เรารู้อะไรแล้วบ้าง หลังเหตุอิหร่านโจมตีแหล่งก๊าซสำคัญของกาตาร์เพื่อตอบโต้อิสราเอล

เวลาอ่าน: 7 นาที

เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) อิหร่านรายงานว่าแหล่งน้ำมันสำคัญของประเทศ เซาท์พาร์ส (South Pars) ถูกโจมตี โดยกล่าวโทษสหรัฐอเมริกา และอิสราเอลว่าเป็นผู้ทำการโจมตี โดยอิหร่านให้คำมั่นว่าจะ "ตอบโต้กลับอย่างรุนแรง"

จากนั้น อิหร่านได้โจมตีเมืองราสลาฟฟาน (Ras Laffan) ของกาตาร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงกลั่นน้ำมันที่สื่อของรัฐบาลอิหร่านประกาศว่าเป็นเป้าหมายการโจมตี นั่นทำให้กาตาร์ระบุว่าอิหร่านเป็น "ภัยคุกคามโดยตรง" ต่อภูมิภาค และเสริมว่าประเทศ "สงวนสิทธิ์ที่จะตอบโต้"

ขณะเดียวกัน ซาอุดีอาระเบียกล่าวว่าประเทศกำลัง "ขัดขวาง" การโจมตีโรงงานก๊าซแห่งหนึ่งของตน หลังจากที่ประชาชน 4 คนได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดในกรุงริยาด (Riyadh) และมีการสกัดกั้นขีปนาวุธในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งเจ้าหน้าที่กล่าวว่ากำลังมุ่งหน้าไปยังโรงงานก๊าซและแหล่งน้ำมัน

ด้าน อิสราเอลระบุว่ากำลังโจมตีทางตอนเหนือของอิหร่านเป็นครั้งแรกในความขัดแย้งนี้

แหล่งน้ำมันและแหล่งก๊าซสำคัญของโลกในอิหร่าน "เซาท์พาร์ส" ถูกโจมตี

เมื่อช่วงเช้าของวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) โรงงานปิโตรเคมีของอิหร่านในแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สถูกโจมตีทางอากาศ ตามรายงานของสำนักข่าวทัสนิม (Tasnim) ซึ่งเป็นสำนักข่าวในเครือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (Islamic Revolutionary Guard Corp - IRGC)

นอกจากนี้ สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ซึ่งเป็นสำนักข่าวที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลอิหร่าน รายงานด้วยว่า เกิดเพลิงไหม้บริเวณโรงงานและหน่วยดับเพลิงกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่

แหล่งก๊าซเซาท์พาร์สเป็นส่วนหนึ่งของแหล่งก๊าซธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่กลางทะเลในอ่าวเปอร์เซีย มีที่ตั้งอยู่ระหว่างอิหร่านและกาตาร์ โดยทั้งกาตาร์และอิหร่านต่างมีโรงงานอยู่ในแหล่งก๊าซนี้

ในเดือน มี.ค. 2024 บีบีซี มอนิเตอร์ริง รายงานว่า ผลผลิตจากแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สคิดเป็น 70% ของการผลิตก๊าซทั้งหมดของอิหร่าน

ขณะที่ มาเจด อัล อันซารี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ก็กล่าวโทษอิสราเอลเช่นกัน โดยเรียกการกระทำดังกล่าวว่าเป็นการกระทำที่ "อันตรายและไร้ความรับผิดชอบ" พร้อมเสริมว่า การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน "ถือเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก"

"เราขอย้ำอีกครั้ง ดังที่เราได้เน้นย้ำมาหลายครั้งแล้ว ถึงความจำเป็นในการหลีกเลี่ยงการโจมตีสิ่งอำนวยความสำคัญ" พร้อมเรียกร้องให้ "ทุกฝ่าย" ปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศและร่วมมือกันเพื่อลดความตึงเครียด โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์กล่าว

ทั้งนี้ สื่ออิหร่านรายงานว่าไม่มีผู้เสียชีวิตหรือได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีโรงงานปิโตรเคมีของประเทศในแหล่งก๊าซเซาท์พาร์ส

กองทัพอิหร่านได้เตือนว่าจะดำเนินการ "อย่างเด็ดขาด" เพื่อตอบโต้การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของตน ตามแถลงการณ์ที่เผยแพร่โดยสำนักข่าวทัสนิม

"ศัตรูได้โจมตีส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิงและพลังงานของอิหร่านทางตอนใต้" กองทัพอิหร่านกล่าวในแถลงการณ์

"ดังที่ได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้ หากโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง พลังงาน ก๊าซ และเศรษฐกิจของประเทศของเราถูกโจมตีโดยศัตรูอเมริกัน-ไซออนิสต์ นอกเหนือจากการตอบโต้ที่รุนแรงต่อศัตรูแล้ว เราจะโจมตีต้นตอของการรุกรานนั้นอย่างรุนแรงเช่นกัน"

"เราถือว่าการกำหนดเป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานด้านเชื้อเพลิง พลังงาน และก๊าซของประเทศต้นทางนั้นถูกต้องตามกฎหมาย และจะตอบโต้อย่างรุนแรงเมื่อมีโอกาสทันที" แถลงการณ์ระบุเพิ่มเติม

โรงงานปิโตรเลียมของกาตาร์ถูกโจมตี ได้รับ "ความเสียหายอย่างหนัก"

ต่อมา บริษัทปิโตรเลียมแห่งชาติของกาตาร์ระบุว่า ได้มีขีปนาวุธโจมตีเมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีโรงงานแปรรูปน้ำมันขนาดใหญ่

บริษัทกาตาร์เอนเอนยี (QatarEnergy) โพสต์ข้อความบนโซเชียลมีเดียว่า "ทีมรับมือเหตุฉุกเฉินถูกส่งไปควบคุมเพลิงที่เกิดขึ้นทันที เนื่องจากเกิดความเสียหายอย่างกว้างขวาง"

แถลงการณ์ระบุว่า บุคลากรทั้งหมดปลอดภัย และไม่มีผู้บาดเจ็บในขณะนี้

ทางการกาตาร์ระบุด้วยว่า การโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างอุกอาจที่เมืองอุตสาหกรรมราสลาฟฟานนั้น เป็น "ภัยคุกคามโดยตรงต่อความมั่นคงของชาติและเสถียรภาพของภูมิภาค"

กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์เขียนบนโซเชียลมีเดียว่า "ฝ่ายอิหร่านยังคงดำเนินนโยบายที่เพิ่มความรุนแรง ซึ่งกำลังผลักดันภูมิภาคไปสู่เหวแห่งความหายนะ และดึงประเทศที่ไม่เกี่ยวข้องกับวิกฤตนี้เข้าสู่วงจรแห่งความขัดแย้ง"

แถลงการณ์ดังกล่าวเสริมว่า กาตาร์ "สงวนสิทธิ์ในการตอบโต้" และจะ "ไม่ลังเลที่จะใช้มาตรการที่จำเป็นทั้งหมดเพื่อปกป้องอธิปไตย ความมั่นคง และความปลอดภัยของพลเมือง"

ขณะเดียวกัน กระทรวงกลาโหมของกาตาร์ระบุว่า อิหร่านยิงขีปนาวุธ 5 ลูกใส่ประเทศกาตาร์ตลอดทั้งวัน โดยระบุว่า ในจำนวนนั้นมีขีปนาวุธ 4 ลูกถูกสกัดกั้นได้ ส่วนอีก 1 ลูกตกในเขตอุตสาหกรรมราสลาฟฟาน ทำให้เกิดเพลิงไหม้ซึ่งขณะนี้อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว

ภายหลังการโจมตี กระทรวงการต่างประเทศของกาตาร์ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่รักษาความมั่นคงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดของอิหร่านเดินทางออกจากประเทศ

กระทรวงการต่างประเทศระบุว่า ผู้ที่ถูกกาตาร์ประกาศว่าเป็น "บุคคลที่ไม่พึงประสงค์" มีเวลา 24 ชั่วโมงในการเดินทางออกจากประเทศ โดยระบุว่าเป็นผลมาจากการโจมตีซ้ำแล้วซ้ำเล่าของอิหร่าน

ในแถลงการณ์ที่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย ระบุว่า หากอิหร่านยังคงกระทำการ "เป็นปรปักษ์" ต่อไป กาตาร์จะต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องตนเอง

ทรัมป์ "ไม่รู้เรื่อง" การโจมตีแหล่งก๊าซของอิหร่าน แต่ขู่จะโจมตีกลับหากมีการโจมตีกาตาร์

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มทรูธ โซเชียล (Truth Social) เกี่ยวกับการโจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สในอิหร่าน ว่าสหรัฐฯ "ไม่เรื่อง" การโจมตีของอิสราเอล และขู่ว่าจะยกระดับความขัดแย้งหากอิหร่านตอบโต้กาตาร์อีกครั้ง

ทรัมป์เขียนว่า "ด้วยความโกรธ" อิสราเอล "ตอบโต้ด้วยความรุนแรง" ในการโจมตีที่กระทบ "ส่วนเล็ก ๆ ของภาพรวมทั้งหมด"

เขากล่าวว่าอิหร่าน "ไม่รู้เรื่องนี้" และการโจมตีตอบโต้โรงงานก๊าซแอลพีจี (LNG) ของกาตาร์ที่ราสลาฟฟานนั้น "ไม่ยุติธรรมและไม่ชอบธรรม"

เขากล่าวว่าอิสราเอลจะไม่โจมตีแหล่งก๊าซเซาท์พาร์สของอิหร่านอีก โดยอธิบายว่านั่นเป็น "สิ่งสำคัญและมีค่าอย่างยิ่ง"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์เขียนว่าหากอิหร่านโจมตีกาตาร์ สหรัฐฯ จะ "ระเบิดทำลาย" แหล่งก๊าซนั้น "ด้วยกำลังและความรุนแรงที่อิหร่านไม่เคยพบเห็นมาก่อน"

ทรัมป์เสริมด้วยว่า เขาไม่ต้องการอนุมัติ "ระดับความรุนแรงและการทำลายล้างเช่นนี้ เนื่องจากจะมีผลกระทบระยะยาว" ต่ออิหร่าน "แต่หากโรงงานก๊าซธรรมชาติเหลวของกาตาร์ถูกโจมตีอีกครั้ง ผมก็จะไม่ลังเลที่จะทำเช่นนั้น"