บีบีซีพาสำรวจร้านขายของชำสำหรับรับมือในวันสิ้นอารยธรรมมนุษย์

- Author, โรเวนนา ฮอสกิน
- Role, บีบีซีแผนกภาษาเวลส์
- เวลาอ่าน: 11 นาที
เมื่อผู้เขียนเริ่มออกสำรวจโลกของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ ฉันไม่แน่ใจนักว่าจะพบอะไรบ้าง ส่วนหนึ่งของสิ่งที่ฉันจินตนาการไว้นั้นดูเวอร์วัง เช่น ชุดรับมือวันซอมบี้ถล่มโลก หรือบังเกอร์ต้านนิวเคลียร์
ทว่า เมื่อฉันออกเดินทางเข้าสู่เขตชนบทในเวลส์ตอนกลางก็ชัดเจนว่าฉันตกเป็นเหยื่อของภาพเหมารวมเหล่ามาโดยตลอด
เลห์ ไพรซ์ วัย 51 ปี จากเมืองบิลท์เวลส์ บอกว่าเขาไม่ได้เตรียมตัวรับมือฝูงซอมบี้พเนจรอย่างที่หลายคนอาจคิดกัน แต่กำลังเตรียมตัวรับมือภัยคุกคามที่จริงกว่านั้นมาก
"ทุกคนคิดว่าเพรปเปอร์ (prepper) หรือพวกเตรียมพร้อม คือพวกสวมหมวกฟอยล์บ้า ๆ บอ ๆ ใช่ไหมล่ะ เอาจริงก็มีอยู่บ้างนะ แต่ภาพเหมารวมส่วนใหญ่ได้มาจากอเมริกา พอมาอยู่ในสหราชอาณาจักร มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเลย"

การเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ (prepping) คือความเคลื่อนไหวการระดับโลก มันเป็นการรวมตัวกันของผู้ที่เตรียมความพร้อมรับมือต่อความเป็นไปได้ว่าสังคมบางส่วนหรือทั้งหมดอาจเกิดการล่มสลายขึ้นได้
วิธีการของพวกเขามักเกี่ยวข้องกับการกักตุนอาหาร และการเรียนรู้ทักษะที่จำเป็นต่อการพึ่งพาตนเอง
เลห์ ไพรซ์ คุณพ่อลูกสาม เคยรับราชการในกองทัพมาก่อน แต่ปัจจุบันเขาเปิดร้านสำหรับเหล่าเพรปเปอร์โดยเฉพาะ และยังเป็นผู้สอนหลักสูตรเอาชีวิตรอดด้วย
รายล้อมไปด้วยต้นไม้ในพื้นที่ชนบทของเทศมณฑลพาวอิสพร้อมกับบรรยากาศเงียบสงบ ร้านค้าที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ทุกอย่างที่คุณนึกออกในการเอาชีวิตรอดจากวันสิ้นอารยธรรม ไม่ว่าจะเป็นหน้าไม้ไปจนถึงมีดที่แขวนเรียงรายบนผนังหลากหลายชนิด
เลห์กล่าวว่า "บางคนเตรียมตัวสำหรับวันสิ้นโลก การโจมตีนิวเคลียร์ หรืออะไรก็ตาม แต่ผมมักบอกว่า 'ดูนะ เรื่องการถูกโจมตีนิวเคลียร์ มันไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่โอกาสมันน้อยมาก'
"คุณควรเตรียมรับมือสิ่งที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับคุณจริง ๆ เสียมากกว่า"

เลห์กล่าวว่า "โลกทุกวันนี้เริ่มอันตรายขึ้นเล็กน้อย ความไม่สงบในสังคมกำลังเดือดปุด ๆ มีหลายอย่างเกิดขึ้นทั่วโลก และประเทศต่าง ๆ ก็กำลังปะทะกัน"
ในรายการภัยคุกคามที่เขากังวลยังรวมถึงการโจมตีทางไซเบอร์ด้วย ซึ่ง "อาจทำให้ระบบกริดไฟฟ้าแห่งชาติล่มได้" ส่งผลกระทบต่อชีวิตสมัยใหม่ในทุก ๆ ด้าน
"ถ้ามันล้มระบบไฟฟ้า เราก็จะย้อนกลับไปยุคหิน อย่างน้อยก็ 2-3 วัน ลองนึกดูว่าถ้าผู้คนเริ่มตื่นตระหนก พวกเขามักจะทำเรื่องที่สิ้นหวัง"
"ในกรณีเลวร้ายที่สุดก็คือ ผู้คนเริ่มปล้นบ้านของคนอื่น จะมีการต่อสู้ ไฟไหม้... แล้วคุณจะเตรียมรับมือเรื่องแบบนั้นยังไง ?"

ผู้เขียนเคยคิดว่าถ้าเกิดสถานการณ์แบบนั้น ฉันก็แค่คว้าชุดปฐมพยาบาลกับเต็นท์แล้ววิ่งขึ้นเขาได้เลย แต่เลห์บอกว่านั่นคือ "ความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุด" ที่ผู้คนมักทำ
เขาบอกว่า "พวกเขาคิดว่าตัวเองจะเอาชีวิตรอดแบบจอห์น แรมโบได้ในป่า แต่พอผ่านไป 2-3 วัน เจอลม เจอฝน เจอความหนาว เดี๋ยวก็ต้องคิดใหม่กันทั้งนั้น"
กุญแจสำคัญ คือ การปกป้องพื้นที่ที่คุณอยู่ หรือย้ายไปยังสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า เช่น บ้านเพื่อน เขาบอกว่าเช่นนั้น
เลห์บอกว่า หลายคนเชื่อว่า เพรปเปอร์มีบังเกอร์ที่เต็มไปด้วยปืนและกระสุน แต่ความจริงแล้วมันคือ "ผู้คนธรรมดาทั่วไปจากทุกแวดวง ทุกสายอุดมการณ์ทางการเมือง" ที่มีสิ่งจำเป็นพื้นฐานพอให้เอาชีวิตรอดได้หลายสัปดาห์ โดยไม่ต้องพึ่งซูเปอร์มาร์เก็ตหรือรัฐบาล
เพื่อประเมินว่าผู้เขียนมีความพร้อมแค่ไหน ไพรซ์ให้ฉันทำแบบทดสอบ หลังจากถามคำถามหลายข้อเกี่ยวกับเสบียงอาหาร น้ำ และชุดปฐมพยาบาล เขาบอกว่าฉันได้คะแนน 7 เต็ม 10
ปรากฏว่าการที่ฉันคุ้นเคยกับการซื้อของกักตุนครั้งใหญ่ตั้งแต่เติบโตในแถบชนบทของเทศมณฑลคอร์นวอลล์ และการมีอุปกรณ์แคมปิ้งติดบ้าน ทำให้ถือได้ว่าฉันมีความพร้อมพอสมควร แต่ถ้าจะเพิ่มคะแนนให้สูงขึ้น ฉันจำเป็นต้องซื้อชุดปฐมพยาบาลและเครื่องกรองน้ำที่ดีกว่านี้ รวมถึงตุนอาหารเพิ่มขึ้นอีกมาก

สำหรับเลห์ เขาบอกว่าตนเองเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินมาตลอดอยู่แล้ว แต่ก็มองว่านั่นเป็นเพียงการใช้เหตุผลให้เป็นประโยชน์เท่านั้น
ส่วนหนึ่งของแรงบันดาลใจในการเปิดร้านมาจากช่วงการระบาดของโรคโควิด-19 เมื่อธุรกิจเดิมของเขาต้องปิดตัวลง เลห์จึงอยากเตรียมพร้อมหากเหตุการณ์คล้ายกันเกิดขึ้นอีก
"ผมคิดว่า 'เอาล่ะ ผมจะไปทำอย่างอื่น ในแบบว่าหากมันจะเกิดขึ้นอีกครั้ง' ผมก็ยังสามารถทำธุรกิจและหาเลี้ยงครอบครัวได้"
การเปิดร้านที่นี่ทำให้เขาสามารถซื้ออุปกรณ์สำหรับเพรปเปอร์ของตัวเองในราคาขายส่ง โดยเขาบอกว่าไม่สามารถ "คาดเดาได้ด้วยซ้ำ" ว่าใช้เงินไปเท่าไรในการเตรียมความพร้อม แต่อาจอยู่ที่ "ราวสองพันปอนด์" (ราว 87,000 บาท)
เลห์เสริมว่าตนเองไม่ได้หมกมุ่นกับการเตรียมพร้อมจนเกินไป และใช้เวลาประมาณสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมงเพื่อตรวจสอบว่าอุปกรณ์ต่าง ๆ ยังอยู่ในสภาพดีพร้อมใช้งาน

เลห์บอกว่าเสบียงที่เขากักตุนไว้มีประโยชน์ในสถานการณ์ฉุกเฉินทุกรูปแบบ และเพราะเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ชนบท น้ำของเขามาจากบ่อบาดาล ซึ่งหมายความว่าหากเกิดไฟดับขึ้นมา ไม่ใช่แค่ไฟในบ้านที่ดับ แต่จะไม่มีน้ำดื่มใช้เลย หากคุณไม่สามารถทำน้ำให้สะอาดได้
แน่นอนว่าเขาทำได้ เพราะเขามีปั๊มกรองน้ำสำหรับดึงน้ำใต้ดินจากบ่อบาดาลมาใช้ได้อย่างปลอดภัย
"ผมไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ" เขากล่าว "ผมคิดเสมอว่า ถ้าคุณเตรียมตัวอย่างถูกต้อง และมีของจำเป็นพร้อมอยู่ที่บ้าน ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น คุณก็รับมือมันได้"
สิ่งนี้หมายความว่าการเตรียมพร้อมจะต่างกันไปตามสถานที่ที่คุณอยู่
ตัวอย่างเช่น เวลาที่เขาเดินทางไปกรุงลอนดอน เขาบอกว่า "ผมจะพกชุดปฐมพยาบาลติดตัวเสมอ ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ตาม ผมคงพกผ้าพันคอไว้ด้วย เผื่อมีไฟไหม้จะได้ใช้ปิดปากได้ ไฟฉาย สมุดโน้ตกับปากกา และเสื้อกันฝนดี ๆ สักตัว"
เลห์บอกว่า หนึ่งในสิ่งที่เขาแนะนำที่สุดคือการหาชุมชน เนื่องจาก "มนุษย์เราอยู่รอดมาได้เพราะอยู่ร่วมกัน ไม่มีใครจะเอาชีวิตรอดได้ด้วยตัวคนเดียวจากการวิ่งเข้าป่า
"ในสถานการณ์เลวร้าย เราจะอยู่รอดได้ดีกว่าเมื่อร่วมมือกัน"
เขากล่าวว่าเมื่อ 3 ปีก่อน ในเวลส์มีการพบปะของกลุ่มเพรปเปอร์เพียงครั้งเดียว แต่ตอนนี้มีการรวมตัวกันเป็นประจำทั่วทั้งประเทศแล้ว

ที่มาของภาพ, Donna Lloyd
ดอนนา ลอยด์ วัย 60 ปี ก็เชื่อในการสร้างชุมชนเช่นกัน เธอเป็นผู้ดูแลเพจเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉิน และเริ่มสะสมเสบียงหลังไฟฟ้าที่บ้านดับในช่วงล็อกดาวน์
เธอกับภรรยาซึ่งอาศัยอยู่ในเทศมณฑลพาวอิส ไม่สามารถชงชาดื่มได้ จนเพื่อนต้องนำเตาแคมปิ้งมาช่วยต้มน้ำให้
"มันเหมือนมีหลอดไฟติดขึ้นมาเลย ฉันรู้สึกเปราะบางและค่อนข้างโง่เขลา" เธอกล่าว
"ฉันก็คิดว่า 'เอาล่ะ ฉันจะซื้อเตาแคมปิ้ง ฉันก็ทำแบบนั้นได้นี่นา'"
ดอนนาซึ่งเคยทำงานในกองทัพและปัจจุบันทำงานในแวดวงการศึกษา กักตุนทั้งน้ำ อาหารกระป๋อง อาหารฟรีซดราย ชา กาแฟ นมผง และชุดปฐมพยาบาลไว้ที่บ้าน เช่นเดียวกับเลห์ ดอนนาไม่ได้เตรียมตัวสำหรับเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งโดยเฉพาะ เพียงแค่ตระหนักว่ามันอาจเกิดอะไรขึ้นก็ได้เท่านั้น

ที่มาของภาพ, Donna Lloyd
เธอบอกว่าคนมักมีภาพเหมารวมเกี่ยวกับลักษณะของเพรปเปอร์ แต่ความจริงแล้วมีความหลากหลายมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีหลุมหลบภัยของตัวเอง ไปจนถึงคนที่พกไฟฉายไว้ในกระเป๋า
เธอบอกว่า "ฉันก็อยู่ตรงกลาง ๆ นั่นแหละ"
ดอนนากล่าวว่าโลกของเพรปเปอร์อาจเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความลับ ตั้งแต่การ "กักตุนของอย่างแนบเนียนไปจนถึงการแยกตัวแบบ 'หมาป่าเดียวดาย' เพื่อหลีกเลี่ยงตราบาปและการถูกเหมารวม" ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งก็เน้นการสร้างชุมชน
ทว่า เธอบอกว่าความคิดแบบนี้ไม่ได้ทำให้เธอไม่ใช้ชีวิตตามปกติ เธอยังไปเที่ยวพักผ่อนเหมือนเดิม
"มันมีวิธีเตรียมพร้อมที่ทำให้ต่อให้คุณอยู่ห่างจากของที่พกเป็นประจำ ก็ยังสามารถดัดแปลงหรือใช้สิ่งที่มีได้อยู่ดี สิ่งหนึ่งที่ฉันพกติดตัวตลอดคืออุปกรณ์เอาชีวิตรอดขนาดเท่าบัตรเครดิต ซึ่งมีอุปกรณ์หลายอย่าง เช่น ไขควงและที่เปิดขวด"
เธอบอกว่าอีกวิธีหนึ่งที่จะทำให้รู้สึกมั่นใจมากขึ้น คือ การเรียนรู้วิธีก่อไฟ
"มันไม่ใช่แค่เรื่องการก่อไฟ แต่มันคือทักษะในการรู้จักเลือกสิ่งที่ช่วยให้คุณก่อไฟได้ มันช่วยให้คุณในฐานะคน ๆ หนึ่งมีความมั่นใจมากขึ้น รู้สึกควบคุมสถานการณ์ได้มากขึ้น รับมือกับเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ดีขึ้น และตระหนักถึงสภาพแวดล้อมรอบตัวมากขึ้น"
เธอบอกว่าไม่ได้ทำสิ่งเหล่านี้เพื่อความสนุก แต่การเตรียมพร้อมช่วยให้เธอรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น
นี่เป็นความรู้สึกที่เลห์เองก็เห็นพ้องด้วย
"แค่มีเสบียงพื้นฐานเหล่านั้น คุณก็จะรู้สึกดีกว่าคนที่ไม่มีอะไรเลยอยู่แล้ว" เขากล่าว "คำพูดที่ดีเกี่ยวกับการเตรียมพร้อมคือ 'มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าต้องใช้แล้วไม่มี'"
รายงานเพิ่มเติมโดย เกร็ก เดวีส์

































