สหรัฐฯ เตรียมเคลื่อนย้ายกำลังพลนาวิกโยธินอย่างน้อย 5,000 นาย และเรือรบไปยังตะวันออกกลางเพิ่มเติม

ที่มาของภาพ, EPA
- Author, เจมส์ แชตเตอร์
- เวลาอ่าน: 5 นาที
เจ้าหน้าที่สองนายยืนยันกับสถานีโทรทัศน์ช่องซีบีเอสนิวส์ซึ่งเป็นพันธมิตรของบีบีซีในสหรัฐอเมริกาว่า คาดว่านาวิกโยธินสหรัฐฯ และเรือรบจะถูกส่งไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม
เจ้าหน้าที่กล่าวว่ากำลังเสริมดังกล่าวจะมาจากกองกำลังสะเทินน้ำสะเทินบกที่พร้อมรบ และกองกำลังนาวิกโยธินเฉพาะกิจ โดยหนึ่งในเจ้าหน้าที่ระบุว่ากลุ่มดังกล่าวจะนำโดยเรือยูเอสเอส ทริโปลี (USS Tripoli) เรือยกพลขึ้นบกที่ประจำการอยู่ในญี่ปุ่น
หน่วยที่นำโดยเรือยูเอสเอส ทริโปลี โดยทั่วไปประกอบด้วยทหารเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 นาย กระจายอยู่บนเรือรบหลายลำ
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ทำลายโครงสร้างพื้นฐานทางทหารของอิหร่านบนเกาะคาร์กในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการขนส่งน้ำมันของโลก "จนสิ้นซาก"
การโจมตีตอบโต้ของอิหร่านที่มุ่งเป้าไปที่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบต่อศูนย์กลางการบินนานาชาติสำคัญหลายแห่ง และทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้น
เมื่อถูกถามว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ จะเริ่มคุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซเมื่อใด ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันศุกร์ว่า "จะเกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้"
วอลสตรีทเจอร์นัลเป็นสำนักข่าวแรกที่รายงานเรื่องการเคลื่อนย้ายกำลังพลของสหรัฐฯ
สื่อดังกล่าวรายงานด้วยว่าคำร้องขอกำลังเสริมมาจากกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นต์คอม (Centcom) ซึ่งเป็นหน่วยงานของกองทัพที่รับผิดชอบตะวันออกกลาง และได้รับการอนุมัติจากพีท เฮกเซธ รมว.กลาโหม
บีบีซีได้ติดต่อกองทัพสหรัฐฯ และกระทรวงกลาโหมเพื่อขอความเห็น แม้ว่าโดยปกติแล้วการเคลื่อนย้ายทหารในอนาคตจะไม่ประกาศยืนยันต่อสาธารณะ
สหรัฐฯ ยังย้ายระบบป้องกันขีปนาวุธบางส่วนที่ติดตั้งในเกาหลีใต้มายังตะวันออกกลาง จากข้อมูลจากที่สื่อวอชิงตันโพสต์ได้จากเจ้าหน้าที่และการรายงานของสื่อเกาหลีใต้

ที่มาของภาพ, Lockheed Martin
ในวันพุธที่ผ่านมา เมื่อถูกถามว่ารัฐบาลจีนมีความเห็นอย่างไรเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเคลื่อนย้ายระบบระบบป้องกันขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) จากเกาหลีใต้ไปภูมิภาคตะวันออกกลาง
กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน ย้ำว่า "จุดยืนของจีนที่คัดค้านการติดตั้งระบบขีปนาวุธ THAAD ของสหรัฐฯ ในสาธารณรัฐเกาหลี (ROK) นั้นไม่เปลี่ยนแปลง"
จีนเคยเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์เสียงดังที่สุดเมื่อมีการติดตั้ง THAAD ที่เกาหลีใต้ในปี 2017
ระบบขีปนาวุธนี้มีไว้เพื่อสกัดการโจมตีจากเกาหลีเหนือ แต่จีนแย้งว่าระบบดังกล่าวมีเรดาร์ที่ทรงพลังอย่างยิ่ง และสามารถสอดส่องลึกเข้าไปในดินแดนจีนได้ จึงอาจถูกใช้เพื่อตรวจจับการยิงขีปนาวุธของจีน ซึ่งกระทบต่อความสามารถในการยับยั้งของทางการจีน
อย่างไรก็ตาม ศ.จอห์น นิลสัน-ไรต์ จาก ม.แคมบริดจ์ บอกกับบีบีซีว่ารัฐบาลจีนอาจมองว่าสงครามในตะวันออกกลางเป็นสิ่งที่ "ทำให้สหรัฐฯ เบี่ยงความสนใจจากความพร้อมในอินโด-แปซิฟิก"
ส่วนเกาหลีเหนือยังไม่ได้ออกความเห็นต่อสาธารณะต่อเรื่องนี้ แต่ ศ.นิลสัน-ไรต์ กล่าวว่า คิม จอง อึน ไม่น่าจะ "ฉวยโอกาสจากการเปลี่ยนแปลงนี้" แม้ผู้สังเกตการณ์คนอื่น ๆ เชื่อว่ายังมีความเสี่ยงที่เขาอาจทดสอบความอดทนของเกาหลีใต้ด้วยการยั่วยุขนาดเล็ก
ด้าน ศ.ศาสตราจารย์เอียน ชอง แห่งมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ บอกสิ่งเหล่านี้นำไปสู่คำถามที่ใหญ่ที่สุด คือ "สงครามกับอิหร่านที่ยืดเยื้อ จะทำให้คลังขีปนาวุธของสหรัฐฯ ลดลง จนทำให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินในที่อื่น ๆ เป็นเรื่องยากหรือไม่"
ทรัมป์ระบุเมื่อก่อนหน้านี้ว่าอิหร่านจะถูกโจมตี "อย่างหนักมาก" ภายในสัปดาห์หน้า โดยเสริมว่าสงครามกับอิหร่านจะยุติลงเมื่อ "ผมรู้สึกมั่นใจว่าสิ่งนั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน"
เฮกเซธยังกล่าวด้วยว่ากองทัพสหรัฐฯ จะ "ไม่ปราณีศัตรูของเรา"
กระทรวงกลาโหมระบุในสัปดาห์นี้ว่าตลอดช่วงเวลา 2 สัปดาห์ของความขัดเแย้งครั้งนี้ ซึ่งเริ่มต้นเมื่อสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. และทำให้ผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต ทางสหรัฐฯ ได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่านไปแล้ว 6,000 จุด
โมจตาบา คาเมเนอี วัย 56 ปี ผู้นำสูงสุดคนใหม่ของอิหร่านและเป็นบุตรชายของผู้นำคนก่อน ระบุในการแถลงการณ์ต่อสาธารณะครั้งแรกเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าเตหะรานจะยังคงปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซต่อไป
ในถ้อยแถลงที่อ่านโดยผู้ประกาศข่าวทางโทรทัศน์ของรัฐอิหร่าน ผู้นำสูงสุดคนใหม่สาบานว่าจะ "ล้างแค้นเพื่อชำระหนี้เลือด" ของชาวอิหร่านที่ถูกสังหารในสงครามกับสหรัฐฯ และอิสราเอล พร้อมเตือนประเทศเพื่อนบ้านให้หยุดให้ที่ตั้งฐานทัพแก่สหรัฐฯ
































