เขื่อนลาวแตก : ชีวิตที่สูญสิ้น ไร้ที่ทำกิน หลังน้ำลด

บ้านหินลาด

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, รัฐบาลได้เข้ามาเปิดถนนที่จมอยู่ใต้โคลนและทรายหลังจากสันเขื่อนเซเปียนแตกเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้สัญจรไปมา

ผ่านสามเดือนเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อยแตก ชาวลาวยังอยู่ในสภาพสูญเสียทั้งบ้าน และที่ทำกิน เต็นท์ชั่วคราวที่หน่วยงานต่างประเทศนำมาบริจาคกลายเป็นที่พักที่ไม่อาจเรียกได้ ว่าเป็นบ้าน เหล่านี้คือสิ่งที่ภัยพิบัติมอบให้พวกเขา อันเกิดจากการสร้างเขื่อนที่พวกเขาไม่เคยรู้มาก่อน

อานนท์ ชาวลาว ครูโรงเรียนประถมแห่งบ้านหินลาด ซึ่งเคยอยู่อาศํยที่บ้านหินลาดในแขวงอัตตะปือ ดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยจับปลาตามลำห้วย สัตว์เล็กสัตว์น้อยอย่างปู กบ ตามทุ่งนา ไม่ไกลจากบริเวณที่ตั้งเต็นท์พักชั่วคราว

อานนท์

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ปัจจุบันอานนท์สอนหนังสือให้เด็ก ๆ ที่ประสบภัยที่โรงเรียนชั่วคราวในศูนย์พักพิงหมู่บ้านตะมอหยอด

หลังจากสามเดือนชาวลาวในหมู่บ้านนี้ ซึ่งกระจัดกระจายไปตามศูนย์พักพิงโรงเรียนหลังเขื่อนแตก ถูกทางการย้ายมาอยู่ที่หมู่บ้านอีกแห่ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่สูงกว่าบ้านเดิม พวกเขามีเพียงเต็นท์พักชั่วคราวในสภาพแออัด กลางเปลวแดดที่ร้อนจัด เป็นที่พักอาศัยต่างบ้าน

บ้านหินลาด ชาวลาวอยู่ด้วยกัน 178 ครัวเรือน เป็นหมู่บ้านริมแม่น้ำเซเปียน และเป็นบริเวณแรก ที่ถูกน้ำจากเขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ปริมาณมหาศาลไหลทะลักเข้าท่วมในคืนวันที่ 23 ก.ค. บ้านของพวกเขาถูกน้ำจากเขื่อนทำลายไม่จนแทบไม่เหลือร่องรอยชีวิตที่เคยอยู่อาศํย

อานนท์

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

อานนท์บอกว่า เขาไม่รู้มาก่อนว่าเหนือไปจากหมู่บ้านที่อาศัย มีการก่อสร้างเขื่อนขนาดใหญ่

พวกเขาเพิ่งจะได้รับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นเดือนแรก ซึ่งทางการมอบเงินให้คนลาวผู้ประสบภัย คนละ 1 แสนกีบต่อคน ต่อหนึ่งเดือน หรือคิดเป็นเงินไทยไม่ถึง 400 บาท

โรงเรียนบ้านหินลาด

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ห้องเรียนของโรงเรียนเก่าบ้านหินลาดที่ปัจจุบันปิดถาวร อานนท์เคยสอนหนังสือที่โรงเรียนนี้ร่วมสองปี

พลัดถิ่นที่ดินเดิม

ที่พักชั่วคราวที่ชาวบ้านหินลาดอยู่ ห้องอาบน้ำและห้องสุขาต้องใช้รวมกันทั้งหมู่บ้าน ห้องสุขาเป็นแบบ เคลื่อนที่ตั้งอยู่ในโรงเรียน ส่วนการอาบน้ำ เจ้าหน้าที่กางเต็นท์ผ้าใบให้มีความสูงพอบังสายตา ให้พอใช้เป็นที่อาบน้ำชั่วคราว โดยน้ำที่ใช้ต้องรอให้เจ้าหน้าที่มาสูบให้เป็นเวลา ชาวบ้านบางคนรอไม่ไหวก็ใช้น้ำจากลำห้วย

ชาวบ้านบ้านหินลาด มาช่วยออกแรงกางเต็นท์ที่ได้รับบริจาค

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ชาวบ้านบ้านหินลาด มาช่วยออกแรงกางเต็นท์ที่ได้รับบริจาค
ชาวบ้านบ้านหินลาด มาช่วยออกแรงกางเต็นท์ที่ได้รับบริจาก

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

เป็นชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากวิถีที่พวกเขาเคยอยู่

แต่เดิมอานนท์ปลูกบ้านอยู่ในที่ดินเดียวกับบ้านของพ่อแม่ที่มีสมาชิกรวม 9 คน อยู่อาศัยบนที่ดินผืนเดียวกันขนาด 30 เฮกตาร์ หรือกว่า 187 ไร่

หลังเขื่อนแตก ที่ดินที่เคยเป็นไร่นา กลายสภาพเป็นบึงน้ำและมีสันทรายทับถมจากภัยพิบัติ

อานนท์ ไร่นา

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, อานนท์และครอบครัวมาดูบ้าน ไร่นา สวนของเขาที่เสียหายทั้งหมด

หลังน้ำลด อานนท์และคนในหมู่บ้านบอกว่า อยากจะกลับไปอยู่ยังที่เดิม แต่ทางราชการประกาศห้าม เข้าไปพักอาศัยและทำกินในเขตหมู่บ้านเดิมอีก เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่รับรองความปลอดภัยหากพวกเขากลับไป

อานนท์เล่าว่า ที่บ้านหินลาดถูกน้ำซัดจนเหลือไม่กี่หลังคาเรือนที่ยังเห็นโครงสร้าง เขากลับลงไปสำรวจ บ้านพบว่าแทบไม่มีสิ่งไหนที่สามารถใช้การได้ ทรัพย์สินบางส่วนที่พอหลงเหลือรวมถึงสัตว์เลี้ยงก็โดนลักขโมย

ส่วนบ้านหลังที่ใกล้เขื่อนมากกว่าบ้านของเขา ไม่เหลืออะไรเลย บางหลังเหลือแค่พื้นซีเมนต์ให้เห็น สวนส้มโอ มะม่วงที่ชาวบ้านปลูกล่มสลาย

ผู้ประสบภัยชาวลาวปลูกผัก

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, ผู้ประสบภัยเริ่มปลูกพืชผักเป็นอาหารประจำวัน ขณะที่เงินช่วยเหลือที่ได้รับไม่เพียงพอ

บ้านของความหวังใหม่

ทางราชการแจ้งชาวบ้านว่าจะจัดสรรทำบ้านพักชั่วคราวไว้ให้ แต่ยังไม่มีการส่งมอบให้เข้าพักอาศัย

ส่วนที่ทำกินที่ไม่สามารถกลับไปได้ อานนท์ ให้ข้อมูลว่าไม่มีการแจ้งที่แน่ชัดจากทางการว่าจะจัดสรร ที่ทำกินเพื่อชดเชยจากที่ทำกินเดิมอย่างไร

ชาวบ้านได้รับข้อมูลเฉพาะเรื่องบ้านพักชั่วคราวที่รู้เพียงว่ามีการนำตู้คอนเทนเนอร์จากประเทศไทยมา ประกอบและสร้างให้ก่อนในบริเวณป่าท้ายหมู่บ้านตะมอหยอด ซึ่งไกลจากบ้านหินลาด บ้านเดิมของพวกเขาราวหนึ่งกิโลเมตร

บ้านชั่วคราว

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, บ้านชั่วคราวที่สร้างขึ้นจากตู้คอนเทนเนอร์ ปัจจุบันเริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้วจำนวน 40 หลัง จากที่คาดว่าจะสร้างเสร็จ 200 หลัง

มูลค่าการก่อสร้างคิดเป็นเงินลาวหลังละ 50 ล้านกีบ ยังอยู่ในขั้นตอนดำเนินการสร้าง ยังไม่ส่งมอบให้ครอบครัวใดพักอาศัย มีบางครอบครัวทนความแออัดและไม่สะดวกไม่ไหว ออกมาตัดไม้และช่วยกันสร้างที่พักอาศัยเองเป็นการชั่วคราวแต่ไม่เงินช่วยเหลือในส่วนนี้

จากการพูดคุยกับชาวหินลาด พวกเขายังรอความหวังในการช่วยเหลือจากทางราชการ ที่ได้แจ้งชาวบ้านเบื้องต้นว่า จะจัดสรรพื้นที่สำหรับพักอาศัยถาวรขนาดกว้าง 20x30 เมตร ต่อหนึ่งครอบครัว เพื่อให้สร้างที่พักอาศัย

อานนท์

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, อานนท์กับสถานที่อยู่ของเขาที่บ้านตะมอหยอด เต็นท์ทางซ้ายเป็นของเขาและครอบครัว ทางขวามือเป็นของน้องสาวเขา และพ่อแม่ของเขาพักอยู่ในเต็นท์ถัดไป

พวกเขายังพูดคุยกันว่าจะลงไปสำรวจว่ายังพอมีพื้นที่ส่วนไหนพอที่จะสามารถทำกินปลูกข้าวปลูกผักได้ เพื่อช่วยเหลือตัวเองไปก่อน จะรอความช่วยเหลือจากแต่ทางราชการนั้นคงไม่เพียงพอ ต่อการดำเนินชีวิตให้อยู่รอดและมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้า

มองไม่เห็นฝั่ง

นางหล้า น้องสาวของอานนท์ เล่าให้ฟังว่า ก่อนเขื่อนแตกหมู่บ้านนี้เคยเป็นหมู่บ้านที่สวยงาม ชาวบ้านอยู่กันอย่างมีความสุขและพึ่งพาธรรมชาติ

เธอมีอาชีพเกษตรกรรมทำนา ปลูกผักเลี้ยงสัตว์ไว้เพื่อเป็นอาหารและบางส่วนก็จำหน่าย สามีทำงานในโรงงานเฟอร์นิเจอร์ในหมู่บ้าน จึงพอมีเงินเก็บบ้างเพื่อจับจ่ายซื้อของอุปโภคบริโภค เครื่องใช้ และใช้ในยามฉุกเฉิน แม้ไม่มากมายนัก แต่ชีวิตก็มีความสุขตามวิถีเช่นชาวลาวละแวกนั้น

เด็กหญิงชาวลาว

ที่มาของภาพ, Piyavit Thongsa-Ard-Jeerasak Rungsi/bbc thai

คำบรรยายภาพ, มะลิ หลานสาวของอานนท์ อายุหนึ่งปีห้าเดือน เด็กผู้ประสบภัยหมู่บ้านหินลาด ต้องใช้ชีวิตเติบโตใน ศูนย์พักพิงบ้านตะมอหยอด บางคนสูญเสียครอบครัวไปกับเหตุการณ์

เธอบอกว่า โชคยังดีเธอไม่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวเหมือนครอบครัวอื่น แต่ที่เหมือนกันคือ สูญเสียทรัพย์สิน บางครอบครัวเพิ่งสร้างบ้านเสร็จยังไม่ทันเข้าอยู่ บ้านก็พังหายไปกับสายน้ำ

"มองไม่เห็นฝั่งตอนนี้ชีวิตได้แต่รอความหวังความช่วยเหลือจากหน่วยราชการ แม้แต่นมผงที่จะใช่เลี้ยงลูกสาวที่ยังเล็กก็ต้องรอจากสิ่งของที่บริจาคไม่มีเงินเพียงพอที่จะหาซื้อ"

บีบีซีไทย ได้ติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังเจ้าแขวงอัตตะปือเพื่อสอบถามการช่วยเหลือชาวลาว แต่ไม่สามารถติดต่อได้