สหรัฐฯ กำลังชั่งใจถึงการรุกที่หนักขึ้นต่อเรื่องอิหร่าน ขณะที่ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชม. ให้เปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, แอนโทนี ซูร์เคอร์
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ
- เวลาอ่าน: 8 นาที
สามสัปดาห์หลังจากปฏิบัติการร่วมระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอล ต่ออิหร่านเริ่มต้นขึ้น ความขัดแย้งได้ดำเนินมาถึงสภาวะของความคลุมเครืออันมีแต่ข้อความที่ขัดแย้งสับสนและไม่แน่นอน โดยที่คำกล่าวของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มักดูเหมือนว่ามีความขัดกันเองกับความเป็นจริงในพื้นที่
ทรัมป์กล่าวว่าสงคราม "เกือบจะจบลงอย่างสมบูรณ์แล้ว" แต่กองกำลังภาคพื้นดินของอเมริกาชุดใหม่ รวมถึงหน่วยนาวิกโยธิน กำลังเคลื่อนพลเข้าสู่ภูมิภาคนี้ สงคราม "กำลังใกล้จะหยุดลง" แต่การทิ้งระเบิดและการโจมตีด้วยขีปนาวุธของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายในอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
การเปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ใช้ขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก เป็นเพียง "การเคลื่อนยุทธวิธีทางทหารอย่างง่าย ๆ" แต่ขณะนี้มีเพียงเรือที่อิหร่านอนุญาตเท่านั้นที่สามารถผ่านช่องแคบนี้ไปได้ กองทัพอิหร่าน "ถอนตัวออกไปแล้ว" ทว่าโดรนและขีปนาวุธยังคงพุ่งเป้าโจมตีเป้าหมายต่าง ๆ ในภูมิภาค โดยเป้าหมายยังขยายออกไปยังฐานทัพร่วมระหว่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักรในเกาะดิเอโก การ์เซีย ด้วย
ในข้อความที่โพสต์บนทรูธโซเชียลของโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อช่วงเย็นวันเสาร์ (21 มี.ค.) ทรัมป์ขู่ว่าจะยกระดับโดยเตือนว่าหากอิหร่านไม่ "เปิด (ช่องแคบฮอร์มุซ) อย่างเต็มที่โดยปราศจากภัยคุกคาม" ภายใน 48 ชม. กองทัพสหรัฐฯ จะเริ่มโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านโดยจะ "เริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน"
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้หนึ่งวัน ทรัมป์ได้ใช้เว็บไซต์โซเชียลมีเดียของเขานำเสนอรายการเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่าน โดยระบุว่าสหรัฐฯ "กำลังใกล้จะบรรลุเป้าหมายแล้ว"
รายการเป้าหมายทางการทหารเหล่านั้น ส่วนใหญ่ประกอบด้วยรายละเอียดแถลงการณ์ของทรัมป์ต่อเรื่องต่าง ๆ ตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น ตั้งแต่การลดทอนกำลังและทำลายกองทัพอิหร่าน โครงสร้างพื้นฐานด้านการป้องกันประเทศของอิหร่าน และโครงการด้านอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงการปกป้องพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาค
แต่สิ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงคือเป้าหมายในการรักษาความปลอดภัยช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งทรัมป์กล่าวว่ามันควรเป็นความรับผิดชอบของชาติอื่น ๆ ที่พึ่งพาน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียมากกว่า ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอยู่บ่อยครั้งว่าสหรัฐฯ เป็นผู้ส่งออกพลังงานสุทธิและไม่พึ่งพาน้ำมันจากตะวันออกกลาง ถึงแม้ว่ามุมมองเช่นนี้ของเขาจะตรงข้ามกับธรรมชาติของตลาดพลังงานฟอสซิลระดับโลกที่ราคามักมีความผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาน้ำมันที่สถานีบริการน้ำมันในอเมริกา
เนื้อหาที่ทรัมป์โพสต์บนโซเชียลมีเดียของเขาไม่ได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของอิหร่านแต่อย่างใด ไม่มีการกล่าวถึงการอนุมัติแต่งตั้งผู้นำคนต่อไปของประเทศหรือ "การยอมจำนนโดยไม่มีเงื่อนไข" ซึ่งทรัมป์เคยยืนกรานในช่วงแรกของสงคราม
การเน้นย้ำล่าสุดเกี่ยวกับจุดประสงค์ของทรัมป์ คือความเป็นไปได้ที่ว่าสหรัฐฯ อาจยุติปฏิบัติการดังกล่าวโดยที่ผู้นำอิหร่านชุดปัจจุบันซึ่งต่อต้านอเมริกายังคงอยู่ในอำนาจ การส่งออกน้ำมันยังคงดำเนินต่อไป และอิหร่านยังคงสามารถควบคุมช่องแคบฮอร์มุซได้ในระดับหนึ่ง
หากหนทางนี้ไม่ได้เป็นทางออกที่น่าพึงใจนักสำหรับสงครามที่ประธานาธิบดีทรัมป์และบรรดาผู้ช่วยของเขาบอกว่ามันเริ่มจากการปฏิวัติอิหร่านในปี 1979 และพวกเขาจะยุติสงครามนี้ลง ก็มีทางเลือกอื่นที่เกี่ยวกับปฏิบัติการของกองกำลังภาคพื้นดินของสหรัฐฯ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังตะวันออกกลาง
เมื่อกว่าหนึ่งสัปดาห์ที่แล้ว สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าหน่วยรบพิเศษของนาวิกโยธินสหรัฐฯ ประมาณ 2,500 นาย พร้อมด้วยเรือสนับสนุนและอากาศยาน ได้ถูกส่งกำลังออกจากญี่ปุ่นมายังตะวันออกกลางแล้วและมีกำหนดเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่วันนี้ นอกจากนี้ยังมีหน่วยทหารนาวิกโยธินในจำนวนเท่า ๆ กันที่เพิ่งเดินทางออกจากฐานทัพในแคลิฟอร์เนียเมื่อไม่นานมานี้ และคาดว่าจะถึงตะวันออกกลางในช่วงกลางเดือน เม.ย. เช่นกัน

ที่มาของภาพ, Getty Images
นักวิเคราะห์ทางการทหารชี้ว่าสหรัฐฯ อาจวางแผนยึดเกาะคาร์กของอิหร่าน เกาะขนาด 3 ตารางกิโลเมตรที่เป็นท่าส่งออกน้ำมันแห่งหลักของอิหร่าน ในทางทฤษฎี การดำเนินการเช่นนี้จะเป็นการตัดขาดการขนส่งน้ำมันของอิหร่าน ทำให้อิหร่านจะขาดรายได้ที่จำเป็นอย่างมาก และบีบให้อิหร่านต้องยอมอ่อนข้อให้กับสหรัฐฯ มากขึ้นเพื่อแลกกับการยุติความขัดแย้ง
ทรัมป์พูดเมื่อวันศุกร์ว่า เขาไม่ได้ส่งกองกำลังทหารไปยังอิหร่าน แต่บอกว่า "ถ้าผมส่งไป ผมก็คงไม่บอกคุณ" จากการตอบเช่นนี้ดูเหมือนว่าความตั้งใจของเขาไม่ใช่การชี้แจงให้ชัดเจน
ภัยคุกคามของความเคลื่อนไหวครั้งนี้ของทรัมป์ทำให้สื่อของทางการอิหร่านรายงานเมื่อวันเสาร์ว่า การโจมตีใด ๆ บนเกาะคาร์กจะนำไปสู่การที่อิหร่านอาจกระทำการอันเป็นการ "สร้างความไม่มั่นคง" ให้กับทะเลแดง ซึ่งถือเป็นจุดขนส่งทางเรือที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก และ "จุดไฟเผา" โรงงานพลังงานทั่วทั้งภูมิภาค
คำเตือนของอิหร่านเน้นย้ำถึงอันตรายต่าง ๆ ที่อาจตามมาหากสหรัฐฯ ยกระดับ ซึ่งจะทำให้กองกำลังทหารอเมริกันตกอยู่ภายใต้การตอบโต้ของอิหร่านมากยิ่งขึ้น
เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังเตรียมร้องขอการอนุมัติเงินทุนฉุกเฉินจำนวน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐต่อสภาคองเครสสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่กำลังดำเนินอยู่ในอิหร่าน คำขอเช่นนี้บ่งบอกว่าแทนที่จะยุติปฏิบัติการ ทำเนียบขาวกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ยาวนานและมีต้นทุนสูง
ปฏิกิริยาเบื้องต้นจากสภาคองเกรส รวมถึงจากพันธมิตรพรรครีพับลิกันของทรัมป์ ค่อนข้างมีท่าทีที่ระมัดระวังอย่างยิ่ง
"เรากำลังพูดถึงการส่งทหารไปยังพื้นที่ เรากำลังพูดถึงความเคลื่อนไหวที่จะทอดเวลาออกไป" ชิป รอย สมาชิกสภาคองเกรสจากพรรครีพับลิกันจากรัฐเท็กซัสกล่าว
"พวกเขายังต้องรับฟังข้อมูลสรุปและอธิบายเพิ่มเติมอีกมากเกี่ยวกับวิธีการที่เราจะหาเงินมาจ่าย และภารกิจของโครงการนี้คืออะไร"
สิ่งที่เรียกว่า "หมอกแห่งสงคราม" (fog of war) ไม่เพียงแต่บดบังความคิดของผู้วางแผนทางการทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของนักการเมืองและประชาชนด้วย
ดูเหมือนว่าสงครามอิหร่านอาจกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยน เนื่องจากแผนเดิมไม่เป็นอย่างที่คิด แต่ทิศทางจะเป็นอย่างไรต่อจากนี้ยังคงเป็นปริศนา
ทรัมป์ขีดเส้นตาย 48 ชั่วโมงให้อิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซ
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โพสต์ข้อความผ่านทรูธโซเชียลว่าสหรัฐฯ จะ "ทำลายล้าง" โรงไฟฟ้าของอิหร่านหากว่าอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ "โดยปราศจากภัยคุกคาม" ภายใน 48 ชั่วโมง
"หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มรูปแบบ โดยปราศจากภัยคุกคามภายใน 48 ชั่วโมงจากเวลานี้ สหรัฐอเมริกาจะโจมตีและทำลายล้างโรงไฟฟ้าแห่งต่าง ๆ ของอิหร่าน โดยเริ่มจากแห่งที่ใหญ่ที่สุดก่อน" ข้อความของทรัมป์บนทรูธโซเชียลระบุ
ข้อความของทรัมป์โพสต์เมื่อเวลา 23.44 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (GMT) ของวันที่ 21 มี.ค. นั่นหมายความว่าอิหร่านมีเวลาเพื่อเปิดช่องแคบจนถึง 23.44 น. GMT ของวันที่ 23 มี.ค. ซึ่งตรงกับเวลา 03.14 น. ที่กรุงเตหะรานของวันที่ 24 มี.ค.
ด้านสื่อของทางการอิหร่านระบุว่ากองทัพอิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่เชื่อมโยงกับสหรัฐฯ ทั่วทั้งภูมิภาคอ่าว หากว่าแหล่งพลังงานและเชื้อเพลิงของอิหร่านถูกโจมตี
อิหร่านยังยิงขีปนาวุธโจมตีเมืองดิโมนาทางตอนใต้ของอิสราเอล ทำให้มีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 47 คน โดยเป้าหมายดูเหมือนจะเป็นโรงงานนิวเคลียร์ที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 13 กิโลเมตร
นอกจากนี้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ยังอ้างว่าได้ "ทิ้งระเบิด" ใส่ฐานทัพอากาศในคูเวตและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซึ่ง IRGC บอกว่าเป็นฐานทัพที่ถูกใช้โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล
อาลีเรซา ตังซีรี ผู้บัญชาการกองทัพเรือของ IRGC ระบุบนเอ็กซ์ (X) ว่าพวกเขาได้โจมตี "ฐานทัพอากาศอัล-มินฮัด และอาลี อัล-ซาเลม ทั้งสองแห่ง โรงเก็บเครื่องบิน และคลังเชื้อเพลิงของเครื่องบินอเมริกัน-ไซออนิสต์ ซึ่งบรรทุกขีปนาวุธและโดรนพลีชีพจำนวนมหาศาล" โดยอ้างว่าฐานทัพอากาศแห่งนี้เป็น "ต้นกำเนิดของการรุกราน" ต่ออิหร่าน































