กต. ยืนยันคนไทยเสียชีวิต 1 ราย จากการโจมตีจากอิหร่านวานนี้ (18 มี.ค.) ก.แรงงานเร่งประสานนำร่างกลับไทย

เวลาอ่าน: 5 นาที

กระทรวงการต่างประเทศของไทยยืนยัน แรงงานเกษตรชาวไทยเสียชีวิต 1 ราย จากเหตุขีปนาวุธของอิหร่านตกใส่พื้นที่ตอนกลางของประเทศอิสราเอล โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงดึกของวันพุธที่ 18 มี.ค. 2569 ที่ผ่านมา

คำยืนยันดังกล่าวมาจากการเปิดเผยของนายปานิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ในแถลงข่าว "สถานการณ์ในตะวันออกกลาง" ของศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ทำเนียบรัฐบาล เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (19 มี.ค.)

นายปานิดล ระบุว่า สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้รับการยืนยันการเสียชีวิตจากทางการอิสราเอลแล้ว ขณะนี้ทางสถานทูตได้ประสานงานเพื่อติดต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต และกำลังทำงานร่วมกับกระทรวงแรงงานรวมทั้งทางการอิสราเอล เพื่อดำเนินการด้านสิทธิประโยชน์และเงินชดเชยตามกฎหมายอย่างเต็มที่

"เมื่อสักครู่กระทรวงการต่างประเทศได้รับแจ้งจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ว่าสถานเอกอัครราชทูตได้รับแจ้งจากทางการอิสราเอล ยืนยันการเสียชีวิตของบุคคลสัญชาติไทย ซึ่งเป็นรายแรงงานภาคเกษตร 1 ราย เมื่อช่วงดึกของวันที่ 18 มี.ค. ที่ผ่านมา" รองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว

"รัฐบาลไทยและกระทรวงการต่างประเทศขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิต ทั้งนี้ ทางสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศเตือนเรื่องมาตรการความปลอดภัยสำหรับพี่น้องประชาชนไทยในอิสราเอลมาโดยตลอด" นายปานิดลกล่าว

บีบีซีไทยติดต่อนายกิตติ ภูมิคอนสาร นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลคอนสาร อ.คอนสาร จ.ชัยภูมิ ยืนยันว่า ผู้เสียชีวิตคือ นายชัยวัฒน์ แววนิล อายุ 30 ปี

สื่อในอิสราเอลรายงานเรื่องนี้อย่างไร

สำนักข่าว N12 ของอิสราเอลรายงานว่า แรงงานชาวไทยคนดังกล่าวเสียชีวิตในพื้นที่ชุมชนเกษตรกรรมโมชาฟ อดานิม (Moshav Adanim) จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธแบบแตกตัว (Cluster munition) ของอิหร่าน โดยแรงงานรายนี้พยายามหลบภัยใต้โครงสร้างโรงจอดรถแทรกเตอร์ชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับที่พักอาศัย

"เขาทำงานกับผมมาครึ่งปี ผมรักเขามาก เขาเป็นคนหนุ่มที่รักการทำงานและเราก็เป็นเหมือนครอบครัวเดียวกัน" อีธาน โอเซอร์ นายจ้างชาวอิสราเอลกล่าวกับสำนักข่าว N12

ด้านสำนักข่าว ynet อ้างอิงข้อมูลจากนางเคเรน เอเชต ประธานทีมฉุกเฉินท้องถิ่น ที่ระบุว่าผู้เสียชีวิตไม่ได้อยู่ในพื้นที่หลบภัยที่ได้มาตรฐานในขณะเกิดเหตุ

ทั้งสองสำนักข่าวรายงานตรงกันโดยอ้างอิงคำกล่าวของนายอีดาน ชินา เจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์ฉุกเฉิน (MADA) ซึ่งระบุว่าเมื่อถึงที่เกิดเหตุ "พบชายนอนหมดสติและมีบาดแผลฉกรรจ์จากสะเก็ดระเบิด" ก่อนที่ทีมแพทย์จะต้องประกาศการเสียชีวิตในที่เกิดเหตุเนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว

'ตรีนุช' สั่งการประสานนำร่างกลับไทย ย้ำทูตแรงงานดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล

น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ยืนยันตามรายงานของฝ่ายแรงงานสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟว่า นายชัยวัฒน์เสียชีวิตจากแรงระเบิดลูกปราย เวลา 23.45 น. (ตามเวลาท้องถิ่น) โดยกำลังประสานการนำส่งร่างกลับไทย

"ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ขณะนี้ ได้มอบหมายให้แรงงานจังหวัดชัยภูมิ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ เดินทางไปให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต แจ้งสิทธิประโยชน์ที่ทายาทจะได้รับ และช่วยประสานติดตามเรื่องหนังสือมอบอำนาจ เพื่อดำเนินการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยตามขั้นตอนแล้ว" ตรีนุชกล่าว

ขณะเดียวกันได้สั่งการให้ทูตแรงงาน ในอิสราเอล ให้การดูแลและกำชับแรงงานไทยที่ยังคงทำงานในอิสราเอลให้อยู่ในเขตที่ปลอดภัย และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด หลังเกิดเหตุการณ์แรงงานไทยเสียชีวิตในครั้งนี้

กระทรวงแรงงานระบุว่า ทายาทมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์ 40,000 บาท, ค่าจัดการศพในต่างประเทศไม่เกิน 40,000 บาท, เงินบำเหน็จชราภาพ 71,459.14 บาท และสิทธิชดเชยจากสถาบันประกันภัยของอิสราเอล

การความช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศเป็นอย่างไร

ในการแถลงข่าวของกระทรวงการต่างประเทศเมื่อช่วงเช้าวันนี้ได้กล่าวถึงสถานการณ์การช่วยเหลือคนไทยในต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ยังติดค้างในประเทศอิหร่านว่า คนไทย 2 คนที่เดินทางออกจากอิหร่านผ่านพรมแดนสู่เมืองวาน ตุรกี ได้กลับถึงประเทศไทยเช้าวันที่ 19 มี.ค. 2569

ขณะเดียวกัน สถานเอกอัครราชทูตในกรุงเตหะรานของอิหร่านและกรุงอังการาของตุรกีกำลังประสานอพยพแรงงานไทยอีก 4 คนจากเมืองบันดา อับบาส ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง มีกำหนดเดินทางข้ามพรมแดนมายังตุรกีในวันที่ 23 มี.ค. นี้ก่อนเดินทางกลับไทย

นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศยังขอให้คนไทยในอิหร่านที่ต้องการเดินทางกลับเร่งลงทะเบียนกับสถานเอกอัครราชทูต และให้ชาวไทยในตะวันออกกลางติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการโจมตีระหว่างสหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน มีคนไทยได้รับความช่วยเหลือให้ออกจากภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว 1,173 คน