อิสราเอลและอิหร่านโจมตีกันอีกครั้งเป็นวันที่สอง เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีนอกฝั่งโอมาน

ที่มาของภาพ, Reuters
หลังผู้นำสูงสุดของอิหร่านถูกสังหาร อิหร่านได้ทำการตอบโต้กลับทั้งต่ออิสราเอล และฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศอื่นในภูมิภาค ซึ่งต่อมาอิสราเอลระบุว่าประเทศได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับระบอบการปกครองของอิหร่านในกรุงเตหะรานแล้ว
อิรนา (Irna) สำนักข่าวของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า นักบินกองทัพอากาศอิหร่านประสบความสำเร็จในการทิ้งระเบิดฐานทัพสหรัฐฯ ในกลุ่มประเทศอ่าวเปอร์เซียและภูมิภาคเคอร์ดิสถานของอิรัก
โดยกองทัพของอิหร่านระบุด้วยว่า นักบินโจมตีฐานทัพสำเร็จในหลายช่วงและเสริมว่า "ศูนย์กลางทางทหารของศัตรู" ทั้งหมดในภูมิภาคนี้อยู่ในระยะทำการของเครื่องบินรบกองทัพอากาศของอิหร่าน
ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน กล่าวว่า การลอบสังหารคาเมเนอีเป็น "การเปิดสงครามต่อชาวมุสลิม โดยเฉพาะชาวชีอะห์ ในทุกมุมโลก"
เขากล่าวผ่านแถลงการณ์ที่เผยแพร่ในช่องเทเลแกรม (Telegram) อย่างเป็นทางการของรัฐบาลอิหร่านว่า อิหร่าน "ถือว่าการนองเลือดและการแก้แค้นต่อผู้กระทำและผู้ยุยงให้เกิดอาชญากรรมทางประวัติศาสตร์ครั้งนี้ เป็นหน้าที่และสิทธิอันชอบธรรม และจะทำทุกวิถีทางเพื่อปฏิบัติหน้าที่และความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ"
ขณะที่กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) ระบุว่า ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเป้าหมายที่เชื่อมโยงกับระบอบการปกครองของอิหร่านในกรุงเตหะรานแล้ว
โดยแถลงการณ์ของ IDF ระบุว่า "ตลอดวันที่ผ่านมา กองทัพอากาศอิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีขนาดใหญ่เพื่อสร้างความเหนือกว่าทางอากาศและปูทางไปสู่เตหะราน" และเสริมว่ากำลังโจมตีเป้าหมายบริเวณ "ใจกลางกรุงเตหะราน"
ขณะที่สื่ออิหร่านรายงานว่ามีเสียงระเบิดดังขึ้นอีกระลอกอย่างต่อเนื่องในกรุงเตหะราน และสำนักข่าวอิรนาของรัฐบาลอิหร่านยังอ้างข้อมูลของสมาคมกาชาดประจำกรุงเตหะรานว่า กรุงเตหะรานถูกโจมตีทั้งหมด 60 ครั้ง ภายในเวลา 24 ชั่วโมง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 57 คน

ที่มาของภาพ, Reuters
สรุปความเคลื่อนไหวหลังผู้นำสูงสุดอิหร่านถูกสังหาร

ที่มาของภาพ, EPA/SHUTTERSTOCK
ในย่านที่อยู่อาศัยใจกลางกรุงเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ผลกระทบจากการที่ขีปนาวุธของอิหร่านตกใส่ก็ปรากฎให้เห็นชัด โดยเหตุการณ์นี้ทำให้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตรายแรกในอิสราเอลจากสงครามครั้งนี้
อาคารอพาร์ตเมนต์ที่เธออาศัยอยู่ถูกทำลายราบเป็นหน้าดิน รถแทรกเตอร์เกลี่ยดินกำลังทำงานเพื่อจัดการกับซากปรักหักพัง
ระหว่างทางที่ผู้สื่อข่าวบีบีซีขับรถมาที่เกิดเหตุนี้ พวกเขาเห็นระเบิดอยู่เหนือศีรษะโดยตรง ขณะที่ระบบสกัดกั้นขีปนาวุธของอิสราเอลกำลังยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านเพิ่มเติม
ระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิสราเอลยิงสกัดขีปนาวุธของอิหร่านได้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่บางส่วนก็ยังสามารถทะลุผ่านเข้ามาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อถูกกระหน่ำยิงอย่างหนัก
อิหร่านได้กลับมาโจมตีทางอากาศต่อประเทศในอ่าวอาหรับอีกครั้ง โดยยังคงมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วภูมิภาค ผู้สื่อข่าวบีบีซีได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในเช้าวันนี้ (1 มี.ค.) ที่กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และเห็นกลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นมาจากบริเวณเมือง
ในการแถลงข่าวเมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืน เจ้าหน้าที่ประเทศกาตาร์กล่าวว่าอิหร่านได้ยิงขีปนาวุธ 65 ลูกและโดรน 12 ลำเข้ามาเมื่อวานนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ถูกสกัดกั้นได้ แต่สะเก็ดที่ตกลงมาก็สร้างความเสียหายได้บางส่วนและส่งผลให้มีผู้ได้บาดเจ็บ 8 คน
นอกจากนี้ยังมีเสียงระเบิดดังขึ้นในดูไบ และกรุงมานามา เมืองหลวงของบาห์เรน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และสำนักข่าวของรัฐโอมานรายงานว่ามีการโจมตีด้วยโดรนที่ท่าเรือพาณิชย์ในประเทศด้วย โดยโอมานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยที่สำคัญในการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมานานหลายปี และเคยถูกละเว้นจากการโจมตีของอิหร่านมาจนกระทั่งถึงตอนนี้
เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่าน 30 คนเสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศ จากการรายงานของสื่ออิสราเอล

ที่มาของภาพ, ISNA/WANA/REUTERS
สถานีโทรทัศน์ช่อง 12 ของอิสราเอลรายงานว่าเมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) กองทัพอากาศอิสราเอลได้สังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิหร่านไปทั้งหมด 30 คน ซึ่งในจำนวนนั้นรวมถึงผู้นำสูงสุดของอิหร่าน อาลี คาเมเนอี ด้วย "ภายในเวลาเพียงครึ่งนาทีในการโจมตีครั้งแรก" ต่อศัตรูที่ต่อสู้กันมายาวนาน
เว็บไซต์สำนักข่าวระบุด้วยว่า เจ้าหน้าที่ทางการเมืองและความมั่นคงของอิสราเอลเน้นย้ำว่า "เราเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น และเรายังมีปฏิบัติการอีกอย่างน้อย ๆ ในหลายวันข้างหน้า"
ต่อมาเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) มีพยานผู้เห็นเหตุการณ์สองคนจากพื้นที่ทางตะวันออกและตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงเตหะราน ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นในเมืองหลวงของอิหร่าน
แหล่งข่าวในทางตะวันออกของกรุงเตหะรานกล่าวว่า "การระเบิดรุนแรงกว่าเมื่อวานนี้" และเสริมว่า "ห้องของฉันสั่นสะเทือนไปทั้งห้อง"
สื่อของอิหร่านยังรายงานเกี่ยวกับการระเบิดในหลายพื้นที่ของกรุงเตหะรานด้วย

ที่มาของภาพ, AFP/GETTY IMAGES
ขณะที่สื่อรายอื่นของอิสราเอลเน้นย้ำถึงการวางแผนอย่างกว้างขวางและความร่วมมืออย่างแน่นแฟ้นระหว่างกองทัพอิสราเอลและสหรัฐฯ ในสงครามครั้งนี้ ตลอดจนความแม่นยำของข่าวกรอง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ด้านกลาโหม โยอาฟ ลิมอร์ เตือนในหนังสือพิมพ์อิสราเอล ฮายอม ว่าอาจเกิดช่องว่างขึ้นระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลในไม่ช้า
เขากล่าวว่า "อิสราเอลมีความอดทนและพร้อมที่จะทำสงครามนี้ต่อไปอีกหลายวันหรือหลายสัปดาห์ หรืออาจนานกว่านั้น แต่ไม่ชัดเจนว่าทรัมป์มีความอดทนและความเยือกเย็นในระดับเดียวกันหรือไม่"
นาฮุม บาร์เนีย นักข่าวอาวุโสกล่าวในเยดิโอธ อาห์โรนอธว่า "สำหรับอเมริกา นี่คือสงครามที่เลือกเอง แต่สำหรับอิสราเอล นี่คือสงครามที่จำเป็น"
ประเทศใดบ้างที่ถูกกระทบจากการโจมตีระลอกใหม่
บาเรนห์: สื่อของรัฐรายงานว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของบาห์เรนสามารถสกัดกั้นและทำลายขีปนาวุธและโดรนของอิหร่านระลอกล่าสุดได้สำเร็จ โดยเจ้าหน้าที่บอกกับสำนักข่าวบาห์เรนว่ามี "เศษซากอย่างจำกัด" ที่ตกใส่หลายพื้นที่
คูเวต: สื่อของรัฐในคูเวตรายงานเช่นกันว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของพวกเขาได้ขับไล่ "เป้าหมายทางอากาศของศัตรูได้จำนวนหนึ่ง" เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ โดยสื่อคูเวตยังอ้างการรายงานจากกระทรวงกลาโหมระบุว่า เป้าหมายเหล่านั้นถูกสกัดกั้นได้บริเวณตอนใต้ของประเทศและไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
กาตาร์: กระทรวงกลาโหมระบุว่าเครื่องบินรบและระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถตอบโต้โดรนและขีปนาวุธที่ยิงมาจากอิหร่านได้สำเร็จ จากการรายงานของสำนักข่าวของรัฐ
สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE): มีผู้หญิงหนึ่งคน และเด็กอีกหนึ่งคน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากเศษซากของโดรนที่ถูกสกัดซึ่งตกลงบนอาคารหลังหนึ่งในเอติฮัดทาวเวอร์ ตามการรายงานของสำนักงานสื่ออาบูดาบี

ขณะนี้สายการบินต่าง ๆ ยังคงยกเลิกและเปลี่ยนแปลงเที่ยวบินที่จะเข้ามาภายในและโดยรอบภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยมีการระงับทุกเที่ยวบินจากท่าอากาศยานนานาชาติดูไบ และท่าอากาศยานนานาชาติอาล มักตูม จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง
นอกจากนี้ มีรายงานเรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีนอกชายฝั่งของโอมาน ตามการรายงานจากสื่อของรัฐ โดยการโจมตีดังกล่าวส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บสี่คน
ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางทะเลในโอมานระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันที่ชื่อว่า "สกายไลท์" (Skylight) ซึ่งติดธงไปยังปาเลา ถูกโจมตีห่างจากท่าเรือคาซาบทางตอนเหนือของประเทศ ไปราว 5 ไมล์ (ราว 8 กม.) โดยโอมานรายงานว่ามีลูกเรือสี่คนได้รับบาดเจ็บ แต่ทั้งหมดถูกอพยพออกมาอย่างปลอดภัยแล้ว โดยลูกเรือที่อยู่บนเรือประกอบด้วยชาวอินเดีย 15 คน และชาวอิหร่าน 5 คน
สำนักข่าวโอมานยังรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวด้านความมั่นคงด้วยว่า ท่าเรือพาณิชย์ในเมืองดูคุมของโอมานยังถูกโดรนสองลำมุ่งโจมตี โดยมีคนงานหนึ่งคนได้รับบาดเจ็บเมื่อโดรนพุ่งชนที่พักพิงชั่วคราว ขณะที่เศษซากของโดรนอีกลำก็พุ่งตกลงใกล้กับถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง
ขณะที่ในไซปรัส ก่อนหน้านี้มีรายงานจากแหล่งข่าวด้านกลาโหมของสหราชอาณาจักร ระบุว่ามีขีปนาวุธ 2 ลำจากอิหร่านยิงเข้าไปยังไซปรัส ซึ่งมีฐานทัพของสหราชอาณาจักรตั้งอยู่ด้วย ทว่าโฆษกของรัฐบาลไซปรัสออกมาปฏิเสธในเวลาต่อมาว่าไม่มีขีปนาวุธใด ๆ ถูกยิงเข้าไปในประเทศ
กต.วางแผนอพยพคนไทย เผยแจ้งความประสงค์อพยพกลับไม่ถึง 50 คน
ด้านกระทรวงการต่างประเทศของไทย (กต.) โดยนายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา ระบุว่าขณะนี้กระทรวงได้ประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลต่าง ๆ ในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบในตะวันออกกลางเพื่อวางแผนช่วยเหลือและอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ โดยเท่าที่ได้รับรายงานพบว่า "คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ ปลอดภัยดีในขณะนี้"
อย่างไรก็ดี เขาระบุว่าภายหลังจากที่มีรายงานการเสียชีวิตของ อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำอิหร่าน สถานการณ์โดยรวมในพื้นที่ "ยังมีความอ่อนไหวสูง" และ "ยังน่าเป็นห่วง" จึงขอให้คนไทยที่อยู่ในต่างประเทศติดตามประกาศและคำเตือนของประเทศเจ้าบ้านที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
โดยกระทรวงการต่างประเทศได้จัดตั้งศูนย์ติดตามเพื่อประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางตั้งแต่เมื่อวานนี้ (28 ก.พ.) เพื่อติดตามประเมินสถานการณ์ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด และจัดตั้งศูนย์ประสานงาน 24 ชั่วโมงของกรมการกงสุลเพื่อให้ความช่วยเหลือเร่งด่วนกับคนไทย และมีการประกาศให้คนไทยหลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางหากไม่จำเป็นแล้ว
รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศเปิดเผยด้วยว่า ปัจจุบันมีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางประมาณ 110,000 คน โดยส่วนใหญ่อยู่ในอิสราเอล 65,000 คน รองลงมาคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) 20,163 คน ส่วนในอิหร่านมีคนไทยอยู่เพียง 250 คน ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลในแต่ละภูมิภาคได้ประกาศให้คนไทยในพื้นที่ติดตามข่าวสารต่าง ๆ จากทางการของประเทศนั้น ๆ และแนะนำให้คนไทยที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงเร่งเดินทางออกจากพื้นที่หรืออาจพิจารณาไปพักอาศัยในสถานที่หลบภัย
นายปาณิดล ยังกล่าวสรุปข้อมูลที่ได้รับจากสถานเอกอัครราชทูตในประเทศต่าง ๆ อาทิ
อิหร่าน: สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเตหะราน แจ้งว่ายังคงมีการโจมตีในพื้นที่ความมั่นคง ซึ่งสถานเอกอัครราชทูตก็อยู่ใกล้กับพื้นที่เป้าหมายการโจมตี โดยสถานการณ์ยังมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง ขณะนี้มีการเปิดให้คนไทยแจ้งความประสงค์จะเดินทางกลับไทยแล้ว ซึ่งมีการแจ้งความประสงค์มา 29 คน ทั้งนักศึกษาและแรงงาน
อิสราเอล: สถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟแจ้งว่า ขณะนี้ยังมีคนแจ้งความประสงค์กลับไทยไม่ถึง 20 คน โดยสนามบินอิสราเอลยังเปิดให้บริการปกติ และยังสามารถเดินทางข้ามแดนไปยังประเทศข้างเคียงได้อยู่
ประเทศอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ ประกอบด้วย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โอมาน บาห์เรน กาตาร์ คูเวต และจอร์แดน: สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่อยู่ระหว่างสำรวจเส้นทางอพยพและประสานกับสายการบินประเทศเจ้าบ้านในรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ ยังยืนยันว่า กต. จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยในวันพรุ่งนี้ (2 มี.ค.) จะมีการประชุมร่วมกับสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานการประชุมด้วยตนเองเพื่อประเมินผลกระทบต่อประเทศไทยในด้านต่าง ๆ และหารือแผนช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่โดยเร็ว ซึ่งจะคำนึงถึงการปิดน่านฟ้าในหลายประเทศด้วย































