจงเช่นนี้"
เธอต้องการให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียกำหนดให้มีการยืนยันตัวตนของผู้ใช้ โดยเสริมว่า "โปรไฟล์ปลอมอาจดูไม่เป็นอันตรายสำหรับบางคน แต่สามารถทำลายชื่อเสียง ความสัมพันธ์ และสุขภาพจิตของคนได้"
ซาชา‑เจย์เรียกร้องให้ผู้คน "ระวังให้มากขึ้นว่ากำลังโต้ตอบกับใครทางออนไลน์" โดยแนะนำให้ผู้ใช้งานตั้งโปรไฟล์เป็นส่วนตัว ตรวจสอบบัญชีให้แน่ใจ รายงานบัญชีปลอมทันที และปกป้องข้อมูลส่วนตัว
"และที่สำคัญที่สุด ต้องเข้าใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นออนไลน์ไม่ได้หยุดอยู่แค่ออนไลน์ มันลุกลามเข้ามาในชีวิตจริงได้ และสร้างความเสียหายในระดับลึกได้มาก" เธอกล่าว
"ไม่มีใครควรต้องต่อสู้เพื่อทวงคืนตัวตนของตนเอง หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยเพียงเพราะมีใครบางคนซ่อนอยู่หลังหน้าจอ"
กระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยีของรัฐบาลสหราชอาณาจักรระบุว่า ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดียทั้งหมดจำเป็นต้องปกป้องผู้ใช้งาน
"การแอบอ้างตัวตน หรือ 'แคทฟิชชิ่ง' โดยปลอมเป็นผู้อื่นบนโลกออนไลน์ เป็นการล่วงละเมิดที่เลวร้าย และอาจสร้างผลกระทบรุนแรงต่อเหยื่อทั้งในโลกออนไลน์และออฟไลน์" โฆษกกระทรวงกล่าว
"ภายใต้ พ.ร.บ.ความปลอดภัยออนไลน์แพลตฟอร์มที่อยู่ในขอบเขตกฎหมายทั้งหมด รวมถึงโซเชียลมีเดีย ต้องปกป้องผู้ใช้งานจากเนื้อหาที่ผิดกฎหมายและพฤติกรรมอาชญากรรม ซึ่งรวมถึงการสื่อสารอันเป็นเท็จด้วย"
รายงานเพิ่มเติมโดย จาเร็ด เอวิตส์, BBC Newsbeat และ เกร็ก เดวีส์
































